เพลงดีๆ(บทความนี้ อาจจไม่ตรงกับใจของใครบางคน เเต่มันเป็นความเห็นส่วนตัว)

ผมเป็นนักเเต่งเพลงมือสมัครเล่น  ที่ดูท่าว่าคงไปได้ไม่ไกลกว่า มือสมัครเล่น
 
การเเต่งเพลงไม่ใช่เรื่องหมูๆ เลย เเละ การเเต่งเพลงก็ไม่ใช่ กาพย์ ฉันท์ โคลง กลอน เเบบขนบโบราณ ของบ้านเรา…เเต่ทุกวันนี้ เราก็อาจจะได้ยินสัมผัสเเบบนั้นบ้าง จากเพลงบางเพลง ผมเดาว่า มันน่าจะมาจากความเคยชินเสียมากกว่า เราชินกับเพลงที่มีสัมผัสนอก สัมผัสในเเพรวพราว
 
ถ้าพูดกันในเเบบคนหัวอนุรักษ์นิยม อาจจะบอกได้ว่า นี่คือ ลายเซ็นต์ นี่คือ สำเนียงเเบบเราๆ เเต่ถ้าให้ผมพูดในเเบบนักดนตรี ผมขอบอกว่า มันมีส่วนที่ทำให้ วงการเพลงไทยไม่ไปไหนไกลเกินกว่านี้!!!
 
พี่โป่ง ปฐมพงษ์ สมบัติพิบูลย์ นักร้องนำ/นักเเต่งเพลงหลัก ของ วง the sun,stone metal &fire,the olarn project ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า อุปสรรคของการเเต่งเพลงไทยคือ ภาษาไทย มีคำเป็น คำตาย …ต่อให้ทำออกมาไหลลื่น คล้องจอง เหมาะสม เเต่พอมาเจอกับทำนองของดนตรี มันกลับกลายเป็น  เนื้อร้อง ไม่ลงกับทำนอง ไปเสียฉิบ
 
พี่โป่ง เป็นหัวหอกของนักเเต่งเพลงหัวก้าวหน้าที่ต้องการจะฉุดเพลงไทยขึ้นให้เท่าเทียมกับสากล  ผมมีตัวอย่างจากเพลงบางเพลงของพี่เค้ามาให้ดูกันเล่นๆ ว่ามันดูเเตกต่างกับเพลงรุ่นเก่าๆหรือ ไม่ ลองมาดูกันที่เพลง "ไฟปรารถนา"
 
ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ดำเนินไปตามเส้นทางของมัน
 
และฉากชีวิต ทุกฉากก็เริ่มเเสดง
 
หนุ่มสาวรักกันด้วยดวงใจที่ประจุด้วยไฟ
 
ไฟเเห่งหัวใจปรารถนา ไฟเเห่งรักเริ่มปรารถนา
 
ท้าทาย เเละ ท้าทาย เชิญชวนใครๆให้ได้ลิ้มลอง
 
สัมผัสเเห่งกาย เเละใจรุมร้อนเต็มที
 
แต่ควรห้ามใจ คิดตร่ตรองตัวเราก่อนให้ดี
 
เสพสมรักกันใช่เลวร้าย แต่ตัวของเรายังไม่พร้อม
 
คงสักวันที่เราต้องพ่ายเเพ้ไฟปรารถนา
 
ถ้าเราอ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ทำนอง เราจะรู้สึกว่า มันไม่คล้องจองกันเลย เเม้เเต่นิดเดียว อาจจะมีสัมผัสในเล็กๆ พอเป็นกระสาย เเต่ไม่มีการสัมผัสเเบบขนบธรรมเนียมเดิมๆ …เเต่ก็เเปลกที่มันช่างดูลื่นไหลไปกับดนตรีได้อย่างประหลาด  ประกอบกับเนื้อหาที่ลุ่มลึก ยิ่งทำให้เพลงๆนี้ฟังดูเต็มเปี่ยมไปด้วยฝีมือการประพันธุ์ ภาษาที่สวย กับ ดนตรี Rock ในเเบบ Neo-classic สุดยอด!!
 
เเต่ถ้าเป็น เพลงประเภท contemporary song อย่างเพลงลูกทุ่ง หรือ เพลงไทยเดิม การใช้สัมผัสนอก สัมผัสใน เป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด เพราะมันเป็นของๆเราจริงๆเพลงไทยเเท้ๆประเภทนี้ มีกฏตายตัว  ถ้าใครบังอาจเเต่งเพลงลูกทุ่งด้วยภาษาเน่าๆ ขาดสัมผัส มันสมควรตาย ผมถือว่า เป็นการทำลายสุนทรีย์ภาพขั้นพื้นฐาน เเละ ไม่เคารพครู…ประมาณนั้นเลย ไม่ได้พูดเล่น
 
ในช่วงระยะ 15 ปีที่ผ่านมา วงการเพลงถูกกำหนดด้วยวัฒนธรรมของโลกฝั่งตะวันตก มาในระยะนี้ ได้มีเพลงจาก ญี่ปุ่น กับ เกาหลี เข้ามาร่วมสร้างกระเเสด้วย (เเม้ว่า ญี่ปุ่น กับ เกาหลี จะถูกกำหนดด้วย trend จากฝั่งตะวันตก ก็ดี)ทำให้เกิดกระเเสตามเเห่กันเป็นพักๆ เมื่อซัก 7-8 ปีก่อน มีเเต่วง อัลเทอร์เนทิฟ (Alternative) ซึ่งก่อกำเนิดมาจาก Modern Rock ของสองฝากฝั่ง อเมริกา เเละ อังกฤษ  ด้วย กระเเส Grunge sound จาก ซีเเอตเติ้ล,อเมริกา กับ กระเเส Brit Pop จากอังกฤษ ทำให้เกิดวงอัลเทอร์ฯมักง่ายเเบบไทยๆขึ้นมาหลายวง หลายวงได้ล้มหายตายจากไป เเต่บางวงก็ยังคงทนอยู่ในกระเเสปัจจุบัน ใครที่ทนอยู่ได้ ถือว่า รู้จักพัฒนา
 
15 ปีที่ผ่านมาดังที่ผมกล่าวไว้ เเทบจะไม่มีเพลงที่เป็น master piece มากไปกว่า 10% ของทั้งหมด!!! ฟังดูน่าเศร้านะ
 
แม้ในด้านดนตรีจะพัฒนาขึ้น เเต่เนื้อร้อง ก็ยังตกอยู่ในวังวนเดิมๆ นักเเต่งเพลงยังคงวนเวียนอยู่กับวิธีการเเต่งของ พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ไม่ก็ ชมพู ฟรุ๊ตตี้ จาก อาร์ เอส ซาวน์ด….ไหนๆจะทำให้มันเป็นสากล ทำไมไม่ไปให้ถึง?
 
ผมสงสัยว่า มันเป็นนโยบายของค่ายเพลงที่ผุกขาดการตลาดไ้ในกำมือนี่เเหละ  ที่มีส่วนผลักดันขยะทางเสียงพวกนี้ออกมา  ด้วยการกำหนดเนื้อหาให้อยู่เเค่ในมุมเเคบๆ
 
เราพอจะเเบ่งชนิดของเนื้อเพลงได้เเต่พอสังเขป ดังนี้….
 
1 อกหัก รักคุด เเต่ยอมเสียสละ เพื่อให้เธอไปเจอคนที่ดีกว่า
 
2 อกหัก รักคุด เเต่ฉันไม่เเคร์ อยากไปก็ไป เรื่องของมึง กูอยู่ได้ ไม่ตายหรอก(โว้ย)
 
3 รักกันสนั่นเมือง น้ำเเตกท่วมจอ วันๆกุก็รักๆๆๆๆกันเเม่งทั้งวี่ ทั้งวัน
 
4ใ้ห้กำลังใจกันเป็นบ้าเป็นหลัง จดจำไว้นะเธอ หลังก้อนเมฆ(ดำ) ยังมีดวงอาทิตย์ส่องเเสงอยู่ เเละ ฉันก็คือ ดวงอาทิตย์ของเธอนั่นเอง (โอว)
 
5ชอบเเฟนชาวบ้านว่ะ อยากเเย่งโว๊ย
 
6หักอกกูเหรอ? ระวังเหอะมึง กูจะเอาคืน ไม่ก็ กรรมจะตามสนองมึงสักวัน
 
ประมาณนี้…..หาความลุ่มลึกเเทบจะไม่มี
 
เพลงเเบบที่ว่ามานี้  มันน่าจะมีในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ใช่ว่า เอะอะ ก็ประมาณนี้  ภาษาไทยมันดิ้นได้ เเต่ทำไม ไม่มีปัญญาทำให้มันเเตกเเขนง?
 
 
มีนักเเต่งเพลงคนหนึ่ง ที่ผมชอบวิธีการเเต่งเพลงของเขา …คุณ อารักษ์ อาภากาศ หรือ "ไท" หนึ่งในตัวละคร จาก นิยาย hard core "พันธุ์หมาบ้า"ของ ชาติ กอบจิต ซึ่งมีตัวตนอยู่ในโลกความจริง (นิยาย เรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องจริง) เนื้อหาของเพลงส่วนใหญ่ เป็นเพลงสะท้อนภาพชีวิตของชนชั้นกลาง ถือว่า เป็นเพลงสะท้อนสังคม ประเภทหนึ่ง ที่ถูกนำเสนอผ่านดนตรี Folk Rock บ้านเราต้องการเพลงเเบบนี้ เเต่ไม่ได้หมายความว่า เป็นเพลงเพื่อชีวิต ในเเบบ คาราวาน หรือ คาราบาว ที่ซึ่งบางครั้งก็หลอกลวง โดยอาศัยคราบนักสู้รุ่นเก่ามาทำมาหากิน
 
อารักษ์ อาภากาศ สะท้อนภาพชีวิตคนออกมาหลากหลายมุมมอง  ไม่ใช่เเค่ รัก โลภ โกรธ หลง คนเรามีอารมณ์เร้นลับ ที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้ มนุษย์เรามีจิตใจที่ซับซ้อน อ่านยากกว่าที่เราได้ฟังมาจากบทเพลงขยะเหล่านั้น หรือ บางทีก็เรียบๆง่ายๆ จนนึกไม่ถึง
 
เขตต์อรัญ  เลิศพิพัฒน์ 1 ในทีม ผีเสื้อดนตรี วง Butterfly วงที่นักดนตรีระดับประเทศหลายคน เคยผ่านการร่วมงานมาเเล้ว เช่น อัสนี  โชติกุล ,สุรสีห์ อิทธิกุล,กฤษ โชคทิพย์พัฒนา ,สมชาย ขำเลิศกุล ,จิรพันธุ์ อังศวานนท์ ฯลฯ หลายๆคน ถูกซื้อตัวโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ เเต่ เขตต์อรัญ ไม่เคยที่จะตกอยู่ภายใต้สัญญาของค่ายไหน เขาเเค่เเต่งเพลงเเบบที่เขาอยากเเต่ง ผลที่ออกมาคือ เพลงที่ลุ่มลึกไปด้วย ปรัชญา เเละ เนื้อหาเเบบปัญญาชน  เช่น วีณาเเกว่งไกว ,สายล่อฟ้า,วันนี้ วันดี วันที่เป็นไทย (อัสนี -วสันต์) กาลปาวสาน, จงจำไว้ทุกถ้อยคำ,เวลา (สุรสีห์ อิทธิกุล) ฯลฯ เป็นต้น…เเต่เสียดายที่เขาได้จากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 3 ปีก่อนหน้านี้
 
ยืนยง โอภากุล หรือ เเอ๊ด คาราบาว เป็นนักเเต่งเพลงเพื่อชีวิต ที่ยังคงใช้ขนบวิธีการเเต่งเเบบมากสัมผัส หลายๆเพลง อาจจะฟังดูขัดๆหู โดยเฉพาะเพลงที่เเต่งจากกระเเส หรือ เหตุการณ์บ้านเมือง  เเต่ถ้าเพลงในเเบบ อัตตชีวประวัติ ของบุคคลในประวัติศาสตร์  หรือ เรื่องราวที่เป็นตำนาน ไม่มีใครกินเขาลงได้สักคน เช่น เจ้าตาก ,เช ยังไม่ตาย,คานธี ,โกวเล้ง,ลุงไฟ,ศรอรชุน,หลวงพ่อประจักษ์
 
ผมจากเมืองไทยมา 6 ปีเเล้ว เวลากลับไปที่นั่นทีไร ผมก็ยังคงได้ฟังเพลงไร้สาระเเบบเดิมๆ ที่ไม่ได้สะท้อนภาพของสังคมออกมาเเม้เเต่น้ิอย เเต่ก็มีบ้างที่ฟังดูเเตกต่างจาก main stream ส่วนใหญ่จะเป็นวงที่มาจากค่าย อินดี้ เพราะวงพวกนี้ส่วนใหญ่จะได้อิสระในการทำเพลง ไม่เหมือนกับวงที่มาจากค่ายใหญ่
 
ค่ายใหญ่พวกนี้นี่เเหละ ที่มีส่วนทำให้เพลงไทยถึงจุดอับ เพราะมักจะมองการตลาดเป็นอันดับเเรก มากกว่าที่จะนำเสนอความเเปลกใหม่ ความหลากหลาย ยกเว้น ถ้ากระเเสหลักของวงการดนตรีโลกถูกเปลี่ยน ค่ายใหญ่จึงจะเปลี่ยนนโยบายตาม เเต่ในด้านเนื้อหา ก็ยังคงเป็นเหมือนที่เคย ทั้งๆที่ นักดนตรี นักเเต่งเพลง ควรที่จะมีส่วนในการวิพากษ์ วิจารณ์สังคมในบางครั้ง เเต่กลับต้องมาทำเพลงอกหัก รักคุด รับใช้ผู้บริโภคที่ถูกมอมเมาจากสื่อ  ประกอบกับคณะกรรมการ กบว. ที่คอยตรวจตรา เเละสั่งห้ามปรามเพลงบางประเภท ทั้งๆที่เพลงเหล่านั้นได้เสนอภาพความเป็นไปของสังคม กลับต้องถูกเซ็นเซอร์เพราะไปเเตะต้องผู้มีอำนาจบางคน เเต่เพลงประโลมโลกกลับถูกปล่อยออกมา  ล้างสมองผู้คนให้คิดถึงเเต่เรื่อง รักๆใคร่ๆ จนลืมไปว่า ชีวิตคนๆหนึ่ง มีอะไรมากไปกว่านั้น
 
ทุกวันนี้ ผมเลยจำเป็นต้องเลิกฟังเพลงไทยจากวงบางวง  เเละ บางครั้งจำเป็นต้องหาเพลงสากลมาฟัง เเม้จะเเปลผิด เเปลถูกก็เถอะ  อย่างน้อย รายละเอียดทางดนตรี เเละ การบันทึกเสียง ยังดีกว่าเพลงไทยหายขุมนัก  เเต่ ผมก็ไม่ได้ทิ้งเพลงไทยเสียทีเดียว เรายังพอที่จะฝากความหวังได้กับกลุ่มศิลปินไทย หลายๆกลุ่ม เช่น กลุ่มยอดฝีมือ  ปราชญ์ conception,กลุ่ม orange music ของ วง ตาวัน หรือ วงอินดี้ บางวง เช่น ไทเทเนียม ,ดาจิม ฯลฯ หวังว่า คงจะมีหน้าใหม่ที่เร้าใจ เกิดขึ้นมาประดับวงการเรื่อยๆ
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to เพลงดีๆ(บทความนี้ อาจจไม่ตรงกับใจของใครบางคน เเต่มันเป็นความเห็นส่วนตัว)

  1. จันทร์กระจ่างฟ้า says:

     
    เห็นด้วยอย่างแรง นี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่อรไม่ทันยุค ทันสมัยเรื่องเพลงไทย
     

  2. HONEY says:

    ไม่ได้เข้ามาอ่านบทความของที่รักตั้งนานแน่ะ   คิดถึงจัง

  3. 33 says:

    5 ชอบเเฟนชาวบ้านว่ะ อยากเเย่งโว๊ย
     
    กำ
     
     
    เดี๋ยวนี้มันเป็นอย่างนี้กันหมดแล้วนะพี่อ้น …เฮ้อ..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s