ไทย – เขมร กับ ภควัคคีตา

ยังครับ มันยังไม่เลิก ไอ้ฮุนเซ็นมันยังเล่นไม่เลิก 
 
การได้เขาพระวิหารไปครอบครองนั้น ยังประโยชน์อะไรให้กับเขมร? คำตอบก็คือ นอกจากฮุนเซ็นจะได้คะเเนนประชานิยมเเล้ว มันยังหมายถึงการปักปันเขตเเดนขึ้นใหม่ เเละการได้ครอบครองน่านน้ำที่อุดมไปด้วยก๊าซธรรมชาติ ….เเล้วเขมรมีปัญญาจัดการกับก๊าซธรรมชาติหรือ? ยากอะไร ก็ให้ต่างชาติเข้ามาทำสัมปทาน ฝั่งโลกตะวันตกหลายประเทศที่หิวกระหายทรัพยากรธรรมชาติกำลังจ้องรอตะครุบอยู่
 
เมืองไทยอาจจะเคยให้ต่างชาติเข้ามาทำสัมปทานในอ่าวไทย เเต่ตอนนี้เราทำเองได้ ดังนั้น การที่หลายประเทศร่วมกันสนับสนุนเขมรนั่นก็ไม่ใช่อะไร  ก็เเค่อยากจะเข้ามาสูบทรัพยากรไป  เพราะรู้ๆอยูว่า ถ้ามีเงิน อะไรๆก็เป็นไปได้ในประเทศเขมร
 
เราเคยเเพ้ในศาลโลกเรื่องเขาพระวิหาร เราได้เเค่ทางขึ้น เเต่เขมรได้เขาไปทั้งลูก  มีคนที่เคยไปเยือนเขาพระวิหารเล่าให้ผมฟัง บอกว่าฝั่งเขมรเเทบจะไม่มีอะไรที่เจริญหูเจริญตาเลย ขาดการทำนุ บำรุง อย่างสิ้นเชิง หนอย…ยังมีหน้าจะไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก สะกดคำว่าอนุรักษ์ได้รึเปล่าเถอะ?
 
ไอ้ครั้นที่จะมาอ้างว่า เขาพระวิหาร เป็นสถาปัตย์กรรมดั้งเดิมเเบบเขมร อันนั้นก็ผิด เขาพระวิหาร หรือ นครวัติ นครธม ก็ดี เป็นสถาปัตย์กรรมของพวก"ขอม" สร้างในยุคของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 3 ขอม ก็ คือ ขอม ไม่ใช่ เขมร ขอมนับถือ พราหม์ ฮินดู เขมรนับถือพุทธ  ถ้ามันยังคิดจะอ้างเเบบนี้ มันคงต้องรุกเข้ามาในประเทศไทยตั้งเเต่ ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย ไปยัน พระปรางค์สามยอด  เอาเป็นว่า ข้ออ้างข้อนี้ตกไป เพราะชนชาติขอมได้สาปสูญไปเป็นพันๆปีเเล้ว
 
ตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ได้เเต่รอ เเต่ดูท่าทีว่า ทางเขมรจะอหังการเป็นพิเศษ ในขณะที่ฝ่ายไทยยังดูไม่เด็ดขาดพอ
 
ผมนึกถึง มหากาพย์สงครามมหาภารตะ ในบทที่ชื่อว่า   ภควัคคีตา ของ ท่าน รพินทร์นาถ ฐากูร  เรื่องราวของ อรชุน เจ้าชายของ ตระกูล ปาณฑป เเห่ง จันทร์วงศ์ ผู้เกิดความระอาในศึกสงครามระหว่าง 2 ครอบครัว (อีกครอบหนึ่ง คือ ตระกูล เการพ เเห่ง จันทร์วงศ์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเป็นญาติกัน อยู่ในเมืองๆเดียวกัน)  เพราะรู้สึกว่า สู้ไปก็ไร้ประโยชน์  ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น
 
บท ภควัตคีตา เป็นเพียงเเค่ การปุจฉา วิสัชนา ระหว่าง อรชุน กับ กฤษณะ ที่เป็นพี่ชาย เเละ เป็นคนขับรถม้าศึกให้เเก่อรชุน บทสนทนาที่ยิ่งใหญ่เเละคลาสสิคบทนี้ กลายเป็นคัมภีร์หลักของชาวฮินดู    กฤษณะต้องการเพียงเเค่ให้อรชุน มือธนูชั้นเลิศ เลิกความคิดที่จะละทิ้งสนามรบ ด้วยเหตุเเห่งความอ่อนล้า ทั้งกายเเละใจ
 
ผมมิบังอาจที่จะเป็นกฤษณะ เเต่คนไทยทั้งหลายทั้งปวงรวมกัน อาจจะมีพลังเท่ากฤษณะ  เรามาร่วมกันบอกกับรัฐบาลไทยชุดนี้ ชุดที่ผ่านปัญหาทั้งภายใน เเละภายนอกประเทศมาอย่างสาหัส เราอยากจะบอกว่า เราจะไม่ละทิ้งเเผ่นดินที่เป็นของเรา เหมือนกับที่ กฤษณะบอกกับอรชุนว่า…..รบเถิด อรชุน
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s