พ่ออย่างผม

ผมทะเลาะกับลูกอีกเเล้ว….
 
จะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่เชิง เรียกว่า ผมด่ามันมากกว่า ก็มีบ้างที่เถียงกลับเป็นระยะๆ  ดูเหมือนว่า ยิ่งโต เขายิ่งดื้อ เเละ อารมณ์หงุดหงิดบ่อยขึ้นจนผิดสังเกตุ
 
อีตรงอารมณ์นี่เเหละ ที่เป็นอะไรที่ขัดหู ขัดตาผมมากๆ  ผมชอบที่จะอยู่อย่างสงบๆมากกว่า ผมเกลียดคนที่ชอบทำอะไร ปึงๆปังๆ อย่างเเรง ไหนจะเรื่องของความก้าวร้าวที่ตามมาตามวัยอีก
 
เเม่บอกว่า …มันถอดพ่อมันมา…..ผมน่ะเหรอ?
 
ตอนเด็กๆ ผมเคยโดนเเม่ตบปากเพราะพูดจาไม่สุภาพ การตบปากของเเม่ ทำให้ผมระวังปากมากขึ้น เเค่ตอนอยู่กับเเม่ จะว่ามันช่วยอะไรผมได้หรือเปล่า มันก็เปล่า
 
พอโตขึ้น คนเราก็จะเรียนรู้เอาเอง จากสังคมที่ตนอยู่  เมื่อโตขึ้น ผมก็พูดจาดีขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ค่อยสนิท เเต่กับคนที่สนิทๆ ผมก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม …สกปรก ลามกตกขอบ
 
ผมอาจจะไม่ได้เฆี่ยนตีลูก(เพราะผมเกลียดระบบตี) ผมหนักไปทางด่าสั่งสอน สำหรับบางเรื่อง ผมรู้อยู่เเก่ใจว่า วันนึง วัย เเละ กระบวนการทางสังคมจะเปลี่ยนเขาเอง เเต่ด้วยความเป็นพ่อ มันเลยทำให้ผมอดที่จะสั่งสอนมันไม่ได้  บางเรื่อง ผมเคยเป็นมาก่อนด้วยซ้ำในสมัยวัยรุ่น ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดี ผมก็ทำ เเละ มีข้ออ้างเสมอว่า มันเป็นอารมณ์ของวัยรุ่น  …พอเเก่ตัวมา กลับรับไม่ได้
 
พอทะเลาะกันทีไร ผมมีเเค่คำว่า  "ฉันเป็นพ่อเเกนะ" อยู่ในสมอง
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

4 Responses to พ่ออย่างผม

  1. metang says:

    นี่แหละตัวพ่อ เอารางวัลพ่อดีเด่นไปนะ55

  2. Supee says:

    จิตใต้สำนึก – เด็ก 3 ขวบ ข้อมูลที่น่านำประกอบการพิจารณา คือนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้ค้นคว้าทดลองวินิจฉัยดูว่า ชาติก่อนมีจริงหรือไม่ สิ่งที่ต้องการค้นหาคือข้อมูลจากจิตใต้สำนึก บางคนก็ค้นคิดเครื่องไฟฟ้าพิเศษ แต่โดยมากอาศัยคนที่สะกดจิตเก่งๆ สะกดจิตทำให้คล้ายๆ นอนหลับเคลิ้มๆ ไม่รู้สึกตัว แล้วค่อยๆ ถามว่าเมื่อวานนี้ทำอะไรกับใคร 2-3 วันก่อนทำอะไรกับใคร ถามย้อนไปเรื่อยๆ ตอนเกิดมาใหม่ๆ ในโลกนี้ใครมาทำอะไร เขาสามารถพูดได้ แล้วเขาก็ถามไปถึงชาติก่อนๆ เขาสามารถนำข้อมูลเก่าๆ ออกมา คือชาติก่อน 2, 3, 4 ชาติ ก่อนได้เรื่อยๆ เด็กไร้เดียงสา พูดอะไรทำอะไรไม่ได้ก็ตาม จิตใต้สำนึกของเขาเปิดเก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ตลอด พ่อแม่ทะเลาะกัน หรือได้ประสบการณ์ที่เจ็บปวดต่างๆ เขาเก็บไว้ในจิตใต้สำนึก ข้อมูลเหล่านี้ เมื่อถึงเวลามีเหตุปัจจัยพร้อมก็จะออกมาในรูปแบบของกิเลสหรืออารมณ์ คนโบราณบอกว่า "จิตวิญญาณเด็กอายุ 3 ขวบมีอิทธิพลต่อไปถึงอายุ 100 ปี" วัยเด็กๆ ช่วงอายุ 3 ขวบ นี้เป็นช่วงที่กำลังสร้างนิสัยใจคอ อ่อนไหวต่ออารมณ์ที่มากระทบจากภายนอก การให้ปัจจัยสนับสนุนสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ขาดความอบอุ่นก็ไม่ได้ ดุมากไปก็ไม่ได้ ตามใจ เอาใจ ดูแลมากไปก็ไม่ดี เลี้ยงลูกต้องหาความพอดีเป็นสิ่งสำคัญ พ่อแม่ต้องใช้สติปัญญาศึกษาหาความพอดีให้สมดุลกัน ความรัก ความเคารพ และความกรุณา ต้องพอเหมาะพอดี คือสอนให้รู้ผิด รู้ถูก ควรไม่ควร จิตใต้สำนึก – ลูกอยู่ในท้องแม่ หน้าที่ของพ่อแม่ต่อลูกเริ่มต้นตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องแม่ นอกจากแม่จะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและระวังสุขภาพแล้ว ต้องส่งกระแสจิตที่เป็นความรักเมตตาเป็นสิ่งสำคัญ อารมณ์ของแม่มีอิทธิพลต่อลูก พ่อก็มีหน้าที่คือพยายามประพฤติตนให้อยู่ในศีลธรรม ไม่ให้แม่วิตกกังวล เครียดในสิ่งต่างๆ หน้าที่ของแม่คืออ่านหนังสือดีๆ ฟังเพลง ฟังธรรมะที่ช่วยทำใจให้สงบสบาย พยายามรักษาจิตใจให้สงบสบายเป็นสิ่งสำคัญ ลูกเรียกร้องความรักจากพ่อแม่ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ พระวินัยทางศาสนานับอายุตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ผู้ชายบวชเป็นพระภิกษุได้เมื่ออายุครบ 20 ปี นับรวม 6 เดือนในท้องแม่ด้วย แม้แต่พืชผักต้นไม้ก็ได้รับผลประโยชน์จากการดูแลเอาใจใส่ที่ดีเหมือนกัน มีบางคนเปิดเพลงให้กล้วยไม้ฟัง สร้างบรรยากาศดีๆ กล้วยไม้ก็ออกดอกสวยๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการเปิดเพลงให้โคนมฟังเพื่อเขาจะได้มีอารมณ์ดีๆ มีความสุข จะได้ผลิตนมมากๆ เห็นผลได้ชัดเจนว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ สิ่งเหล่านี้บอกชัดเจนว่าปัจจัยดีๆ เป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ออกผลดี ลูกอยู่ในท้องแม่ก็เหมือนกัน ถ้าแม่อารมณ์ดี พูดฟังแต่สิ่งที่ดีๆ ลูกก็จะเป็นคนที่มีอารมณ์ดีด้วย พ่อแม่จึงต้องให้ปัจจัยสนับสนุนดีๆ ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องแม่ วจีกรรม กายกรรม ถ้าลองสังเกตและพิจารณาคำพูดต่างๆ ต่อเนื่องกันแล้วก็จะเห็นผลดีผลเสียชัดเจน คำพูดที่พูดออกไปแล้ว เห็นผลเป็นทุกข์แล้วสามารถหาสาเหตุได้โดยไม่ยาก เราจึงจะรู้ได้ว่าคำพูดต่างๆ ที่พูดอยู่ทุกวันนี้มีทั้งผลดีผลเสีย สร้างปัญหาต่างๆ มากมาย ต้องระวังมากๆ วจีกรรมมีจริง และมีความหมายมากมายจริงๆ กายกรรมก็เหมือนกัน ความประมาททางกายนี่ เสียหายมากทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่น การกระทำทางกาย กายกรรมมีจริงและเกิดผลเป็นผลดีผลเสียได้ ต้องสำรวมระวังกายกรรมให้มาก สรุปได้ว่ามโนกรรม วจีกรรม กายกรรม มีจริง มีความหมายมาก มีอิทธิพลต่อสุขทุกข์ของเราเป็นอย่างมาก ต้องสำรวมระวังการคิด พูดทำอะไรๆ ทุกอย่าง

  3. Palita says:

    โอ้ โห๋…มีบล็อกเลยหรอวะเนี่ย รักลูกมากนะแกก็เรียนรู้กันไป แกว่าผู้หญิงเข้าใจยากใช่มะ? วัยรุ่นผู้หญิงเข้าใจยากส์ยิ่งกว่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆโชคดีเพื่อน ลิต้า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s