ราคาของมิตรภาพ

คนเราทุกวันนี้ ขาดความเคารพในสิทธิ์ส่วนบุคคล เเละ ปัจเจกบุคคล ลงไปทุกที……
 
คงเพราะเเข่งขันกันมากขึ้น ทะเยอทะยานกันมากขึ้น ลำพองในตัวตนมากขึ้น เลยทำให้ก้าวร้าวมากขึ้น ดวงตามืดบอดในยามที่มองผู้อื่น เเต่สว่างไสวในโลกของตัวเอง เลยมองเห็นเเต่ตัวเอง เเละเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เที่ยวตัดสินใครต่อใคร
 
คนมักน้อยอย่างผม มักจะตกเป็นเหยื่ออยู่เสมอ….ซวย
 
เมื่อใคร่ครวญดูอีกครั้ง ผมก็อาจจะเป็นคนประเภทนั้นเช่นกัน เเต่อาจจะเป็นจำพวก ดี 1 ประเภท 2 ก็ไอ้เพราะความมักน้อยนี่เเหละ  ไอ้ที่ผมเหมือนเขาก็คงจะเป็น การซุกอยู่ในมุมของตัวเอง เเละ เชื่อว่า มันดีเเละอบอุ่น….ขีดความทะยานอยากเเบบพื้นๆค่อนข้างต่ำกว่าปรกติ เเต่ไอ้ขีดความทะยานอยากเเบบบ้าๆสูงลิ่ว ฮ่าๆๆ
 
คงเพราะหลุดออกนอกกระเเสไป ผมเลยไม่ค่อยอยากจะชวนให้ใครมาเป็นเหมือนผม เพราะถ้าคนอย่างผมมันดีจริง โลกนี้คงมีคนอย่างผมค่อนโลก เเต่เท่าที่เห็นๆ เเละ สัมผัสได้ ผมมีเพื่อนร่วมทางน้อยเหลือเกิน ผมเองก็ไม่ได้อยากจะไปชวนใครให้เป็นเเบบผม ขนาดเเค่เเสดงความคิดเห็นเล็กๆน้อยๆ  เขายังว่าผมเลย หาว่าไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักขวนขวาย ไม่รู้จักตะเกียกตะกาย ไม่รู้จัก !#%$^&*()_)+_ ฯลฯ
 
ครั้งหนึ่ง ผมเคยโดนทาบทามให้ไปเป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร  ไอ่้คนชวนนี่ก็เป็นเพื่อนซี้ กินนอน ด้วยกันมาตั้งเเต่เด็ก ผมต้องเป็นคน set up ร้านทั้งหมด ส่วนเเบ่งในอัตรา 50%-50% ฟังดูไม่เลวเลย เเต่ผมไม่เอา ผมเเค่ให้สูตรอาหารไปฟรีๆ เเละ วางโครงสร้าง เเละ คอนเซ็ฟให้ …เเต่ ผมไม่ทำ…ไอ้คนชวนเเม่งด่าผมชิบหายเลย หาว่าผมโง่  มันมีงานการมั่นคง คุณภาพชีวิตดี จับธุรกิจอะไรเป็นรุ่งไปหมด มันด่าผม เเละ เปรียบเทียบตัวมันกับผม
 
ครับ ผมโง่..เพราะผมไม่ทำ เพราะผมไม่ต้องการ
 
ผมมองร้านอาหารเป็นเเหล่งทรมานมนุษย์ผู้ไร้ทางเลือก ผมอยู่ตรงนี้เพราะไม่มีทางเลือกเช่นกัน และถ้าวันนึง ผมจำเป็นต้องทำร้านอาหารของตัวเอง  ผมจะทำเอง โดยที่ไม่มีหุ้นส่วน ถึงมันจะไม่บึ้มเหมือนไอ้โครงการนั้น ผมก็ไม่เเคร์  ก็ มันไม่ใช่วิธีการทำมาหากินในฝันของผมนี่หว่า….
 
ผมเชื่อใน พรสวรรค์ของมนุษย์ เเละ เชื่อว่า การทำอาหารไม่ใช่พรสวรรค์ของผม มันเป็นพรเเสวงที่ต้องขวนขวายหามันมา ไม่งั้น ผมไม่มีเงินเลี้ยงลูก เเม่..เป็นคนป้อนโปรเเกรมการทำอาหารให้ผม ผมก็เป็นเเค่คอมพิวเตอร์หัวดื้อ ที่จำนนให้กับความอดอยาก เเละต้องรับการป้อนข้อมูลโดยปริยาย ถ้าถามผมว่า รักการทำอาหารไหม? ผมตอบได้เลยว่า ไม่!! พร้อมกับโบกมือปฏิเสธ เเถม ตีน ด้วย
 
ผมไปเจอเพื่อนคนเดิมที่เมืองไทย ในทริปที่เเล้ว  ผมเปิดบ้าน(ของพี่ชาย)ทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ โดยไม่พลาดที่จะทำ ก๋วยเตี๋ยวไก่ สูตร ไก่ตุ๋น ให้เพื่อนๆได้ชิมกัน  ปรากกว่า ขายดิบขายดี บางคนล่อไปเสีย 3 ชาม รับคำชมมาเป็นเข่ง เเต่ก็เเว่วคำด่ามาจากเพื่อนคนเดิม…มันบอกว่า "มีฝีมือ เเต่ใจไม่กล้า มีไปก็เท่านั้น" มันว่าอย่างงั้น
 
มันอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่า  ผม..ไอ้อ้น ในบทบาท chef ไม่ใช่ ไอ้อ้น คนที่มันคบ มันไม่ใช่ผม ผมเป็นผมคนนั้น ด้วยความจำยอม  เเละ ผมก็รู้ว่า ผม(คนนั้น)ไม่น่ารัก ขี้หงุดหงิด ใครทำงานไม่ถูกใจ ผมด่าเเหลก…มันก็หมายความว่า ผมไม่มีความสุขกับบทบาทที่ตัวเองเล่น เเม้เเต่น้อย เเละคนที่จะไม่มีความสุขเป็นคนถัดมา ก็ คือ มัน(ไอ้เพื่อนคนนั้น) นี่เเหละ…อย่าให้มันมาทำลายมิตรภาพดีๆของมึง กับ กูเลย
 
บังเอิญว่า ก่อนหน้าที่ผมจะกลับเมืองไทย  มันเเนะนำให้ผมไปหาซื้อ I-phone มาสักตัวนึง เพื่อเอามาขาย  มันบอกว่า กำลังฮิตอย่างเเรงในเมืองไทย  ขายได้ราคา เเละ มันรู้ที่ปล่อย มันเลยอยากให้ผมมีตังค์เอาไว้ใช้เพิ่มเล่นๆ สำหรับกินเหล้า….เเต่ผมปฏิเสธไป…เเต่ผมไปหาซื้อ กางเกงยีนส์ มาให้มันตัวนึง โดยที่ไม่ได้คิดตังค์กับมันเเม้เเต่บาทเดียว..เเละ เเน่นอน มันด่าผมว่า โง่….และมองข้ามความหวังดีของมัน
 
จนป่านนี้ มันก็คงไม่เข้าใจว่า ผมมีความสุขกับการให้ยีนส์ตัวนั้นกับมัน มากกว่า การหา I-phone มาขาย
 
มิตรภาพของผม กับ มัน ไม่ได้ถูกซื้อหามาด้วยราคาค่างวดใดๆ  เเละ ผมก็ไม่เคยคิดอยากที่จะไปสร้างราคาค่างวดกับมิตรภาพนั้น
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s