บันได 13 ขั้น

"เห็นรอยตรงนั้นไหม?" เเพท ชี้ให้ผมดูร่องรอย
 
"เห็นสิ ถอดออกทำไมวะ"
 
"พ่อกูเคยให้พระมาดู ท่านบอกว่าไม่ดี ให้เอาบันไดออก 2 ขั้น อีตอนสร้างบ้าน พ่อกูเค้าไม่ได้เช็คว่าขั้นบันไดมันมีกี่ขั้นนี่หว่า…."
 
"อ้าว เเล้วตอนนั้นมันมีกี่ขั้นล่ะ?"
 
"13 ขั้น เค้าว่ามันไม่ดี มันเป็นอาถรรพ์"
 
เเพท กับ โจ เป็นเพื่อนของผมในช่วงวัยรุ่น ในช่วงระหว่างที่ผมยังสะเปะสะปะกับชีวิต  ด้วยการเเนะนำจากไอ้จ๊วต เพื่อนร่วมสถาบัน จริงๆเเล้วพวกเราทุกคนอยู่ในละเเวกเดียวกัน เเต่อยู่คนละซอย หมู่บ้านจัดสรรเเห่งนั้นเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่(มาก) อาจจะเป็นเพราะที่ทางในสมัยก่อนราคาไม่สูงนัก ก็เลยสามารถสร้างชุมชนขนาดใหญ่เเบบนั้นได้
 
ผมเคยเห็นสองพี่น้อง เเพท กับ โจ มาก่อน พูดตรงๆ ผมไม่ชอบขี้หน้าพวกมันเท่าไหร่  เคยมีเรื่องกับพวกมันตอนเด็กๆด้วยซ้ำ ตอนนั้นฐานะทางบ้านของพวกมันจัดว่ารวยเลยล่ะ เป็นลูกคุณหนู เเถมมีน้องสาวเป็นคุณหนูหยิ่งเย็นชาด้วย  บังเอิญว่าซอยบ้านมันถัดไปจากบ้านไอ้จ๊วตไม่กี่ซอย  เเละผมกับไอ้จ๊วตก้บังเอิญเรียนโรงเรียนเดียวกัน ก็เลยทำให้กลายเป็นเพื่อนกันไปโดยปริยาย
 
ช่วงที่ผมคบหากับสองพี่น้องคู่นั้น เป็นจังหวะที่ครอบครัวของมันตกต่ำพอดี พ่อกับเเม่ต้องไปอาศัยอยู่ตามบ้านญาติ บ้านหลังที่อยู่กันก็ติดคดี รอเเบ๊งค์มายึด เเถมพ่อก็โดนข้อหาฉ้อโกง สาเหตุเพราะติดร่างเเหไปกับพวกสิบเเปดมงกุฏที่เป็นนายหน้าส่งคนงานไปตะวันออกกลาง
 
ในระหว่างที่รอเเบ๊งค์มายึดบ้าน พวกเราก็ยึดบ้านหลังนั้นเป็นที่มั่วสุม ทั้งกินเหล้า ดูดกัญชา พาผู้หญิงมาที่บ้าน เเล้วก็ํเเอบดูว่าทำอะไรกัน ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงจะมีการเเอบถ่ายคลิป (ฮา)
 
ผมหัดกินเหล้าที่นั่น เเละหัดอะไรอีกหลายๆอย่างที่นั่น กินนอนที่นั่นจนเป็นสมาชิกถาวร ทั้งๆที่ได้ยินเรื่องอาถรรพ์ของบ้านหลังนั้นกรอกหูอยู่ทุกวัน ไอ้กลัวก็กลัวอยู่หรอก ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นอะไรเจ๋งๆซักที เเต่อาศัยว่าอยู่มั่วสุมกันหลายคน ก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายนัก
 
บ้านหลังนั้นถูกปล่อยให้โทรม ไม่มีการตัดหญ้า ไม่มีการบำรุงรักษา เเต่ก็พอจะมีร่องรอยว่าเคยเป็นบ้านไฮโซมาก่อน เเต่เเถบๆนั้นมีเเต่เรื่องน่ากลัว เเถมโลเคชั่นก็น่ากลัว เคยมีคดีฆ่า เเละเอาศพเเขวนคอไว้ที่ดงมะขามเทศไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ เเถมอยู่เกือบท้ายหมู่บ้านติดคลองประปา ที่ๆมีคนจมน้ำตายมานับไม่ถ้วน นี่ยังไม่นับเรื่องสยองๆภายในบ้าน
 
"กูเคยเห็นคนตัวใหญ่ๆผิวดำเเดง มายืนคร่อมบนตัวกู"โจ เล่าให้ผมฟัง
 
"คิดไปเองมั๊ง กูว่ามึงฝันว่ะ ไอ้ที่เค้าเรียกว่าผีอำ มันก็คือความฝันประเภทนึงน่ะเเหละ" ไอ้ป๋องขัดคอ
 
"ฝันเชี่ยอะไร กูเห็นมันยืนเหน่งๆบนหน้าอกกูนี่เเหละ กูเเทบหายใจไม่ออก"
 
"มึงคิดว่า เค้าคือใครล่ะ" ผมถาม
 
"เจ้าที่" มันตอบสั้นๆ
 
ถ้าเป็นเจ้าที่ ก็ต้องปกป้องคนในบ้านสิ ใช่ไหม? ผมคิดเเบบนี้  เเต่ใจก็อดจะกลัวไม่ได้
 
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไปเเอบอยู่ในห้องนอนเพื่อเเอบดูกิจกรรมเสียวของใครคนหนึ่ง ในขณะที่กำลังเงียบเเละปิดไฟมืด พวกเราดันหันไปมองทางเดียวกัน จากหน้าต่างห้อง เราสามารถมองเห็นหลังบ้านได้ ความเงียบบวกกับเงาของต้นกล้วยพัดสูงใหญ่ทำให้เกิดเงาตะคุ่มๆโบกไหวไปมา
 
"เหี้ยอะไรวะนั่นน่ะ" ไอ้หรั่งขวัญเสียก่อนเพื่อน
 
"เเม่งเหมือนคนโดนเเขวนคอเลย…เหี้ยเอ๊ยยย" ใครคนหนึ่งบ่นขึ้นมาอย่างเสียขวัญ
 
ในตอนนั้นผมก็กลัว จินตนาการของผมทำงานสานต่อกับจินตนาการของพวกมัน พวกเราหันหน้าหนีไม่มองออกนอกหน้าต่าง ไม่มีใครพูดจา ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าวิ่ง เพราะกลัวว่าอาจจะวิ่งไปเจออะไรที่น่ากลัวกว่านี้
 
ผมมาคิดใครครวญหลังจากนั้น หลังจากที่มายืนดูต้นกล้วยพัดในตอนกลางวัน  มันเป็นเรื่องปรกติที่มันจะโบกพัดใบในยามที่ลมเเรง ไอ้ที่เรากลัวๆกันมันก็เเค่เงา อาจจะเป็นเพราะเรื่องเล่าจากเจ้าของบ้านทำให้เรารู้สึกกันไปเอง
 
ผมคบกับสองพี่น้องคู่นั้นได้ไม่ถึงปี หลังๆผมรู้สึกเบื่อความบ้าอำนาจของพวกมัน  บางทีมันก็เล่นกับผมเเรงเกินไป ผมเคยโดนไอ้เเพทเอาคัตเตอร์ฟันเข้าที่นิ้วก้อย เพราะผมดันเอามือไปเเหย่หน้าเเหย่ตามัน เล่นซะเกือบเย็บ มันก็คงรู้สึกผิด เเละทำเเผลให้ผม เเต่คนที่รู้สึกเเย่กว่าก็คือ ผมเอง
 
ข้อดีของบ้านหลังนั้นก็คือ เป็นบ้านที่ไม่เคยล๊อค จะเข้าออกตอนไหนก็ได้ ตอนที่ไอ้สองคนนั้นไม่อยู่ เราก็มาสุมหัวกันอยู่บ่อยๆ วันหนึ่ง ในขณะที่ผม ไอ้จ๊วต เเละ ไอ้ป๋องกำลังนั่งเล่นอยู่ในบ้านตอนที่ 2 คนนั้นไม่อยู่  เราเปิดเพลงกันลั่น พอซัก 2 ทุ่ม ไอ้จ๊วตชวนให้ออกไปรับเเพท กับ โจ ที่ป้ายรถเมล์ เพราะจะได้ออกไปหาอะไรกินกัน
 
"เฮ่ย กล่องเทปหายไปไหนวะ" ไอ้จ๊วตถาม
 
"อยู่บนวิทยุไง "ผมชี้มือไปทางวิทยุ
 
ไอ้จ๊วตเก็บกล่องเทป มาวางไว้บนโต๊ะรับเเขก จากนั้นเราก็เดินออกไปรอที่ป้ายรถ  รอได้ซักสิบนาที ไอ้จ๊วตดันนึกขึ้นได้ว่า ไม่ใช่ 2 ทุ่ม เเต่เป็นสามทุ่ม เราเลยเดินกลับกันมาตั้งหลักที่บ้านก่อน
 
"อ้าว กล่องเทปกูไปไหนอีกเนี่ย" ไอ้จ๊วตบ่น
 
"กูเห็นมึงวางไว้บนโต๊ะไง" ผมตอบ
 
"อ้าว เเม่งไปอยู่บนวิทยุอีกเเล้ว" ไอ้ป๋องชี้มือไปทางวิทยุ
 
เราสามคนมองหน้ากันตาปริบๆ ผมอดคิดไม่ได้ว่า อาจจะเป็นฝีมือของใครบางคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน เเต่ไม่ใช่คน ไอ้สองตัวก็อาจจะคิดคล้ายๆกัน เเต่เหตุผลมันไม่มีน้ำหนัก ไอ้จ๊วตบอกว่า มันอาจจะลืมเอาวางกลับไว้ที่เดิมก็ได้
 
"ถ้าเป็นผี หรือ เจ้าที่ กูว่าเค้าไม่เเค่ย้ายกล่องเทปหรอกว่ะ " ไอ้จ๊วต หัวเราะหึๆ
 
ไอ้ป๋องเดาว่า ไอ้สองพีน้องอาจจะเข้ามาที่บ้าน สวนกันกับเรา มันอาจจะเข้าทางซอยอื่น พอเกือบๆสามทุ่ม เราก็ออกไปรับมันกันอีกที คราวนี้เจอทั้งคู่ หลังจากที่กินอะไรกันเรียบร้อย เราก้เดินกลับบ้าน ก่อนจะเข้าบ้าน ผมถามมันสองคน….
 
"มึงสองคนเข้าบ้านมาก่อนหน้านี้รึเปล่า?"
 
"เปล่าๆ กูก็เพิ่งมาถึงตอนที่มึงเห็นกูนี่เเหละ"
 
"สัตว์…อย่าอำๆ " ผมทำทีว่ารู้ทัน
 
"อำเหี้ยอะไร มึงมีอะไรกันเหรอ" มันพูดพลางเปิดประตูเข้าบ้าน
 
"กร๊อบบบบบบบบบ!!" เสียงฝีเท้าเหยียบกับของเเข็งชนิดหนึ่ง ที่เป็นวัตถุประเภทพลาสติค…..
 
กล่องเทปอันเดิม เเต่คราวนี้ วางอยู่ที่ปากประตูเข้าบ้าน…………………………
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to บันได 13 ขั้น

  1. dream says:

    กำ -_-" นานๆเข้ามาทักทายที มาเจอเรื่องสยองงงงอะ ปรื้อ!!!! เฮีย คราวหน้าของขำๆนะ นอนไม่หรับ55555

  2. rung says:

    อยากอ่านนิทาน… ม่อนก็กัวปี๋เหมือนกัน..เผลออ่านจนจบแล้วด้วย..เฮ่อ

  3. pongpat says:

    เอาล่ะ หนูๆ มานี่ มามะ เดี๋ยวป๋าปลอบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s