Civil war

ในขณะนี้ โจ้กำลังอยู่ในเมืองไทย ยังไม่รวมพ่อ กับ โอ๊ค ที่ตกลงใจปักหลักอยู่ที่นั่น……
 
ผมกำลังนึกถึงช่วงพฤษภาทมิฬ 35 ในขณะที่ผมอายุเเค่ 21 ปี เพิ่งมีลูกเเดงๆ  ณ.วันนั้น บ้านเมืองถูกเเบ่งขั้วชัดเจน ระหว่างเผด็จการทหาร กับ ประชาชน เเละ นักการเมืองที่ไม่อยากตกอยู่ภายใต้เงื้อมือเผด็จการ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา  หทารจำเป็นต้องลดบทบาทตัวเองลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเเง่ของการเมือง  บทเรียนจากครั้งนั้นได้ให้ข้อคิดที่ว่า "ใช่ว่ามีปืนและกำลังพลอยู่ในมือเเล้วจะทำอะไรก็ได้"
 
เเต่เเล้ววันหนึ่ง มันก็เกิดขึ้นอีก เเต่อาจจะเเปลกกว่าที่ผ่านมา เพราะกลุ่ม คมช. ไม่ได้ต้องการที่จะยึดอำนาจทางการเมืองเเบบถาวร วันหนึ่ง เมื่อถึงเวลา อำนาจก็จะกลับคืนสู่ประชาชน
 
เเต่ถ้าถามผมว่า ผมรู้สึกอย่างไรกับรัฐประหารครั้งล่าสุด ถ้าจะสรุปจนถึงวันนี้ ผมเห็นว่า ที่ทำๆกันมา มันไร้ค่า …………..
 
เพราะเราไล่ ทักษิณ ได้เเต่ตัว  เเต่กลุ่มฐานเสียงของทักษิณก็ยังอยู่  ยังมีคนอีกหลายๆคนที่ยังรักทักษิณอยู่   รักไม่มีเปลี่ยนเเปลง หูหนวกตาบอด
 
คงจะลืมไปว่า ถ้าทักษิณเป็นลูกผู้ชาย เป็นคนมือสะอาด ทักษิณคงจะปล่อยวาง เเละเดินออกจากประเทศที่มีคนหลายๆคนไม่เข้าใจเขา เเละใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสงบสุขที่ไหนสักเเห่ง จากนั้นก็จะบอกกับลูกชายหัวโปกที่วันๆดีเต่คั่วดารา เเละ ลูกสาวหน้าบานทั้งสอง ว่า…จำชีวิตพ่อไว้เป็นเยี่ยง เเต่อย่าเอาตามอย่าง  ถ้าเจ้าจะเล่นการเมือง เจ้าอย่าทำธุรกิจ เเละถ้าเจ้าจะทำธุรกิจ อย่าไปเล่นการเมือง
 
ภาพที่เห็นก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่  ตอนนี้ เสื้อเเดงออกอาละวาด มีมือมืดที่ไม่สามารถระบุว่าเป็นฝ่ายใด เริ่มยิงถล่ม มีการยั่วยุให้ทหารใช้กำลังเข้าล้อมปราบ เพื่อให้เหตุการณ์จบลงเเบบพฤษภาทมิฬ
 
ผมมีเพื่อนเป็นเสื้อเเดงหลายคน  เเละเป็นเสื้อเหลืองอีกหลายคน ผมฟังความทั้งสองข้าง ทั้งๆที่ผมไม่ชอบทักษิณ  เเต่เราเป็นเพื่อนกัน ความเป็นเพื่อนมันอยู่นอกเหนือ  ผมไม่อยากที่จะบาดหมางกับเพื่อนๆเสื้อเเดง คิดเห็นเเตกต่างกันมันไม่เป็นไร  ทีคนต่างศาสนายังอยู่ร่วมกันได้  ดังนั้นผมจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการสนทนาการเมืองกับคนรักทักษิณ เพราะผมไม่เห็นว่าทักษิณมันจะน่ารักตรงไหน
 
ผมไม่ได้รักลุงจำลอง สนธิ ลิ้มฯ ประพันธ์ หรือ อจ. เจิมศักดิ์ เช่นกัน  ผมรู้สึกเฉยๆ เเต่ก็ไม่ได้เกลียด  ผมเเค่ฟังสิ่งที่เขาเล่ามา เเละคิดตาม ในขณะที่ผมปะติดปะต่อสิ่งที่ทักษิณพูดมาไม่ได้ เพราะมันเหนือจริงเกินไป  ผมเรียกมันว่า การขายฝัน
 
ตั้งเเต่นโยบายขายฝัน ประเภท ไทยเเลนด์จะเป็นดีทรอยด์เเห่งเอเชีย หรือ เป็นครัวของโลก ผมว่าเราทำได้เเค่ระดับหนึ่งเท่านั้น ที่ว่าทำได้ในระดับหนึ่ง เป็นเพราะว่า รายได้ที่เข้าประเทศจะถึงมือผู้ผลิตบางคน(เเละบางครอบครัว)เท่านั้น ถ้าเป็นอะหลั่ยรถ ก็ต้อง จึงรุ่งเรืองกิจ ถ้าเป็นอาหาร ก็คงจะเป็น เครือเจริญโภคภัณท์ ….กลุ่มหลังนี่ถอนตัวไปเเล้ว ก่อนที่จะซวย
 
ถ้าไม่มีการเสียภาษี หรือ ยังคิดที่จะสร้างนโยบายเลี่ยงภาษีให้ตัวเองเเละพวกพ้อง รับรองได้ว่า เมืองไทยจะไม่มีวันที่จะคืบหน้าไปกว่านี้ มีได้เเค่ฝัน  ความเจริญรุ่งเรืองที่โฆษณากันเอาไว้ เป็นได้เเค่ลมปากกระตุ้นเศรษฐกิจไปวันๆ ทำได้เเค่ฮือฮาเป็นพักๆ เเต่จะบ่อนทำลายกัดกินประเทศไปเรื่อยๆ กว่าที่เราจะรู้สึก ประเทศของเราก็จะตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจให้กับต่างชาติ เเละจะมีคนในชาติไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่จะได้เสพสุขบนความทุกข์ของเรา…..ผมเคยอธิบายวงจรอุบาทว์พวกนี้ไปเเล้ว เเละผมเชื่อว่ามีคนที่รู้ข้อมูลมากกว่าผมอีกหลายคน ผมคงจะไม่อธิบายเชิงลึกให้เสียเวลา
 
ตลอดเวลาที่ผมเฝ้าติดตามข่าวสารทางสื่อที่ผมพอจะมี ไม่ว่าทางอินเตอร์เน็ต หรือ ทางทีวีผ่านดาวเทียม  ผมรู้สึกเศร้าใจที่เห็นประชาชนตาดำๆกำลังลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เเต่ในขณะที่ผู้ก่อการตัวจริงพาลูกสาวออกไปช้อปปิ้ง มีการโฟนอินเป็นระยะๆเพื่อเป็นขวัญเเละกำลังใจให้กับนักรบเสื้อเเดง  ใครเจ็บใครตายช่างเเม่ง ไอ้สุนัขรับใช้บางตัวยังอุตส่าห์จะเอาศพผู้เสียชีวิตไปทรมานเเห่เเหนรอบเมือง เเทนที่จะนำไปบำเพ็ญกุศล สงสัยจะเลียนเเบบนักศึกษาช่วง 14 ตุลาฯ ตอนที่เเห่ศพ คุณ จิระ บุญมาก …..เจตนามันผิดกัน อย่าเลียนเเบบ
 
ผมไม่เชื่อว่า การยุบสภาจะทำให้อะไรต่ออะไรดีขึ้น  การจับตัวทักษิณก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเช่นกัน ตราบเท่าที่ยังมีคนหลงเชื่อในความเจริญที่ไม่มีวันจะเกิดเเก่ประชาชนไทยทั้งประเทศ(เพราะจะเกิดขึ้นเเค่กับคนบางคน เเละบางกลุ่มเท่านั้น) ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งหน้า นักการเมืองกลุ่มเพื่อไทยอาจจะได้เสวยอำนาจ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ทั้งทุจริตเลือกตั้ง หรือ จากคะเเนนบริสุทธิ์จากผู้ที่หลงเชื่อทักษิณ ผู้ที่เชื่อในความฝันที่ไม่มีวันเกิดขึ้นในประเทศที่ไม่มีการเก็บภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพื่อพัฒนาประเทศ เเละอาจจะเป็นไปได้ว่า ผุ้ที่ขึ้นเสวยอำนาจก็คือผู้ที่เหยียบกองเลือดของประชาชนตาดำที่ลุกขึ้นสู้เพื่อตน…….ทั้งๆที่รัฐบาลปัจจุบันก็คือรัฐบาลที่ได้รับการโหวตในสภาอย่างถูกต้อง ทีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ได้เป็นนายกในวิธีเดียวกันนี่ ใช่ไหม?ทำไมเสื้อเเดงไม่ยักกะบ่น? นาย อภิสิทธิ์ มีความเป็นสุภาพบุรุษพอตัวที่จะไม่ออกเสียงให้กับตัวเอง เเม้ว่าในตอนนั้นคะเเนนกำลังคู่คี่กันมา ในขณะที่ พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก โหวตให้ตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบาน …….ใครช่วยตอบคำถามเหล่านี้กับผมที
 
ผมกำลังสงสัยในทัศนคติของคนไทยบางคน ทำไมถึงไม่เลือกคนดี? เเละที่ผมเชื่ออย่างจริงจังก็คือ เเม้ว่า วันหนึ่ง ทักษิณจะกลับมา เเต่เขาก็ไม่จะไม่เหลือความสง่างาม เเม้เเต่น้อย
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to Civil war

  1. rung says:

    เห็นด้วยทุกประการ…. แต่ตอนนี้ สังคมไทยก็เหมือนพายเรือในอ่าง..วนไป วนมา .. เวียนหัวว่ะเฮีย… เบื่อมากๆ .. ประท้วงๆๆๆๆ …พอมีระเบิด พอมียิงกัน..ทั้งๆที่ดูก็รู้ว่าพวกมัน .. มันบอก…"กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" ติดที่ว่า กองกำลังที่ว่ามาช่วยมัน แต่มันบอกไม่ใช่พวกมัน เวร..พูดกับพวกนี้… พูดไม่รู้เรื่อง ตัดลิ้นซะดีมะ..เบื่อๆๆๆ

  2. pongpat says:

    เออสิ เราเเม่งก็งง ตกลงมันจะทราบมั๊ยว่าเป้นกองกำลังอะไร เเม่งไม่ทราบฝ่ายอยู่ร่ำไป

  3. rung says:

    55555555555555 ก็กองกำลังม๊ายยยยยยยยยยยยยซาบฝ่ายไงคับเฮีย…. เว๊ยยย…เบื่อมันจริงๆ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s