โลกสีเทา ของ ต้อม ยุทธเลิศ

เมื่อซัก 10 กว่าปีก่อน ผมจัดได้ว่าเป็นคนที่ดูหนังเยอะมากคนหนึ่ง อาจจะเป็นไปได้ว่า เพราะผมมีเวลาเยอะเเยะเหลือเฟือในช่วงกลางวัน เเถมหลังเลิกงานในตอนดึกๆ ผมก็ยังอุตส่าห์หาวิดิโอมาดู หนังเรื่องไหนที่เขาว่ากันว่าดี ผมก็ไปเ้สาะหามาดูจนได้ เผลอๆวันนึง ผมดูหนังในโรงหนังยังไม่พอ ผมยังหาหนังมาดูในห้องนอนอีก

ผมรู้จัก สไปซ์ ลี ผู้กำกับอหังการ์ผิวสี ,มาร์ติน สคอร์เคซี่  ผู้กำกับหนังมาเฟียชั้นดี อย่างเช่น the good fella ,casino สตีเว่น สปีลเบอร์ก เจ้าชายเเห่งโลกเซลลูลอยด์ ,จางอี้โหมว หนึ่งใน ผู้กำกับ รุ่น ที่ 5 จากจีนเเผ่นดินใหญ่,หว่องคาไว (หวังเจียเหว่ย)ผู้กำกับอัจฉริยะจาก ฮ่องกง,หรือ คุโรซาว่า ปรมจารย์ บนเเผ่นฟิลม์ จาก ญี่ปุ่น ฯลฯ

จนวันหนึ่ง หลังจากที่ผมได้ดูหนังเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง ผมเริ่มกลับมาสนใจหนังไทย…..

อาจจะเป็นเพราะคนทำหนังไทยเริ่มรู้จักที่จะใส่ใจในรายละเอียด บทที่รัดกุมมากขึ้น เเละ casting ที่ดีกว่าเดิม จึงทำให้ หนังไทยดูดีขึ้น ดีขึ้นมากพอที่จะส่งออกสู่ตลาดโลกได้ ไม่ใช่เเค่เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง เท่านั้น อีกหลายๆเรื่องที่น่าสนใจยังมีตามมาอีกเพียบ ทุกวันนี้ ผมเห็น วิดิโอ เรื่อง ต้มยำกุ้ง กับ องค์บาก วางอยู่รวมกับหนังฮอลลิวู๊ดได้อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมกับชื่อเสียงของ โทนี่ จา

นนทรี นิมิตบุตร ,อุดม อุดมโรจน์,เป็นเอก เรื่องรัตน์ ,ธนิต จิตนุกูล,เรียว กิตติกร เเละอีกมากมายที่น่าทึ่ง รวมไปถึง ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับคนนี้ คนที่ผมจั่วหัวเรื่องเอาไว้

ผมเคยมองเเผ่นซีดี บุปผาราตรี อย่างดูเเคลน เพียงเเรกเห็น ผมนึกถึงหนังเเหวะๆ ที่สร้างขึ้นมาตามกระเเสหนังผีทั้งหลาย โดยเกาะติดกระเเสจาก นางนาค ของ นนทรี นิมิตรบุตร รวมไปถึง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาน หนังสยองขวัญในใจของ ผู้ที่ชอบเรื่องราวผีๆ

เเต่พอผมได้มีโอกาสดู บุปผาราตรี ภาคเเรก ผมกลับนึกอยากเขกกระบานตัวเอง ผมพลาดมันไปได้อย่างไร?

ถ้าเราไม่นึกถึงฉากสยองขวัญทั้งหลาย รวมไปถึงการดึงอารมณ์ของคนดูให้รู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่คนเดียวในความมืดโดยที่มีวิญญานร้ายวนเวียนอยู่รอบๆ หนังของ ต้อม ยุทธเลิศ มีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ

ผมลองเปรียบเทียบดูจาก งานของเขาทั้งหมดที่ผมเคยดูมา ตั้งเเต่ บุปผาราตรี 1-2 ,กระสือวาเลนไทน์,โกยเถอะเกย์ รวมไปถึง หนัง black romantic อย่าง รัก/สาม/เศร้า  มันมีบา่งสิ่งที่ชัดเจน จนไม่อาจจะมองข้ามได้

หนังของ ต้อม ยุทธเลิศ เป็นส่วนผสมระหว่าง หนังประเภท ฟิลม์นัวร์ กับ เเบล๊ค คอมเมอร์ดี้ หรือ ถ้าจะพูดให้ฟังดูง่ายๆ ก้คือ เป็นหนังตลกร้ายที่ตีเเผ่สันดานของมนุษย์ นั่นเอง

เราคงได้เห็น ฉากที่นักศึกษาหนุ่มเพลย์บอย กำลังถ่ายวิดิโอในขณะที่กำลังมีเซ็กซ์กับเเฟนของตัวเอง เเถมดันเอาคลิปไปประจานให้เพื่อนๆดู ,จักษุเเพทย์ ที่ควรจะมีใจเมตตา เเต่ดันพยายามที่จะข่มขืนคนไข้ตาบอด, คู่เกย์รักเเรง เกลียดเเรง,เพื่อนร่วมงานท่าทางใจดี เป็นสุภาพบุรุษ เเต่สามารถข่มขืนผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ได้ด้วยทุึกวิธี เเม้เเต่ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ

ล้วนเเล้วเเต่บอกถึง ความพิกล พิการในจิตใจมนุษย์ เเละ เราจำเป็นต้องยอมรับกันว่า ในโลกเเห่งความจริง มีเรื่องร้่ายๆเเบบนี้….!!!!

หนังเเต่ละเรื่อง ไม่ได้จบในเเบบ….เเละเเล้ว ความดีก็ต้องชนะความชั่ว เเต่มักจะจบเเบบหักมุม ไม่ก็เป็นตลกเเบบร้ายๆ เเต่ก็มีมุมที่สวยงามอยู่ เเต่ก็เเปลก ที่ผมกลับจำฉากที่งดงามเหล่านั้นไม่ค่อยจะได้

ถ้าจะให้คำจำกัดความเเก่หนังของ ต้อม ยุทธเลิศ คงพอจะกล่าวได้ว่า…

ในความงาม มีความอัปลักษณ์เเฝงอยู่

ในความเลว มีความเลว(กว่า)เเฝงอยู่

ในความต้องการ มีความเห็นเเก่ตัวเเฝงอยู่

ในความอัปลักษณ์ ความเลว ความเห็นเเก่ตัว…..มีความรักเเฝงอยู่

ไม่มีอะไรขาวสะอาด โลกในเเผ่นฟิลม์ ของ ต้อม ยุทธเลิศ เป็นสีเทาหม่น เหมือนกับที่เรามองเห็นได้จากสังคมในปัจจุบัน

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s