the warlord หมดหน้านา ฆ่่าโคถึก เสร็จศึก ฆ่าขุนพล

นอกเหนือไปจากความหนืดของเสปซเเล้ว ยังมีสาเหตุจากการขาดเเรงบันดาลใจอย่างเเรงด้วย ทำให้หมู่นี้ ผมคิดอะไรไม่ค่อยออก บอกไม่้ถูก คงเป็นเพราะในระยะนี้ ไม่ค่อยจะมีอะไรให้ประทับใจนัก
 
อย่างว่าล่ะ ผมมันไม่ใช่ นักคิด นักรังสรรค์ ผมทำอย่างมาก ก็ได้เเค่สะท้อนภาพจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้เเล้ว จะให้ผมทำนาย ทายทัก วิเคราะห์หุ้น หรือ ตั้งตนเป็นศาสดา สถาปนาลัทธินอกรีตอะไรซักอย่างขึ้นมาเพื่อชี้นำใคร มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ มันสุดด้วยภูมิปัญญาจริงๆ
 
ดังนั้น ถ้าไม่มีอะไรประทับใจ ผมจะไม่เขียนอะไรทั้งนั้น  เพราะไม่มีอะไรจะเขียนถึง (ฮา)เเละ คนเเบบผม มิบังควรที่จะตั้งตนเป็นผู้ชี้นำใคร เป็นได้อย่างมากก็เเค่ กระจกบานหนึ่งที่สะท้อนภาพออกมา จะบิดจะเบี้ยว ก็ขึ้นอยู่กับว่า ฉาบกระจกได้เรียบเนียนเเค่ไหน
 
ในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา หาอะไรดีๆเขียนเเทบไม่ได้ อาจจะมี เเต่ก็ด้วยเหตุผลเเรก คือ เสปซมีปัญหา(หนืด) ทำให้เกิดอาการขี้เกียจซะอย่างงั้น  เท่าที่เห็นก็คือ จำเลยรัก ที่มีคุณ หฤทธิ์ กับ โศรยา ….ไม่ใช่ ครับ  ถึงน้องเเอฟ ทักษอรณ์ จะน่าจับมาขังไว้ในบ้านจริงๆ ผมก้คงจะไม่เขียนถึงหรอก  จำเลยรัก เป็นบทประพันธ์ สไตล์โบราณ ที่น่าจะนำมาขึ้นหิ้งมากกว่า
 
เเละ ก็ยังมี The Warlord ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ สมัยยุคปลาย ราชวงศ์ชิง ที่น่าพูดถึงมากๆ….
 
The Warlord เป็นเหตุการในช่วงที่ กบฏ ไท้เผ็ง ตั้งตัวเป็นใหญ่ รบราฆ่าฟัน กับทางการ ในยุคปี คศ. 1850 ช่วงนั้น ประเทศจีนถูกปกครองโดย พระนางซูสีไทเฮา ซึ่งเป็นกลียุค ข้าวยาก หมากเเพง มีการเก็บภาษีเกินความจำเป็น ทำให้ชาวบ้านตั้งตัวเป็นชุมโจร เป็น ก๊ก เป็นเหล่าื  สุจริตชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
 
หม่าชิงอี้(เจ็ท ลี)นายทหารหนีทัพ ได้พบกับ อาเหลียน(ซูจิงเหล๋ย)โดยบังเอิย เเละได้เกิดมีความสัมพันธ์กันขึ้นมา เเต่หลังจากนั้น อาเหลียน หนีเขาไปโดยไม่มีสาเหตุ จนกระทั่งเขาได้ซัดเซพเนจรไปจนพบกับ เฉาหูอี้(หลิวเต๊อะหัว) เเละ จังเหวินเฉียว(ทาเคชิ คาเนชิโร่)ซึ่งก่อตั้งชุมโจร ปล้นสดมถ์เสบียงจากทางการ ด้วยฝีมือของอดีตนายทหาร ทำให้สองโจรรับ หม่าชิงอี้ เข้าเป็นพวกโดยทันที หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการปล้นเสบียงจากทหารเเล้ว เฉาหูอี้ กับ จังเหวินเฉียว จึงพา หม่าชิงอี้ มาอยู่ร่วมกันที่หมู่บ้านของพวกเขาด้วย….
 
หม่าชิงอี้ ได้พบกับอาเหลียนอีกครั้งที่นั่น เเละ มารู้ความจริงในภายหลังว่า อาเหลียน คือ เมียของ เฉาหูอี้ นั่นเอง ……
 
เเค่เริ่มต้น ก็น่าสนุกเเล้ว…..
 
ไม่นานนัก หลังจากงานเลี้ยงฉลอง ทหารของทางการได้บุกเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเขา ด้วยกำลัง เเละ อาวุธที่ดีกว่า ทำให้พวกกลุ่มโจรไม่มีประตูจะสู้ เเถมโดนดูหมิ่นจากนายกอง ผู้นำทหาร  เหตุการณ์นี ทำให้ หม่าชิงอี้ เกิดความคิดขึ้นว่า ควรจะนำพวกโจรไปสวามิภักดิ์ต่อทางการ เพื่อที่จะได้มีอาวุธ เเละ เงินเดือน ดีกว่าที่จะปล้นเขากินไปวันๆ  เเละ ได้ทำการสาบานเป็นพี่น้อง โดยมี หม่าชิงอี้ เป็นพี่ใหญ่  เฉาหูอี้ เเละ จังเหวินเฉียว เป็นพี่รอง เเละ น้องเล็ก
 
กองโจรกลุ่มนี้ ประสบความสำเร็จในการรบมาตลอด เเต่หลา่ยๆครั้ง 3พี่น้องก้ได้ขัดเเย้งกันเอง หม่าชิงอี้ เคยเป็นทหาร จึงนำวินัยทหารมาใช้ ในขณะที่ เฉาหูอี้ เคยเป็นโจรมาก่อน วิธีการที่เเตกต่างกัน ทำให้การรบหลายครั้ง เป็นไปได้อย่างไม่ราบเรียบนัก
 
แต่ท้ายที่สุด ความขัดเเย้งขั้นเเตกหักก็มาถึง ซึ่งเกิดจากกลุ่มอำนาจเก่าที่เคยให้การสนับสนุนต่ออดีตกองโจร เพราะเกรงว่าจะสูญเสียอำนาจที่เคยมี จึงได้ยุเเหย่ให้ 3 พี่น้องฆ่าฟันกันเอง ด้วยความเข้าใจผิด หม่าชิงอี้ จำเป็นต้องปล่อยให้กลุ่มอำนาจเก่า เก็บ เฉาหูอี้ เสีย เเต่ในขณะเดียวกัน จังเหวินเฉียว กลับคิดว่า พี่ใหญ่ฆ่าพี่รอง เพราะอยากจะเเย่งเมีย จึงจำต้องฆ่าพี่ใหญ่เสีย ในฐานะที่ผิดคำสาบาน ส่วนน้องเล็กก็ถูกประหารชีวิตในเวลาต่อมา
 
เรื่องก็จบลงประมาณนี้  ที่น่าทึ่งก็คือ มันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงๆมาก่อน ในช่วงปลายยุคราชวงศ์ชิง….
 
เเละ มันก็ยังคงเกิดขึ้นในเกมส์อำนาจทุกๆเกมส์….ราวกับหนังม้วนเดียวกัน
 
จนทุกวันนี้ เรื่องเเบบนี้ ก็ยังคงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะในระดับมาเฟียท้องถิ่น ไปยัน มาเฟียรัฐสภา บ่างคนได้ไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต เเต่บางคนก้ถูกตัดตอนไปก่อนที่จะกลายเป็นหอกข้างเเคร่ของอีกฝ่าย….ไม่เเปลกใจเลย ที่ใครบางคนเคยบอกกับผมว่า "สมัยนี้ คนดีๆเขาไม่มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรอก"
 
แม้ว่า ระบบ ระบอบในทุกวันนี้ จะดูสลับซับซ้อนมากขึ้น ข้าราชการประจำ กับ ข้าราชการการเมือง จะถูกเเยกเเยะออกจากกัน เเต่มันก็เป็นเพียงในนาม ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงมีอะไรกันลับๆ ที่เราไม่รู้  เพื่อคานอำนาจของตัวเอง มิเช่นนั้นอาจจะโดนเขี่ยได้ง่ายๆ
 
เฉินเสี่ยวตง อดีต ดารานักบู๊ เป็นผู้กำกับ The Warlord โดยใช้เค้าโครงจากเรื่องจริงทั้งหมด ฉากการต่อสู้ดูสมจริงมากๆ หนังเรื่องนี้ ไม่เเพ้ The Croaching tiger ,Hidden Dragon หรือ Hero เลย เดี๋ยวนี้ ผู้กำกับหนังดีๆหลายคน เป็น ชาวเอเชี่ยน เช่น จางอี้โหมว ,อั้งลี่ ,หวังเจียเหว่ย(หรือ หว่องคาไว ใน สำเนียง เเคนโตนิส) The Warlord อาจจะเป็น 1 ในตัวเก็ง ออสก้าร์ สาขาหนังต่างประเทศ ก็ได้
 
ด้วยฉากการต่อสู้ที่สมจริงสมจัง เรื่อง เเละ บทที่ดี…อาจจะมีสิทธิ์ ใช่มั๊ย? ใครจะไปรู้ เเถมยังให้อุทาหรณ์บางอย่าง ว่า อำนาจไม่ใช่สิ่งที่จะยั่งยืนอยู่กับใครได้ มันหมุนวนไปตามกระเเส เเละ เเนวโน้ม โดยมีจังหวะ เเละ สถานการณ์เป็นตัวตั้ง เเต่สิ่งที่หวัง เเละคาดเดาได้ยากที่สุด คือ น้ำจิต น้ำใจของคนกันเองนี่เเหละ เหมือนกับเรื่องราวนี้
 
คนหนึ่งเชื่อมั่นในวินัยของเเละน้ำใจของชายชาติทหาร อีกคนหนึ่งเชื่อมั้นในพี่น้อง เเละ อีกคนหนึ่งเชื่อมั่นในคำสาบาน….เเต่ท้ายสุด ทุกคนสังเวยชีวิตให้กับสิ่งที่เขาเชื่อ….โลกเรามันก็ตลกเเบบนี้เเหละ
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to the warlord หมดหน้านา ฆ่่าโคถึก เสร็จศึก ฆ่าขุนพล

  1. 33 says:

    เสร็จศึกฆ่าขุนพล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s