้เวที

หลายๆคน กลัวเวที ผมก็เคยกลัว
 
เวทีเป็นเหมือนพื้นที่อันตราย ใครจะไปรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เท่าที่รู้คือ พลาดไม่ได้ ถ้าพลาดหมายถึง การหน้าเเหกยับเยิน เเละ จะถูกจดจำไปอีกนานในฐานะ ตัวตลก ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ อาจจะโดนขวดลอย(โดนมาเเล้ว)
 
ผมขึ้นเวทีๆเเรก เมื่อซักอายุ 20 เป็นงานบวช ที่เจ้าภาพจ้างวงๆอื่นเอาไว้ เเต่พอดี มือคีย์บอร์ดดันป่วย ทางวงเลยมาว่าจ้างวงสมัครเล่นของผม กับ เพื่อนๆ เพื่อให้ไปแทน เเละ มีค่าจ้างให้คนละ 200บาท
 
เราหอบเครื่องดนตรีกระเตงๆไป โดยนั่งมอร์เตอร์ไซค์กันไป 3 คัน บ้านงานอยู่เเถวๆชุมชนใต้สะพาน เจ็ดชั่วโคตร(สะพานต่างระดับที่มาจาก อนุสรณ์สถาน เเละ มาลงตรงข้างๆ เมอรี่คิงส์ รังสิต) สถานที่เป็นลานดินกว้างๆ ซักประมาณสนามฟุตบอล (ดูเหมือนว่าจะเป็นสนามฟุตบอลจริงๆซะด้วย)เวทีอยู่สูงลิ่ว มารู้เอาทีหลังว่า เจ้าภาพจ้างวง เทอร์โบ มาเล่น พร้อมกับวงลูกทุ่ง
 
ขอเล่านิดนึง เกี่ยวกับ วง เทอร์โบ….วงๆนี้ เป็น วงมาจาก สุพรรณบุรี เป็น วงรับงานนอก มืออาชีพ ลักษณะการทำงานจะคล้ายๆวงลูกทุ่ง ที่ต้องเดินสายไปทั่วประเทศ โดยมีวงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่องเดินทางไปด้วย ผมจำชื่อวงลูกทุ่งไม่ได้ เเต่จำชื่อ วง เทอร์โบ ได้เเม่น เพราะมักจะเห็นชื่อ วงๆนี้ ตามป้ายงานวัด ประเภท งานประจำปี หรือ ปิดทองฝังลูกนิมิตร เทอร์โบ เเกะเพลงเร็ว เล่นเเต่เพลงโจ๊ะ นัน สต๊อป ไม่มีหยุด ใช้มือกลองสองคน ผลัดกันตีคนละชั่วโมง ที่น่าเเปลกคือ เคยมีคนมาจ้างวงๆนี้ ให้เล่นประจำตามผับ เเต่ ทางวงกลับปฏิเสธ เพราะไม่ต้องการอยู่ติดที่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เวทีจะสูงมาก เเละ มือกลองก็จะอยู่สูง จนน่ากลัวว่า พี่เเกจะหล่นลงมาซักวัน หรือ ถ้าเวทีเกิดพังขึ้นมา ไอ้มือกลองตายก่อน
 
ดังนั้น พวกผมเลยถูกคาดหวังจากเจ้าภาพว่า ต้องมันส์ เเน่ๆ …ผมเดินเข้าไปในงานอย่างปอดกระเส่า ยิ่งเห็นคนเมากำลังดิ้นกันอย่างเมามันส์หน้าเวทีในขณะที่วงลูกทุ่งกำลังโจ๊ะ หางเครื่องสีสันเเพรวพราว มีการใช้ ดรายไอซ์ หรือ สโม๊ค เป่าออกมาเป็นควัน สำหรับในตอนนั้น มันน่าตื่นตาตื่นใจมากๆ ผมรู้สึกเหมือนจะอ๊วก มวนในท้องน้อย เเละ คิดไปว่า กูจะเอาอยู่มั้ยเนี่ย?
 
ตอนนั้น เราเเกะเพลงฟัง ไว้มากกว่าเพลงโจ๊ะ เเละ เป็นเพลงไทยล้วนๆ ประมาณ อินคา หรือ หนุ่ย อำพล ….เเต่ในบรรยากาศเเบบนั้น ผมเดาว่า ทุกๆคนต้องการ คาราบาว (ฮา) หลังจากนั้น ทางหัวหน้าคณะ ก็บอกให้พวกผมขึ้นไปตั้งเครื่อง ผมปล่อยให้คนอื่นๆขึ้นไปก่อน ผมเกิดขี้ขลาดขึ้นมาซะดื้อๆ รู้สึกไม่อยากอยู่ข้างบนนั้น เเละ มองลงมายังคนดู
 
พอผมขึ้นไปตั้งเครื่องเท่านั้นเเหละ ผมเองก็อดจะมองลงมาข้างล่างไม่ได้ เเม่เจ้า!!!คนเยอะมาก ในความรู้สึกของผม (จริงๆเเล้ว มีเเค่ไม่ถึงสองร้อยคน)ผมขาสั่นไปหมด
 
ผมจำไม่ได้เเล้วว่า เราเล่นอะไรกันไปมั่ง ที่รู้ๆ มันมีเเต่เพลงจังหวะกลางๆ ไม่ช้า ก็ medium tempo เเต่คนดูอยากจะเต้น เเถมมีด่าลอยลมมา เอาล่ะซิ ทำไงดีล่ะ?
 
ถ้าเป็นตอนนี้ ผมคงรู้หรอก ว่าจะทำยังไง เเต่ตอนนั้น ได้เเต่เล่นอะไรเท่าที่ทำได้ จนกระทั่ง หัวหน้าคณะทนไม่ไหว เรียกให้ลงมา หลังจากที่เล่นจบไป เกือบสิบเพลง เค้าก็ให้วง เทอร์โบเล่นโดยไม่มีคีย์บอร์ด เเละ เปิด ซีเควนเซอร์ คลอไปด้วย ผมกับเพื่อนๆก็ต้องเดินหน้าละห้อยกันลงมา รับตังค์ กลับบ้าน
 
คุณลุง หัวหน้าคณะ ใจดีมากๆ ให้ตังค์ เเละ ขอบอกขอบใจ ก่อนที่พวกผมจะกลับ เเกบอกเอาไว้ว่า "ฝึกเยอะๆนะ ลูก วันหน้า ถ้ามีอะไร ลุงจะโทรไปตาม" ไม่ว่าจะด้วยเจตนาไหน ผมรู้สึกดีที่เเกไม่ซ้ำเติมพวกผมเลย เเม้เเต่น้อย
 
ผมใช้เวลานานพอสมควร อย่างน้อยๆ ปีนึง สำหรับการปรับตัวให้ชินกับเวที  จนกระทั่ง ผมเดินอยู่บนเวทีได้ราวกับว่าเดินอยู่ในห้องนอน ต่อให้วันนี้ ผมต้องขึ้นไปบนนั้นอีก ผมก็ไม่คิดว่า ขามันจะสั่นเหมือนเมื่อก่อน อาจจะมีบ้างที่เล่นพลาด เเต่ก็ไม่กลัวมันอีกเเล้ว show must go on ครับ
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to ้เวที

  1. ควย says:

    เพื่ออะไรวะไอ้สัตว์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s