นาทีนั้น….

ไอ้เเก่ ยื่นปืนมาให้ผมดู มันเป็นลูกโม่ .38 ขนาดกำลังดี สีบรอนซ์
 
"ของพี่เขยกูเอง" มันบอก
 
"แล้วพี่เขยมึงไปไหน?" ผมถาม
 
"ไปราชการ เมืองกาญจน์"
 
"เเล้วเค้าไม่เอาปืนไปด้วยเหรอ?"
 
"เค้ามีอีกกระบอก อันนี้สำหรับใช้ในบ้าน"
 
พี่เขยของไอ้เเก่เป็น นายตำรวจ ยศร้อยเอก ผมไม่เคยเห็นตัวจริงของเ้เกหรอก รู้เเค่ว่าไม่ค่อยจะกินเส้นกับไอ้เเก่มากนัก ถึงว่า เวลาที่พี่สาว กับ พี่เขยอยู่บ้าน มันไม่เคยชวนเราไปเที่ยวบ้านมันเลย นี่ถ้าพี่เขยไม่ไปราชการต่างจังหวัด เเละ พี่สาวไม่ได้ไปบ้านของพ่อ กับ เเม่ เราคงไม่มีโอกาสได้มาเหยียบถึงห้องนอนของนายตำรวจหรอก
 
ไอ้เเก่ มันโชว์ท่าหมุนลูกโม่ เเละ ตบเข้ารังเพลิง เหมือนในหนังคาวบอยไม่มีผิด ผม เเละ เพื่อนๆ ได้เเต่ลูบคลำปืนกระบอกนั้น ราวกับว่าอยากจะได้เป็นเจ้าของมันเสียเต็มประดา ผมนึกถึง เวลาที่ รร. คู่อริ ปรากฏตัว เเละ ผมชักปืนกระบอกนี้ขึ้นมา ในขณะที่พวกมันวิ่งกันป่าราบ….มันคงเท่ห์น่าดู เเละ วีรกรรมของผมคงถูกจารึกไปอีกนาน
 
เรานั่งกินเหล้ากันตามประสาเด็กกำลังห้าว อยากรู้อยากลองไปหมด  ผมยังคงกินไม่ได้มากนัก  เพราะในตอนนั้น ผมไม่ชอบรสชาติขมปร่าของเหล้าเท่าไหร่  รู้เเค่ว่า ต้องกิน ไม่งั้นเพื่อนๆด่า  ก่อนหน้านั้น ผมเคยลองสูบกัญชาดู เเละ ได้ผลจริงๆ ….ผมเมากัญชา อ้วกเเตกบนรถเมล์ เเละ ผมก็ยังไม่เข็ด ลองสูบอีกหลายครั้ง เเต่ผลที่ออกมายังคงเหมือนเดิม ….ผมเลยไม่เเตะมันมาจนทุกวันนี้
 
ในฐานะที่เมาน้อยกว่าคนอื่นๆ ผมเลยมีหน้าที่ออกไปซื้อของ น้ำเเข็ง โซดา บุหรี่  ร้านค้าอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก  ตอนขาเข้ามา ผมเห็นเด็กวัยรุ่นในซอยจับกลุ่มสุมหัวอยู่เเถวๆนั้น  เเถมบางคนยังคงเเต่งชุดนักเรียนอยู่  ถ้าตาไม่ฝาด ผมเห็นเสื้อช้อป ของ รร. คู่อริ อยู่เเว๊บๆ
 
"มึงรู้จัก ไอ้พวกที่สุมหัวอยู่ตรงร้านค้ารึเปล่า?" ผมถามหลังจากที่กลับมา
 
"ไม่รู้ว่ะ  เเหม กูเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ จะไปรู้จักซักกี่คน" ไอ้เเก่ ตอบไม่มองหน้า เพราะตามันจับอยู่ที่วงไพ่
 
"กูเห็นเด็ก รร……เเม่งมองหน้ากูด้วย"
 
"เเจก ค…เเม่งเลยสิ" ไอ้ ตาล พูดขึ้นมา
 
"มึงจะบ้าเหรอ ? เเม่งจะได้ยำกูเละเท่านั้นเเหละ"
 
ไอ้เเก่ เล่าให้ฟังว่า ไอ้พวกนี้ ก็ชอบมองหน้ามัน เวลาที่มันเดินผ่าน เเต่พอนานๆเข้า  มันก็เลิกมองไปเอง เเต่ ก็ไม่ได้พยายามจะผูกมิตรด้วย …เเปลกดี  ผมพยายามที่จะกินเหล้าต่อ ทั้งๆที่รู้สึกอยากจะอ้วก  ในใจนึกอยากจะทำอะไรเเผลงๆ ยิ่งเพื่อนๆอยู่กันเยอะๆเเบบนี้ ยิ่งน่าทำเข้าไปใหญ่
 
โชคดี ที่ไม่มีใครเห็นตอนที่ผมเข้าไปในห้องของพี่เขย เเละ หยิบปืนกระบอกนั้นออกมาจากลิ้นชักที่เดิม ผมกดปลดลูกโม่ออก ปั่นลูกโม่เเรงๆ  เเละ ตบ ให้มันเข้าที่ …เท่ห์เป็นบ้าเลย
 
คราวนี้ บุหรี่หมด  ไอ้เเก่อาสาออกไปซื้อบุหรี่เอง เเต่ ผมออกตัวว่า ผมจะไปให้  ใจผมฮึกเหิมด้วยเหล้า คอยดูเถอะมึง 
 
ผมเดินออกไปที่ร้านค้า พวกมันก็ยังคงอยู่  ผมเดินส่ายกว่าปรกติ ประมาณว่า  ทำยังไงก็ได้ให้มันทักขึ้นมา
 
"เฮ้ย เด็ก….นี่หว่า" ผมได้ยินเสียงกระซิบกันเบาๆ ผมหันขวับ มองหน้ามัน
 
"สัตว์ นี่…ผิดที่เเล้วมึง" ผมว่าเเล้ว  เเต่ผมทำเป็นไม่สนใจ สั่งของเสียงดัง รอรับของ เเละ ปล่อยให้พวกมันจ้องอยู่อย่างงั้น
 
"มึงกล้า ก็เข้ามา ไอ้…." ผมตะโกน ใส่หน้ามัน
 
ได้ผล มันลุกกันขึ้นมาหมด  คนนึง คว้าขวดน้ำอัดลม อีกคนคว้าที่ตักขยะ ที่เหลือ มาเเต่มือกับตีน …..ผมชักปืนออกมา ชูขึ้น เเละลั่นไก
 
ยังไม่ทันจะได้ลั่นไก มันก็วิ่งหนีกันเตลิดไปหมดเเล้ว ผมเก็บปืนใส่กระเป๋า  เเข้งขาสั่นไปหมด 
 
ก็ปืนเเม่งไม่มีลูก…….สากกระเบือดีๆนี่เอง!!!!!!!!
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to นาทีนั้น….

  1. จันทร์กระจ่างฟ้า says:

     
    55555555555555555
     

  2. HONEY says:

    แต่งเรื่องสั้นตลกได้ใจอีกแล้วนะคะที่รัก

  3. 33 says:

    บ่ขำๆๆๆ
     
    ฮ่าๆๆๆๆ หนูว่าจะไม่มาแล้วเชียว อดใจไม่ได้  5555
    บุญทำกรรมแต่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s