สาย 26

ไม่เเน่ใจว่า รถเมล์สาย 26 ถูกเปลี่ยนเลขไปหรือยัง ตอนที่ผมไปเมืองไทยในระยะ 2-3 ปีก่อน หมายเลขรถเมล์หลายสายถูกเปลี่ยนไป เล่นเอางงขึ้นไม่ถูก
 
สาย 26 เป็นหนึ่งในสายรถเมล์ที่ผมใช้บริการบ่อย พอๆกับสาย 95 (รังสิต-รามฯ) 29 (รังสิต-หัวลำโพง) เเละ 59 (รังสิต-สนามหลวง) นี่ยังไม่ได้นับสายอื่นๆ เช่น 39, 356,150 ที่ผมใช้บริการในบางครั้ง
 
สังเกตุดู จะเห็นว่า 3สายหลักที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น จะมีต้นสายอยู่ที่รังสิต  เเหงล่ะ ในชีวิตผมไม่เคยไปไกลเกิน หลักสี่ ดอนเมือง สะพานใหม่ อย่างมากสุดก็เเค่รามอินทรา
 
เพราะช่วงที่ได้ไปอยู่เเถวๆรามอินทรานี่เเหละ เป็นช่วงที่ผมได้ใช้บริการสาย 26 (มีนบุรี -อนุสาวรีย์ชัยฯ)เป็นหลัก ควบคู่ไปกับสาย 95 สายไหนก็ได้ เเต่ดูเหมือนว่า สาย 26 จะมีจำนวนมากกว่า อาจจะเป็นเพราะจำเป็นกว่า โดยเฉพาะในช่วงหลัง 5 ทุ่ม ที่เป็นรถตลอดคืน เก็บค่ารถเเพงกว่าปรกติ เเต่เเพงกี่มากน้อยผมก็จำไม่ได้เเล้ว เพราะมันนานมากเเล้ว
 
จากรามอินทรา หนทางที่จะเข้าเมืองสำหรับผู้ใช้บริการรถประจำทาง ก็คงต้องเป็นสาย 26 สถานเดียว เพราะมันมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ พอไปถึงที่นั่น เราจะต่อรถอะไรก็ได้ ไม่ก็ลงเเค่บางเขน หรือ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เเค่นี้ก็พอจะมีรถให้ต่อ
 
ในฐานะคนกลางคืน ผมเลยได้ใช้บริการรถเมล์ที่ให้บริการตลอดคืนบ่อยๆ บางทีผมก็ไปเเค่บางเขน รอเพื่อนมารับไปทำงาน ไม่ก็นั่งไปถึงสะพานควายเเล้วก็ต่อเเทีกซี่ ประหยัดกว่าการที่จะนั่งเเท๊กซี่มาจากบ้าน เพราะโดยเฉลี่ยเเล้ว ผมต้องเสียประมาณ 85 บาท ต่อครั้ง รวมทั้งไปเเละกลับ พอดีจะไม่มีเงินเหลือ ตอนนั้นได้เเค่วันละ 300 บาท เอง
 
เเต่ก็อย่างว่า ถ้าอยากประหยัด มันก็ต้องมีอะไรให้เสี่ยงกันบ้าง………..
 
คืนหนึ่ง ผมเดินไปที่ป้ายรถเมล์ตามเวลาปรกติ  ในระยะประมาณ 50 เมตรโดยประมาณ ผมมองเห็นเงาตะคุ่มๆ 3 เงา กำลังนั่งนัวเนีย กระหนุงกระหนิงกันอยู่ ไอ้ป้ายนั้นก็ดันไม่มีไฟ เห็นมันเป็นเเบบนี้มานานเเล้ว ไม่รู้ป่านนี้พัฒนาหรือยัง  พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ผมเห็น เด็กนักเรียนคอซองคนหนึ่ง นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเด็กช่างกล 2 คน
 
เด็กช่างกลทั้งคู่นั้น ต่อให้มันเเต่งตัวชุดนอก ผมก็มองออก เพราะผมเคยเป็นเด็กช่างกลมาก่อน  เเละเหตุผลที่เด็กพวกนี้ใส่ชุดนอก ก็เป็นเพราะทางโรงเรียนอนุญาติให้ทำ  ผมเดาว่าถ้าไม่เป็นเพราะเด็กประท้วงจนได้เเต่งตัวตามสบาย ก้น่าจะเป็นเพราะทางโรงเรียนไม่อยากให้เด็กมียูนิฟอร์มที่ชัดเจน เพราะเสี่ยงจากการถูกทำร้าย
 
โดยที่ลืมไปว่า พวกมันต่างหากล่ะ ที่จะไปทำร้ายเขา
 
ถ้าเอ่ยชื่อโรงเรียนทุกคนคงร้องอ๋อ เอาเป็นว่า ผมหมายถึงโรงเรียนเเห่งหนึ่ง ที่มีนักเรียนถูกจับข้อหารุมโทรมเด็กผู้หญิง อยู่เเถวๆบางนานี่เอง
 
ไอ้สองตัวนั่น มองมาที่ผม เเต่ก็หันกลับไป เพราะผมดูเเก่เกินกว่าที่จะเป็นศัตรูของพวกมัน เรา 4 คน ได้เเต่นั่งรอรถเมล์กันเงียบๆ ต่างคนต่างรอ จนกระทั่ง โน่น…รถเมล์มาเเล้ว
 
สามคนนั้น เดินขึ้นไปก่อน ผมเดินตามไปทีหลัง  มีเสียงเอะอะๆ จากกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่โดยสารมาจากป้ายก่อนหน้า ที่สำคัญ…ดันเป็นเด็กโรงเรียนอาชีวะอีกเเห่ง ที่มีเรื่องตีรันฟันเเทงจนเป็นตำนาน ไม่เเพ้กัน ดูท่าทางว่าจะเมากันมาจากไหนซักเเห่ง…..ซวยสิกู
 
ผมได้ที่นั่งริมหน้าต่างค่อนไปทางด้านหลัง ในขณะที่พวกมันได้ที่นั่งเบาะหลัง ระหว่างที่รถเมล์เริ่มเคลื่อนตัวออกไป  ผมรู้สึกได้ถึงคลื่นอำมหิตที่เริ่มก่อตัว  พวกเด็กอาชีวะกลุ่มที่มาก่อนเงียบเสียงลงจนผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงตัวเองหายใจไปพร้อมกับเสียงลากเกียร์ของ พขร.
 
เมื่อรถมาถึงป้ายหน้าหมู่บ้านเธียรสวน ก่อนถึงเซ็นทรัล รามอินทรานิดหนึ่ง หนึ่งในสามเดินออกมาอย่างองอาจไปที่ประตูรถ พอมันไปถึงประตูรถ มันก็กวาดตามองฝ่ายตรงข้าม เอามือเสยผม ทำหน้ากวนตีน ขยับเเข้งขาคล้ายๆกำลังเต้น ในขณะที่อีกฝ่ายได้เเต่นิ่ง (ไม่รู้มันงง หรือ กลัว)พอรถถึงป้ายมันก็ลง ลงไม่ลงเปล่า พอเท้าเเตะพื้นมันก็เอาเลย
 
"เฮ้ย ไอ้สาดดด เพื่อนกูอยู่บนรถ ถ้าพรุ่งนี้เพื่อนกูเป็นอะไร กูจะยกพวกไปปิดโรงเรียนมึง"…..น่าน…มึงเจ๋ง
 
เเน่นอน พวกบนรถก็ได้เเต่ด่าตอบ ผมได้ยินเเว่วๆว่า "ไอ้เหี้ย เเม่งซ่าส์ผิดที่เเล้ว คดีเดิมยังสะสางไม่จบ ยังเสือกจะก่อคดีใหม่" ประมาณนี้ คดีเดิมน่าจะหมายถึง คดีรุมโทรม
 
ไม่รู้นะ ถ้าเป็นผม ผมก็อาจจะเดาว่า ไอ้ตัวที่อยู่บนรถน่าจะมีอาวุธหนักในตัว ไม่งั้นเพื่อนมันคงไม่กล้าประกาศ หรือถ้ามันไม่มี นี่ก้น่าจะเป็น สงครามประสาทที่ล้ำลึกทีเดียว ล้ำลึกพอที่จะทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าทำอะไร เเต่เท่าที่ผมเห็นจากภายนอก ก็มีเเค่เหล็กฟุตที่สอดอยู่ในสมุดเเละมีเสื้อช้อปหุ้มอีกชั้นที่มันถือมา
 
หลังจากนั้น ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฝ่ายเด็กศิลปะ ก็เริ่มพูดคุยกันเหมือนเหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิด  ส่วน 2 คนที่เหลือก็นั่งคุยกันไป จนกระทั่งมาถึงป้ายโรงช้อน (ซอยประดิษฐ์โทรการ) ตรงหน้าโรงเรียนสารวิทยา  ทั้งสองคนลุกขึ้น เดินสวนกลุ่มเด็กศิลปะออกไป ต่างคนต่างมองหน้ากัน  พอรถจอด ทั้งคู่ก็เดินลงอย่างนิ่มๆ เเต่ก็ยังส่งสายตามองฝ่ายตรงข้าม พอเท้าเเตะดินเท่านั้นเเหละ  ไอ้ผู้ชายก็ควักเหล็กฟุตขึ้นมา ชูขึ้น….
 
"สาดดด มึงลงมาเลย …"  เจ๋ง ครับ
 
รถเมล์วิ่งออกไปก่อนที่จะมีใครลงไป เเละก็ดูเหมือนว่า ถึงรถจะจอดนานกว่านั้น ก็คงไม่มีใครลงไป ได้เเต่ด่าไล่หลัง ประมาณว่า….น่าจะกระทืบเเม่งตั้งเเต่อยู่บนรถ….เก่งๆกันทั้งนั้น
 
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 
ในช่วงไล่ๆกันนั้น รถเมล์สาย 26 ตลอดคืน เคยถูกปล้นมาครั้งหนึ่ง วันที่มีการปล้น ผมดันขึ้นเเท๊กซี่ไปทำงาน เพราะนอนเพลินไปหน่อย โชคดีไป
 
ตามที่อ่านข่าวมา เขาบอกว่า มีผู้โดยสารกลุ่มหนึ่ง ขึ้นจากย่านรามอินทรา เเละเริ่มเเสดงตัวว่าเป็นโจรหลังจากที่ผ่าน รามอินทรา กิโล4ไปเเล้ว  จากนั้นก็ปลดทรัพย์ผู้โดยสารที่มีอยู่ไม่กี่คน เเล้วก็ลงที่ป้ายบางเขน ก่อนที่จะสลายตัวไปกับความมืดอย่างรวดเร็ว
 
หลังจากวันนั้นมา ตำรวจก็เลยต้องตั้งด่านตรวจทุกระยะ 2 กิโลเมตร  เท่าที่ผมเห็น ก็มีที่ป้ายบางเขน บางบัว เเละ เซ็นทรัล ลาดพร้าว อาจจะมีมากกว่านั้น เเต่ผมก็เห็นได้เเค่ระหว่างเส้นทางที่ผมโดยสารรถ
 
มาคิดดูอีกที มีหรือที่โจรมันจะโง่ปล้นซ้ำซ้อน? บ้านเรานี่ก็นะ….วัวหายล้อมคอก ทำได้เเค่นั้น
 
วันนั้น ผมใส่เสื้อยืดคอปก ทรงโปโล สีดำ ลีวายส์เปื่อยๆอีกตัวหนึ่ง รองเท้าผ้าใบพูม่า กระดำกระด่าง เปื่อยพอๆกับยีนส์ พอรถผ่านจุดตรวจบางเขน กับ บางบัว ก็มีตำรวจขึ้นมาตรวจ มีทั้งในเครื่องเเบบ เเละนอกเครื่องเเบบ  เเละดูเหมือนว่า จะมีตำรวจนอกเครื่องเเบบปะปนกับผู้โดยสารด้วย ก่อนที่จะส่งมอบงานให้นอกเครื่องเเบบอีกคน ขึ้นไปปะปนกับผู้โดยสาร เเละจากนั้นก็ส่งต่อให้อีกคนในจุดตรวจถัดไป
 
พอรถมาถึงป้ายเซ็นทรัล ลาดพร้าว ก็มีตำรวจขึ้นมาอีกกลุ่ม กลุ่มนี้ดูจะเคร่งครัดกว่ากลุ่มที่ผ่านมา เพราะใช้เวลาตรวจนานกว่า มีพี่จ่าคนหนึ่งเดินจากหัวรถ มายันท้ายรถ  เเละมาหยุดตรงหน้าผม
 
"ไหน…คุณ ยืนขึ้นหน่อยสิ" อ้าว….
 
พี่จ่าเอามือตบๆค้นตามตัวผม ระหว่างที่ค้น พี่เเกก็จ้องหน้าผมไปด้วยราวกับจะค้นหาความจริงอะไรซักอย่างจากดวงตาที่ใสซื่อ บริสุทธิ์ของผม
 
"โอเค ครับ ขอโทษด้วย กับความไม่สะดวก" เเล้วเเกก็เดินจากไป เเละโบกให้รถเมล์ไปต่อได้ ทิ้งให้ผมถุกสายตาคนบนรถพิพากษา
 
คำถาม คือ….ทำไมค้นกูคนเดียววะ? ตกลง สารรูปกูเนี่ย เหมือนโจรเหรอ? ไอ้จ่า
 
วันรุ่งขึ้น ผมไปหาเเว่นสายตาใส่ เวลาไปทำงาน จะได้ดูไม่มีพิษมีภัย
 
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to สาย 26

  1. rung says:

    5555+ เฮียก็อย่าเก๊กหน้าเข้ม…เขาจะได้ไม่เข้าจายผิด…..มาคิดดูอีกที..เฮียหล่อกว่า"ไอ้จ่า" มั๊ง…มันเลยเขม่นเอา 555555555+

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s