เรื่องเล่า ของ บรู๊ซ ลี

คนส่วนใหญ่จะรู้จัก บรู๊ซ ลี ในฐานะ ดาราหนังเเอ๊คชั่น คนเเรกจากเอเชีย ที่สามารถเข้าไปเขย่าวงการ hollywood ก่อนหน้า เฉินหลง กับ เจ๊ท ลี ด้วยซ้ำ
 
เเต่ในอีกสถานะหนึ่ง บรู๊ซ ลี ก็ยังเป็นอาจารย์สอนกังฟู  เป็นนักทดลองศิลปะการต่อสู้ เป็นคนที่ขยันท้าใครต่อใครมาประลอง เเม้กระทั่งคนอย่าง ชัค นอริส ดาราคาราเต้ ของ ฮอลลิวู๊ด ก็ยังเคยประลองกับ บรู๊ซ ลี เเต่ก็โดน บรู๊ซ ลี อัดล้มไม่เป็นท่า
 
น่าจะเป็นสาเหตุจากการถูกรังเเกในวัยเด็ก ทำให้ บรู๊ซ ลี มีความทะยานอยากที่จะล้มใครต่อใคร เขาเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ. ยิบมัน ผู้สืบสานมวย หย่งชุน (เหว่งชุน ในสำเนียงกวางตุ้ง) ได้พื้นฐานมวยหย่งชุนมาพอสมควร เเต่รู้สึกว่า อ. ยิบมัน จะไม่ได้สอนขั้นสุดยอดให้เขา เเละดูเหมือนกับว่า อ.ยิบมัน ไม่ค่อยจะชอบนิสัยท้าตี ท้าต่อย ของบรู๊ซ ลี เท่าไรนัก เเละที่ไม่ชอบเอามากๆ ก็คือ การเข้าไปข้องเกี่ยว มีเรื่องท้าตี ท้าต่อยกับมาเฟีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เขาต้องหนีตายจากฮ่องกง มาเรียนหนังสือต่อ ที่ ซานฟรานซิสโก อเมริกา
 
วันหนึ่ง ในมหาวิทยาลัย ขณะที่กำลังมีการเเสดงของนักเรียนต่างชาติ บรู๊ซ ลี ได้ขึ้นไปรำมวย ซึ่งถือว่าเป็นการเเสดงของตัวเเทนชาวจีน ก่อนที่เขาจะเเสดงการรำมวย เขาบอกกับผู้ชมว่า วันนี้ ทุกคนอาจจะงงว่า สิ่งที่เขากำลังจะทำมันคืออะไร เเต่วันหนึ่ง คำว่า "กังฟู" จะถูกบันทึกไว้ในดิกชั่นนารี่
 
เเละหลังจากวันนั้น อีกหลายปีถัดมา มันก็เป็นจริง ดังที่เขาว่าไว้ เเละ คำว่า กังฟู ก็ถูกทำให้โด่งดังได้ด้วยตัวเขาเอง
 
ก่อนหน้าที่บรู๊ซจะเข้ามาพัวพันในวงการบันเทิง เขาได้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขา ปรัชญา เเต่เเทนที่เขาจะเลือกทำในสิ่งที่เรียนมา เขากลับหาทุนไปเปิดโรงเรียนสอนกังฟู จากประสบการณ์ท้าประลองของเขา ทำให้เขาจับเอาลักษณะเด่นๆของมวยชนิดอื่นๆมาใช้ ผนวกกันเป็นสไตล์ของตัวเอง มันถูกเรียกว่า จีกวนโด้
 
เพราะเรื่องนี้นี่เเหละ เป็นสาเหตุของเรื่องที่ผมอยากจะพูดถึง เกี่ยวกับ บรู๊ซ ลี……………
 
บรู๊ซ ลี ถูกบรรดา ครูมวยขิงเเก่ทั้งหลายรุมประนาม หาว่าเขาไปดัดเเปลง ทำให้กังฟูเเบบเดิมเสื่อมเสีย เเถมยังรับนักเรียนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกสัญชาติ เเทนที่จะสงวนไว้ให้คนจีนเท่านั้น ….เป็นความคิดเเบบปิดประตูตายลั่นดาล เเละ ค่อนข้างใจเเคบ
 
เเน่นอน คนเเบบ บรู๊ซ ลี ไม่มีทางยอม เขาท้าครูมวยเหล่านั้น เเละ บอกว่า ให้ล้มเขาให้ได้ ถ้าอยากให้เขาปิดโรงเรียนเลิกสอนมวยเเก่คนต่างชาติ
 
เเละ บรู๊ซ ลี ก็ล้มได้ทุกคน เหมือนที่เขาคุย เเต่คนสุดท้ายนี่สิ …..หลังจากที่ถูกบรู๊ซ ลี ประเคนให้ทั้งหมัด ทั้งเท้า พี่เเกก็ลงไปนอนอ่วมอยู่กลางเวที เเต่พอ บรู๊ซ ลี เผลอ เพราะคิดว่า ไม่ต้องทำอะไรอีกเเล้ว ทันใดนั้น หมอนั่นก็คว้าไม้ ตีเข้าที่กลางหลัง เเถมใช้เท้าเหยียบ กระทืบที่จุดๆเดิม!!!
 
ผลที่ตามมาคือ บรู๊ซ ลี ถูกอัดเข้าอย่างจังที่จุดรวมประสาท บริเวณกระดูกสันหลัง ต้องนอนเป็นอำมพาตอยู่ที่บ้านเป็นเเรมเดือน….
 
เขาพยายามไปหาหมอ ทั้งเเผนปัจจุบัน ทั้งเเผนโบราณ ทั้งไปบำบัดกับเพื่อนๆนักคาราเต้ เเต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนกับสูญเปล่า เเละ สิ้นหวัง
 
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายขยับไม่ได้ ได้เเต่กลอกตาไปมา  เเบรนดอน ลูกชายวัยไม่ถึงขวบกำลังนั่งเล่นอยู่ไม่ห่าง ในขณะนั้น เเบรนดอน กำลังหัดเดิน เเต่ยังเดินไม่ได้สักที ได้เเต่คลานวนไป วนมาในบ้าน
 
ในวินาทีนั้น ขณะที่ บรู๊ซ กำลังนอนทอดอาลัยอยู่ พลัน เเบรนดอน ก็ลุกขึ้น ซึ่งก็ไม่น่าเเปลกอะไรสำหรับเด็กวัยตั้งไข่  บรู๊ซ นอนนิ่งจ้องพฤติกรรมของลูกชาย เเละ ทันใดนั้น เเบรนดอนก็ค่อยๆก้าวเท้าเดินอย่างช้าๆ เเละ เดินได้ในที่สุด
 
ด้วยความตื่เต้น ดีใจ หรืออะไรก็ไม่ทราบ บรู๊ซ พลันลุกขึ้นมาบ้าง เเละเริ่มก้าวเดินอย่างช้าๆ เเต่ตะกุกตะกัก ตามประสาคนเจ็บที่ยังไม่หายดี เเต่ที่เเน่ๆคือ นี่เป็นการลุกขึ้นเดินครั้งเเรกหลังจากที่บาดเจ็บเป็นเวลานาน…
 
ผมฟังเรื่องๆนี้มาจากเพื่อนชาวจีนคนหนึ่ง ไม่ว่าเรื่องเล่าเรื่องนี้จะมีเค้าโครงความจริงสักกี่มากน้อย  มันก็ฟังดูน่าประทับใจ เเละเป็นอีกมุมหนึ่ง ที่เราไม่เคยนึกถึงเกี่ยวกับบรู๊ซ ลี ผู้ที่เป็นดาราเเอ๊คชั่นคนเเรกของเอเชีย หรือ นักชกที่ปราบมาทุกทิศ
 
ผมขอจบเรื่องนี้ว่า ….ความรักเยียวยาได้ทุกอย่าง ถ้าเราใช้มันถูกที่ ถูกเวลา
 
ใช่ไหม?(หรือ ไม่ใช่วะ?)
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s