ความฝันในรอบ 40 ปี ที่ผ่านมา

“i’ve already turned 40 ” ผมบอกกับ steve

” you still look 25 anyways” เเน่ะ…ปากหมาน

” really! i feel not 40 year old ,thank  you,its sound good, i will cook you steak tonight” ผมเอากะมันด้วย

” of course, you still dress like a young boy ,wear skinny jean” เเล้วมันก็หัวเราะร่า ฟังดูคล้ายๆหัวเราะเยาะ

“you give me $100 ,i’ll say,you look 20” อี ซันนี่ ร่วมด้วยช่วยอำ

เลข 40 ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกรู้สาอะไรมากมายนักในด้านการเเสดงออก เเต่ลึกๆในใจ ผมก็รู้สึกบ้างเหมือนกัน  มันเป็นเหมือนกับอะไรที่มาค้ำคอเรา เพื่อไม่ให้เราเเสดงอะไรเเบบเด็กๆออกมา หรือ ถ้าเราเเสดงออกอย่างไรก็ตามที่ดูไม่สมกับวัย ก็จะมีคำพูดตามมาว่า “เฮ้ย สี่สิบเเล้วนะเว๊ย”

ฝรั่งเค้าบอกว่า วัยสี่สิบ คือ วัยเริ่มต้นของชีวิต เเต่ในความเป็นจริง คนอายุสี่สิบตั้งหลายคนที่ยังตั้งหลักไม่ได้ หรือ บางคนก็ตั้งหลักได้ตั้งเเต่ยังไม่ถึงสามสิบ ของเเบบนี้ ไม่เกี่ยวกับอายุ

เเต่ก็อย่างที่บอก ตัวเลข 40 เหมือนอะไรบางอย่างที่คอค้ำคอเราเอาไว้ ไม่ให้เเสดงออกเเบบเด็กๆ  ซึ่งรวมไปถึงเรื่องความคิด ความใฝ่ฝันด้วย คุณจะมาบอกว่า อยากกินไอศครีมก้อนโตๆในวันเกิดให้ใครได้ยิน(เเม้ว่าจะอยากกินจริงๆ) มันคงจะดูไม่งาม ไม่สมวัย คนวัยนี้ ต้องคิดการใหญ่ (เหรอ?)

วันก่อน ผมเข้าเวปยูทู๊บ นึกสนุกก็เลยพิมพ์ keywork “หมอ ลักษณ์ ฟันธง” เข้าไปดูราศีเกิดของตัวเอง หมอลักษณ์เเกบอกว่า ปีนี้ รวยเเน่ ฟันธง!!! ส่วนปีหน้าจะประสบความสำเร็จเรื่องงาน การโคจรของดาวอะไรบางอย่าง ทำมุมกับดาวอะไรบางอย่างทำให้โชคลาภส่องมาถึงเจ้าชะตาชีวิตที่เกิดในราศีมังกร ซึ่งในรอบ 30 ปี จะมีครั้งเดียว…ว้าว

ตั้งเเต่เด็กจนโต ผมฝันมาเยอะมาก  เคยฝันอยากจะเป้นนักฟุตบอลระดับดารา (ไม่ใช่ ระดับชาตินะ …ระดับดารา เเบบ เบ๊คเเฮม ไรเงี๊ยะ) ผมเล่นบอลเเบบเอาเป็นเอาตาย จนวันนึง เล่นอีท่าไหนก็ไม่ทราบ กระดูกนิ้วเท้าร้าว ไปๆมาๆเลยหมดความพยายาม หันมาเล่น บีเอ็มเอ๊กซ์ เเทน เเต่ก็ไปได้ไม่ไกล ฝันอยากจะรุ่งเหมือน เเอนโทนี่ ซีเวล นักปั่นผิวหมึก เเต่ยังเเทบจะมองไม่เห็นว่า จะเทียบระดับ กับ วีรยุทธ เมฆส่อน นักปั่นผิวหมึก(เเละ มีชื่อเล่นว่า หมึก)เเชมป์นักปั่น ของบ้าน(ในเวลานั้น)เราได้ยังไง

พอโดขึ้นมา ผมหันไปเล่นดนตรีเเทน  เล่นให้ตัวเองฟังได้ จนกระทั่งไปเล่นให้คนอื่นฟัง ตั้งเเต่ระดับวงเหล้า งานเเต่งงาน ไปยันเล่นอาชีพ สมัยที่ผมยังไม่ได้เล่นอาชีพ ผมมีวงเหล้าเป็นเวที ใครๆก็บอกว่า ผมเก่ง เล่นได้สนุก เเละลื่นไหล ผมหลงตัวเองไปหลายปี จนวันหนึ่ง ผมได้มาเล่นอาชีพ  กะลาที่ครอบตัวก็เริ่มเผยขึ้นทีละนิดๆ  ผมเริ่มมองเห็นความจริงว่า คนที่เก่งกว่าผมเป็นร้อยๆเท่ามีเป็นล้านคน 

เเต่คงเพราะผมชอบดนตรี  ผมเลยไม่คิดที่จะเบื่อ เเละไม่มีวันที่จะเบื่อ เหมือนที่เคยเบื่อกิจกรรมอื่นๆที่ทำมา จนถึงวันนี้ เเม้ว่าผมจะไม่ได้เล่นดนตรีเป็นอาชีพ ผมก็ยังคงเเต่ง เเละ ทำเพลงของตัวเองเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์  เเม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์ในด้านการขาย(เพราะไม่มีใครกล้าซื้อหรอก (ฮา)) เเต่อย่างน้อย มันทำให้ผมรู้สึกว่า ดนตรีไม่ได้จากผมไปไหน

ถ้าหลุดออกมาจากความฝัน หันไปมองรอบๆ ผมคือ ผู้ชายวัย 40 คนหนึ่ง ที่มีสัมมาอาชีพ เป็นคนทำอาหาร มีเมีย มีลูก ที่ต้องดูเเล มีพ่อเเม่ที่เเก่เฒ่าลงทุกวัน ในโลกของความเป็นจริง  ผมผ่านวัยของการเป็นผู้รับ มาเป็นผู้ให้ เเม้บางครั้งไม่อยากให้ เเต่ผมจำเป็นต้องให้ 

วันเก่าๆที่ผมควรจะให้อะไรกับตัวเอง เเละ ยังอยู่ในวัยของคนที่เป็น”ผู้รับ” ผมกลับไม่ได้อะไรเลย เเละ ไม่มีเเม้เเต่ปัญญาที่จะให้อะไรกับตัวเอง….ตลกดี

เเต่วันนี้ ผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการเป็น”ผู้ให้” เเละ ก็เเปลกที่ไม่คิดจะปฏิเสธ

ก็กู 40 เเล้วนี่ หว่า (ใช่มั๊ย?)

Posted in Uncategorized | Leave a comment

2010 in review

The stats helper monkeys at WordPress.com mulled over how this blog did in 2010, and here’s a high level summary of its overall blog health:

Healthy blog!

The Blog-Health-o-Meter™ reads Wow.

Crunchy numbers

Featured image

A helper monkey made this abstract painting, inspired by your stats.

The Leaning Tower of Pisa has 296 steps to reach the top. This blog was viewed about 1,100 times in 2010. If those were steps, it would have climbed the Leaning Tower of Pisa 4 times

In 2010, there were 41 new posts, growing the total archive of this blog to 314 posts.

The busiest day of the year was December 26th with 237 views. The most popular post that day was นิทานก่อนนอน ……ซินเดอร์เรลล่า.

Where did they come from?

The top referring sites in 2010 were cid-a5ecdcb1b3bc4d60.profile.live.com, google.co.th, mail.live.com, facebook.com, and cid-a5ecdcb1b3bc4d60.home.spaces.live.com.

Some visitors came searching, mostly for นิทานซิลเดอร์เรล่า, นิทานซินเดอร์เรล่า, and ไฝใต้ตา.

Attractions in 2010

These are the posts and pages that got the most views in 2010.

1

นิทานก่อนนอน ……ซินเดอร์เรลล่า November 2009
4 comments

2

ยุค โมเดิร์น ,ยุค โพสต์ โมเดิร์น วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ กับวิธี คิดเเบบทักษิณ May 2010
2 comments

3

Levi’s 501 December 2006
1 comment

4

เราเสพ ด้วยศักดิ์ เสมอกัน December 2006
2 comments

5

Delta Air lie June 2009
1 comment

Posted in Uncategorized | Leave a comment

2010 ที่ผ่านไป กับ ปีใหม่ 2011 ที่เพิ่งมา

ปี 2010 เป็นปีเเห่งความเจ็บช้ำน้ำใจของครอบครัวเรา ทุกคนเสียหายกันถ้วนหน้า เเละมีสมาชิกในครอบครัวจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ผมเชื่อว่า ถ้าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับครอบครัวไหนก็ตาม รับรองได้ว่า ต้องมีอาการผวาเเบบผมเเละคนที่บ้าน

โรคประสาทที่เราเป็นพร้อมๆกันเเบบอุปทานหมู่ คือ โรคกลัวเสียงโทรศัพท์

ช่วงก่อนหน้านี้ มีเเต่ข่าวร้าย ใจคอตุ๋มๆต่อมๆทุกครั้งที่มีเสียงมือถือของใครก็ตามดังขึ้นมา  จนมาถึงที่สุดก็อีตอนที่ผมเพิ่งพุ้ยก๋วยเตี๋ยวได้ 3 คำ เเล้วก็ต้องผลักชามก๋วยเตี๋ยวออก เพราะได้ข่าวร้ายจากทางโทรศัพท์  ตามมาด้วยเสียงสะอื้นของเเม่

เเม้ว่า เรื่องมันผ่านไปแล้ว ผมก็ยังคงผวากับเสียงโทรศัพท์ ไม่ใช่เเค่ผม เราเป็นกันหมด

ช่วงนั้น เราใช้บริการโหราศาสตร์บ่อยครั้ง ทั้งๆที่เเต่ไหน เเต่ไรไม่เคยคิดที่จะอยากรู้อะไรๆที่ยังไม่เกิด  ทุกๆคำทำนายมักจะมีข่าวดีปนข่าวร้าย บ้างก็คำตอบคลุมเครือ ประเภท “ถ้าคนป่วยยังรอดจนถึงวันเกิด เเสดงว่า จะพ้นเคราะห์”  ป่วยกลางปีที่เเล้ว เเต่วันเกิดของคนป่วยนั้นต้องรอไปจนเดือนเมษาฯปีนี้ เท่าที่เขาทำได้ เขาก็สู้จนไม่ไหวเเล้ว

อีกสายหนึ่ง บอกว่า บ้านเลขที่ของผม รวมกันเเล้วได้ศูนย์พอดี ประกอบกับปีที่เเล้วลงท้ายด้วยศูนย์ ซึ่งหมายถึง หายนะ  ไม่มีทางเเก้เเล้ว ต้องก้มหน้ารับชะตากรรม

ผมเห็นด้วยกับคำว่า “ก้มหน้ารับชะตากรรม”

ปี 2010 สอนให้ผมรุ้จักความสูญเสีย สอนให้เป็นผู้เเพ้อย่างสิ้นเชิง เเละเข้าใจอย่างถ่องเเท้ถึงคำว่า สิ้นหวัง

เเต่เมื่อกลับมาคิดอีกที เรายังไม่ตาย ใช่ไหม? ใช่ เรายังไม่ตาย เรายังมีหวัง  เราอาจจะเคยมีใจที่เเตกสลาย เเต่เราอาจจะประกอบมันขึ้นมาใหม่ได้   บอบช้ำ กล้ำกลืน คนเราเมื่อบอบช้ำ ก็ต้องกล้ำกลืน กลืนมันลงไปให้เป็นเเค่ตะกอนควาทรงจำ

เพื่อกลับมาสู้ใหม่ ในปีใหม่ วันใหม่ …..ผมปลอบใจตัวเองอย่างนั้น

เเละอยากจะปลอบใจทุกๆคนที่ผ่านอะไรร้ายๆมาจากปีที่เเล้ว ด้วยคำพูดเดียวกัน

สวัสดีปีใหม่ สำหรับทุกคน

Posted in Uncategorized | Leave a comment

BASS กับ DRUM

ในชีวิตผม ผมเจอมือกลองมาหลายคน ที่ดีๆก็เยอะ ที่บ้าๆ ก็เยอะ

ในฐานะมือเบส มือเบสมีความจำเป็นต้อง deal กับมือกลองราวกับหุ้นส่วนชีวิต เป็นเรื่องธรรมดา rhytum section เป็นกระดูกของเพลง ไม่ม่ีไม่ได้ ขนาดเล่นกีต้าร์ตัวเดียว ยังต้องเล่นริทึ่มไปในตัวด้วย จะโซโล่ไฟเเลบเเค่ไหน ถ้าไม่มีริทึ่ม เพลงก็จะหลวมๆ โหยยๆ

ผมไม่ใช่มือเบสที่ดี ไม่ได้มาจากสาเหตุที่ว่า เก่งเกินไปจนเล่นล้ำหน้ามือกลอง เอาเเค่เล่นให้ถูกนี่ก็ต้องใช้เวลาในการฝึกพอสมควร ให้นึกถึงกระเดื่องกลองเอาไว้ ตามให้ทันอย่าให้หลุด

นี่คือ ทฤษฏีเก่าๆ ที่ผมเคยใช้ ครับ

สมัยที่ยังเล่นดนตรีอยู่ ผมถือว่าเป็นคนฟังเพลงน้อยไปหน่อย คือ เเกสองหนจบ ไม่ทวน นอกจากว่า ถ้าเล่นออกมาไม่ผ่านตอนซ้อม อาจจะต้องมีเเก้ไขด้วยการไปเเกะใหม่ 

เบสไม่เหมือนกลองก็ตรงที่ว่า มันเป็นภาคริทึ่มที่มีเมโลดี้ มีคอร์ด ถ้ากลองหลุด(หลุดในที่นี้ คือ ลืมส่ง เเต่จังหวะยังคงที่) ก็จะไม่มีใครสน เเต่ถ้าเบสหลุดล่ะมึ้งงงง  ชัดเลย

ปัญหาของมือเบสคือ หลายๆคนชอบทำงานฝิ่นๆออกไป อาศัยลูกคุ้นเคย สัดส่วนเพลงนี้ เป็นเเบบเพลงนั้น ก็จะเล่นเเบบเดิมๆที่เคยเล่น รายละเอียด หรือ ลูกเล่นบางลูกก็จะถูกข้ามไป เเต่ก็มีหลายคนที่เเกะทุกเม็ด

คนพวกนี้นี่เเหละ คือ ปัญหาของมือกลอง(บางคน)

ทำไมน่ะเหรอ? เพราะความเข้าใจที่ว่า “เบสมีหน้าที่เล่นตามกระเดื่องกลอง” นี่เเหละ ที่ทำให้มือกลองหลายคนไม่พอใจมือเบสบางคนที่เล่นทุกเม็ด เเละบางเม็ด เป็นการใช้เสียงประสาน หรือ ขั้นคู่ (invertion) โดยการ พลิกกลับขั้นคู่ (interval) บางลูก ต้องใช้เสียงค้างยาว โดยการเล่นโน๊ตหนึ่งตัว หนึ่งห้องเต็มๆ(อาจจะมากกว่า หรือ น้อยกว่า) เพื่อให้เสียงโน๊ตตัวนั้น ประสานกับเสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆ เช่น กีต้าร์ หรือ คีย์บอร์ด เพื่อสร้างคอร์ดใหม่ขึ้นมา ที่ไม่ใช่เสียงคอร์ดปรกติ หรือ บางที เบสอาจจะเล่นคู่อื่นในคอร์ดหลักที่ไม่ใช่โน๊ตตัวเเรก(tonic)ของคอร์ด อาจจะไปเล่น คู่สาม หรือ คู่ห้า ว่ากันไป

เเละ หลายๆครั้ง ต้องข้ามสัดส่วนของกระเดื่องกลองไป  นี่เเหละ ที่ทำให้เกิด กรณีพิพาท กับมือกลองบางคน ที่ต้องการให้เบสเล่นคลุมเสียงกระเดื่องไปตลอด

ผมเรียกมือกลองพวกนี้ว่า มือกลอง วงพังค์ร๊อค (เพราะดนตรีพังค์ จะเน้นที่ริทึ่ม สับคอร์ดไปในทางเดียวกัน เล่นพร้อมๆกันหมด)

หรือ ไม่ก็ เรียกว่า มือกลองปัญญาอ่อน (ฮา)

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Black Friday

Black Friday คือ อะไร ? เเบล๊ค ไฟร์เดย์ คือ เช้ามืดของวันศุกร์หลังวัน thank giving (วัน ขอบคุณพระเจ้า)เเบล๊ค ไฟร์เดย์ เป็นประเพณีใหม่ๆ ที่เกิดหลัง วันขอบคุณพระเจ้าร่วมศตวรรษเห็นจะได้

วันขอบคุณพระเจ้า เป็นวันรำลึกถึงความใจดีของชาวอินเดียนเเดงที่นำไก่งวงมาให้พวกพริวกริม(ชนผิวขาวที่อพยพ หรือ ถูกเนรเทศมาจากเกาะอังกฤษ)ผู้หิวโหย  โดยกำหนดเอาวันพฤหัสสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน ของทุกๆปี เป็นวันขอบคุณพระเจ้า เเต่ก็น่าเเปลกนะ ทำไมไม่เสือกขอบคุณอินเดียนเเดง ?

ส่วน เเบล๊ค ไฟร์เดย์ เป็นประเพณีใหม่ที่มีไว้เอาใจนักช้อปฯโดยเฉพาะ  โดยมักจะเริ่มในช่วงเที่ยงคืน(บางที่ก็เริ่ม ตี5 หรือ 6 โมงเช้า เเล้วเเต่สะดวก) เริ่มที่ไหน? ก้ตามห้าง ตามช้อปปิ้ง มอลล์ น่ะสิ

มอลล์จะเปิดหลังเที่ยงคืน(หรือ หลังจากนั้น) เเละขายของในราคาถูกสุดๆ ลด 30% เป็นอย่างต่ำ มีลดถึง 50% ก็มี บางทีก็ ขาย เเล๊ปท๊อป คอมพิวเตอร์ ในราคา $100 / คอมพิวเตอร์ 1 ตัว !!! ถูกๆเเบบนี้ หาได้ที่ไหน ถ้าคิดเป็นเงินไทย คุณจะได้คอมโน๊ตบุ๊คส์ ในราคา 3,000 บาท …ว้าว  เเต่อาจจะมีลิมิตเเค่ 100-200 ตัวเท่านั้น ดังนั้น อย่าเเปลกใจ ถ้ามีใครมากางเต๊นส์รอคิวตามห้าง  ไม่ได้พูดเล่น มีคนมารอจริงๆ

ผมผ่านประสบการณ์ Black Friday มาเเล้ว 2ครั้ง คือ เมื่อปีที่เเล้ว กับ ปีนี้ เพิ่งเเหมบๆ เมื่อวานนี้เอง  ทำให้นึกถึงวันสงกรานต์บ้านเราขึ้นมาตะหงิดๆ

สาเหตุจากรถติดนี่เเหละ…….

ถ้าอยู่ในเมืองบ้านนอกๆ เเบบที่ๆผมอยู่เนี่ย เรื่องรถติดจะไม่ค่อยมี  เเต่เมื่อคืนวานนี่สิ…เเม่เจ้า…รถมาจากไหนก็ไม่รู้ มุ่งตรงไปยังที่ๆเดียวกัน เข้า exit เดียวกัน เข้าจอดที่ลานจอดรถเดียวกัน ไอ้ที่ว่าหาที่จอดรถได้ยากเย็นในเซ็นทรัล ลาดพร้าว กลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลย  พวกเราไปจอดรถห่างจากมอลล์ร่วมครึ่งกิโล เห็นจะได้

พอขยับเข้าไปในมอลล์ ผมเห็นคลื่นคนขนาดมหึมา บางร้านถึงกับต้องจัดคิวให้ลูกค้าเข้าไปทีละ 10 คน ส่วนลูกค้าที่เหลือ ก็ยืนรอซาบราบ(เป็นศัพท์เฉพาะทางภาคอีสาน)เเถวยาวเกือบๆร้อยเมตร  ที่เห็นๆ ก็มีร้านขายเกมส์ กับร้านขายกระเป๋า ยี่ห้อ coast ที่มีไลน์ยาวเป็นพิเศษ

บางร้านอาจจะไม่ถึงขนาดนั้น เเต่ก็คนเเน่น อย่างเช่น ร้าน guest ที่เปิดลดกระหน่ำ 30%-50% ผมไปได้กางเกง cargo (กางเกงที่มีกระเป๋าข้างๆหัวเข่า) มาตัวนึง เป็นเเบบโมเดิร์น ที่ปลายขาเป็นเดฟ สนนราคา $41 เเต่ราคาเดิม $85 ถูกสุดๆ

เเต่ก็ต้องเเลกกับการยืนรอจ่ายตังค์ ที่มีเเถวยาวไม่เเพ้กัน ตอนผมอยู่ท้ายเเถว มีคนรออยู่ก่อนหน้าประมาณ 40 คน

ครับ นี่เเหละ เเย่งกันกิน เเย่งกันใช้ เเย่งกันเสพ ของแท้

Posted in Uncategorized | Leave a comment

เพลงเขมร

youtube.com คือ entertentment ง่ายๆที่ผมพอจะหาได้ในประเทศนี้  ดูหนัง ดูละคร ไปยัน มิวสิค วีดิโอ เดิมที ผมใช้ massmedia ตัวอื่น เช่น ทีวี หรือ วิทยุ เเต่พอหลังจากที่ใช้อินเตอร์เน็ทนานๆเข้า ก็เริ่มพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร  ในนี้มีตั้งเเต่ เพลง หนังธรรมดาๆ ไปยันหนังผู้ใหญ่ หาดูกันได้ฟรีๆ ไหนๆก็เสียค่าเน็ทไปเเล้ว ก็ต้องใช้ให้คุ้ม เเต่ make sure ว่า คอมพิวเตอร์มีโปรเเกรมต้านไวรัสที่ดีพอ ก็เป็นอันใช้ได้

บางที มันก็ไม่ถึงขนาดไวรัสหรอก อาจจะเป็น adware ,spyware ไม่ก็ cookie มีสะสมไว้ใน PC มากๆเข้ามันก็ไม่ดี คอมจะทำงานช้า

ลูกน้ำ นี่ก็ตัวดี วันๆมันก็หมกมุ่นกับ youtube นี่เเหละ  บางที มันนี่เเหละ ที่หาคลิปฮาๆใน youtube มาให้ผมดู ของฝรั่งมั่ง ของไทยมั่ง

ผมเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง ไม่รู้เป็นไง พอเข้า youtube ถ้าไม่รู้จะดูอะไร ผมจะพิมพ์ keywork ว่า “ตบ” ทุกที ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมชอบดูผู้หญิงตบกันน่ะ สนุกกว่าผู้ชายต่อยกันเยอะเลย เเถมใช้เวลานานกว่าด้วย ผู้ชายต่อยกันเเป๊ปๆ ก็ได้ผลสรุปเเล้ว ส่วนมากเป็นพวกเด็กมัธยมนี่เเหละ  เดี๋ยวนี้ เด็กบ้านเราก้าวหน้าไปไกลกว่าที่ผมคิดมากมายนัก สมัยที่ผมเรียนมัธยม อย่างมาก ผมเเค่เห็นผู้หญิงงอนกันเอง เต็มที่ก็เเค่ด่ากัน ไม่มีมาตบกันให้เห็น เเถมมีการถ่ายคลิปเป็นประจักษ์พยานด้วยอีกต่างหาก มันส์เขาล่ะ

เเต่ก็มีที่ฮากว่านั้น ถึงผมจะฟังไม่รู้เรื่องก็เถอะ มันคือ เพลงเขมร…..

ผมไม่ได้ขำอีครงภาษานะ อย่าเข้าใจผิด ผมเชื่อว่า คนเขมรก็คงจะขำๆภาษาไทยเหมือนกัน เป็นธรรมดา ต่างสำเนียง ต่างภาษา ภาษาเวียดนามยิ่งไปกันใหญ่ ผมฟังทีไร ขำทุกที จะมีเเต่ภาษาอังกฤษที่ฟังเเล้วไม่ขำ คงเป็นเพราะมันถูกกำหนดให้เป็นภาษากลางของคนทั้งโลก (เเล้วก็เเปลก ทำไมเราต้องเชื่อว่ามันเป็นภาษากลางของโลก ฝรั่งมันเป็นนายเราตั้งเเต่เมื่อไหร่?)

ไอ้ที่น่าขำก็คงเป็นการนำเสนอนี่เเหละ เดี๋ยวนี้ เขมรไม่ได้มีเเค่เพลงกันตรึม ลูกทุ่ง เเล้วนะ เค้ามีทั้ง พ๊อพ ร๊อค นู ร๊อค ฮิปฮอป ไม่ใช่ขี้ๆครับ เเต่……

ปัญหา คือ มันเล่นลอกเขามาดื้อๆ เปลี่ยนเเค่คำร้องเป็นภาษาเขมร  พวก k-pop จาก เกาหลีนี่โดนมานับไม่ถ้วน ได้ข่าวว่ากำลังฟ้องร้องกันอยู่ j-pop ของ ญี่ปุ่นนี่ก็โดน

ของไทยนี่ไม่ต้องห่วงเลย โดนเต็มๆ บางเพลงถึงขนาดลอกเนื้อเพลงกันเห็นๆ เหมือนที่รู้ๆกันอยุ่ว่า ภาษาไทย ลาว เขมร มีรากเหง้าเดียวกัน เเต่ลาว กับ เขมร ค่อนข้างจะใช้คำโบราณเยอะหน่อย ในขณะที่บ้านเรานี่ภาษาวิบัติไปเเล้ว  เเต่เราก็ใช้คำเดิมอยู่หลายคำ มีบ้างที่บังเอิญ(โดยเจตนา)ที่หลุดคำๆเดียวออกมาจากเพลงๆเดียวกัน ในบางท่อน

ทาทา ยัง ,บี้ เดอะ สตาร์ ,เสก กับ พี่เบิร์ด (เพลง อมพระมาพูด) ติ๊ก ชิโร่ ฯลฯ นี่โดนมาถ้วนหน้า

บางราย โดนลอกไปยันชื่อ ของศิลปิน…ผมเจอมาเเล้ว คู่เเข่ง ปั๊ป โปเตโต้ …เขาคือ เปรียบ โปเตโต้ …..ถุยสสสส์

ฟังเพลงของ เปรียบ โปเตโต้ คลิ้กเลย >>>>http://www.youtube.com/watch?v=ML2zbPxazCw&p=58BEF02AFFFA8BCE&playnext=1&index=1

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ความเศร้าของเเม่

เเม่กลับมาทำงานเเล้ว ตั้งเเต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา  หลังจากที่ต้องไปดูเเลตั้มที่ราเล่ย์  จนกระทั่งตั้มเสีย เเม่ยังคงอยู่กับโอ๋พักนึง ก่อนที่จะกลับมาทำงาน หลังจากงานศพของตั้มผ่านพ้นไป

วันเเรกที่เเม่กลับมา เเม่ยังคงดูปรกติ จนผมนึกภาพไม่ออกว่าเเม่เศร้าเเค่ไหนตอนที่เห็นลมหายใจของตั้มค่อยๆเเผ่วลงๆ เเละหยุดไป ผมรู้เเค่ว่าเเม่ร้องไห้ เพราะเเม่โทรหาผมหลังจากนั้นไม่นาน เเตกต่างจากโอ๋ที่ดูเศร้าสร้อย เเละผ่ายผอมลงไปมาก  ผมเดาว่า เป็นเพราะด้วยวัยวุฒิของคนที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมานานกว่า ซึ่งย่อมจะทำใจได้เร็วกว่า เเละเข้าใจชีวิตได้มากกว่า

โอ๋เป็นอีกคนนึงที่ผมรู้สึกสงสารจับใจ  ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้ว่าชีวิตเเต่งงานจะจบลงเเบบนี้ มันโหดร้ายมากสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่  ปรกติเเล้วชีวิตที่นี่ก็เเทบจะสามารถฆ่าคนดีๆได้ ถ้าใจไม่สู้

อย่างไรก็ดี ผมก็เริ่มเห็นความอ่อนล้าของเเม่ เเม้ว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เเม่ดูจะมี power จากที่ได้พูดคุยกับเเม่ เห็นเเม่บอกว่า จะลองฮึดอีกซักตั้ง ถึงธุรกิจในช่วงนี้จะเป็นขาลง เเต่พวกเราอยู่กันมาได้ตั้ง 12 ปีเเล้ว ทำไมเราจะผ่านมันไปไม่ได้

ยิ่งวันนี้ ยิ่งชัดเจน ……

เเม่บ่นว่าปวดหลังตั้งเเต่เช้า  เเละดูอ่อนล้ากว่าปรกติ กินข้าวได้น้อย กินเเค่นมไม่กี่เเก้ว จนผมกับอ้อต้องทำงานในส่วนของเเก เพราะกลัวเเกล้มฟุบไป  ยิ่งตอน clean up ยิ่งเห็นได้ชัดว่า เเม่หมดเเรง  เห็นเเกบ่นมา 2 วันเเล้วว่าอยากกลับบ้านเร็วๆ

“ดีขึ้นบ้างมั๊ย?”  ผมถามเเม่ หลังจากที่เราถึงบ้านเเล้ว

“ก็ดีขึ้นบ้่าง”

“กินข้าวกินปลา หลับนอนให้พอดิ เเม่ ” ผมบังอาจเตือน ตามประสา

“มันหดหู่ไปหมดน่ะ ตอนทำงานก็เอาเเต่คิด …” เเม่ตอบเเค่นี้

ความตายของตั้ม ไม่ใช่เเค่ความสูญเสีย เเละ การลาจาก สำหรับเเม่ มันคือ โศกนาฏกรรม

Posted in Uncategorized | Leave a comment