Diary of mad man 2

8.00 am
 
ชิบหายเเล้วๆๆๆๆๆ ไอ้เต๋าทำพิษอีกเเล้ว  เมื่อคืนไม่น่าไปกับเเม่งเลย หนอยเอาน้องตุ้งหนิงมาล่อ  ไปๆมาๆ น้องตุ้งหนิง เสือกไปปิ๊งโต๊ะข้างๆ ไม่รู้ว่าป่านนี้เสพกามาพจรสุขกันไปถึงไหน …..เเล้วทีนี้ทำไงดีล่ะ? งานเข้า8โมง เเต่เสือกตื่นเอาป่านนี้ ทีหลังไม่เอาเเล้ว กินหามรุ่งหามค่ำ
 
9.00am
 
เอ๊ะ ทำไม ถนนมันโล่งดีจังวะ? เออดีเว้ย นี่ถ้าไม่ติดว่ารีบนะ เราคงจะรู้สึกปลอดโปร่งกว่านี้ วันนี้ผู้คนดู easy กันจัง นึกถึงเพลงของ Lionel Richie เลยว่ะ ….why i’m easy ,easy like sunday’s morning….เอ๊ะ ? เดี๋ยวๆๆ sunday’s moring?กูว่าเเล้วไง ถึงว่า รู้สึกเเปลกๆ หาคนใส่ชุดทำงานออฟฟิศไม่เจอซักคน  นี่ก็เลยเเยกนรก ลำสาลีมาเเล้ว จะถอยกลับบ้านก็เสียดายเวลา นานๆจะเห็นถนนโล่งซักที งั้น เเวะไปหาจิบกาเเฟซักถ้วยดีฝ่า …ว่าเเต่จะไปไหนดี? ป่านนี้ คงยังไม่มีห้างไหนเค้าเปิดกัน จะมีก็เเต่กาเเฟตามปั๊มน้ำมันนี่เเหละ ไอ้เราไม่มีรถใช้ จะเดินเข้าไปก็รู้สึกประดัก ประเดิด เเถม ถนน รามคำเเหง ก็ดันไม่ใช่ที่ๆเหมาะจะจิบกาเเฟริมถนน อย่ากระนั้นเลย ไปหากาเเฟกินเล่นๆ เเถวๆ เลียบด่วนดีกว่า เเถวๆนั้น มีร้านกาเเฟตามปั๊มเยอะเเยะ เเต่คนไม่เยอะ คงไม่มีใครสังเกตุหรอกว่าเรามายังไง บรรยากาศก็เข้าท่ากว่า (ต้นปาล์มเยอะดี ยังกะเมืองนอก)
 
10.00 am
 
เสียเวลากลับลำนานไปหน่อย  กว่าจะวกกลับเข้ามาเลียบด่วนได้ ก็กินเวลาไปหลายเชียวเเหละ  คนเราเนี่ย เรื่องมากชิบหายเลย เเค่จิบกาเเฟ ยังทำให้เป็นเรื่องได้ ทั้งๆที่มันกินเวลาไม่เกิน 10 นาที ถ้าจะตั้งหน้าตั้งตาจิบจริงๆ หรือ เราจะคิดกันไปเองวะ? เหมือนๆกับที่ฟังคนอื่นๆเค้าพูดต่อๆกันมา  เช่น กินเเกงส้ม ต้อง กินกะปลาสลิดทอด เนื้อเค็มฉีกฝอย กินน้ำพริก ต้องมีปลาทู เเละ จับฉ่าย กินกาเเฟต้องสูบบุหรี่ไปด้วย(สำหรับ ผู้สูบบุหรี่) ฯลฯ ในอารมณ์ของการพักผ่อน ต้องจิบกาเเฟเเบบไม่รีบเร่ง บรรยากาศดีๆ ฟังเพลงคลาสิคเบาๆ เเละต้องเป็นที่ ร้าน hemlock เเถวๆท่าพระอาทิตย์….ไปกันใหญ่เเล้วกู เเค่เลียบด่วนก็เเย่เเล้ว
 
10.30 am
 
อาววว คาปูชิโน่ ร้อนๆ ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้เเล้ว เราไม่ชอบ เอ๊กเพรสโซ่ เพราะ(เดาเอาเอง)ว่า กินกาเเฟดำๆเเรงๆ จะทำให้หน้าเเก่  ปลากระโห้หนุ่มอย่างเรา ยังไม่พร้อมที่จะเเก่  ….คาปูชิโน่เเก้วนั้นมันช่างลื่นคอ  เสียอย่างเดียว สูบบุหรี่ไม่ได้ จริงๆเเล้ว สูบได้ เเต่ต้องเเลกกับการที่จะต้องไปนั่งข้างนอก เเดดเมืองไทยมันใช่เล่นๆซะที่ไหนล่ะ  อย่ากระนั้นเลย สั่งอะไรมากระเเทกปากดีกว่า รู้สึกว่าเค้าจะมีอาหารเช้าไว้บริการด้วย ….เออ ไอ้นี่ เข้าท่า "โรตี กับ ไส้กรอกเวียนนา" 
 
10.45 am
 
ไม่เลวเลยทีเดียว โรตีกรอบๆ ไส้กรอกเวียนนาหอมๆ พอดกำลังดีไม่ overcook เเถมมีผักกาดหอมมาให้เคี้ยวเล่นๆ เเกล้มกับการนั่งเหล่น้องเเคชเชียร์(จะเรียกว่า คนชงกาเเฟก็ใช่ที่ เค้าก็คิดตังคืด้วยนี่หว่า ให้เป็นเเคชเชียร์ก็เเล้วกัน)เดี๋ยวนี้ ที่ไหนๆก็มีเเต่คนหน้าตาดี นี่ขนาดเเค่เป็นคนชงกาเเฟ เอ้ยยย เเคชเชียร์นะ  ดูท่าทางน้องเค้ายังเรียนหนังสืออยู่เลย
 
"น้องครับ ขอน้ำเปล่าให้พี่ซักเเก้วสิครับ" หยอดไปก่อน
"ได้ค่ะ พี่" ว่าเเล้วก็ยกน้ำมาเสริฟ
"เอ่อ ทั้งร้านมีน้องอยู่คนเดียวเหรอครับ?" ไม่รู้จะถามอะไรนี่หว่า
"ใช่ ค่ะ ทำไม เหรอคะ?" น้ำเสียงไม่ค่อยดีเลย
"ถามดูเฉยๆน่ะ ไม่มีอะไรหรอก" เราพูดอะไรผิดไปรึเปล่าวะ?
"จริงๆเเล้ว ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกค่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น หนูก็ตะโกนเรียกเด็กปั๊มได้ มีหลายคนเลยล่ะ"
 
อ้าว…..
 
11.00 am
 
รีบๆ จ่ายตังค์ดีกว่า ท่าทางน้องเค้าจะไม่ค่อย  happy กับคำถามของเรา คนเราสมัยนี้ มันช่างหวาดระเเวงกันง่ายเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะ ใบหน้าปลากระโห้ของเราด้วย ประกอบกับวิธีการพูดเเบบไม่ค่อยคิด  เราเลยมักจะไม่ได้ความไว้ใจจากเพศตรงข้ามอยู่เสมอ ไอ้คนเรานี่อะนะ  มันอาจจะอยู่ที่ เรา"ฉาบ" อะไรเอาไว้ในอริยาบท  ถ้าหน้าตาดี บุคคลิกดี เเต่พูดจาหมาไม่เเดก(เเบบเรา)คะเเนนก็จะตกลงไปเหลือเเค่ 70 เต็ม 100 เเต่ถ้าพูดจาดี เอาไปเลย 200 บวกไป 100 (คะเเนนพิสวาท)เเต่ถ้า หน้าปลากระโห้อย่างเรา คงต้องทำทุกวิถีทาง ต้องพูดจาดีๆ ทำตัวเนี๊ยบๆ เต็มที่อาจจะได้เเค่ 60 …เเต่ถ้าเป็นเเบบที่เราเป็นอยู่เนี่ย คงไม่เกิน 30
 
11.15 am
 
ไปไหนดีวะ? ห้างคงเปิดเเล้ว ไปดูหนังซักเรื่อง ซื้อหนังสือซักเล่ม ดีกว่า ว่าเเล้วก็โบกเเท๊กซี่เลย ไปเดอะ มอลล์ บางกะปิ กันดีฝ่า
 
อีตาเเท๊กซี่เนี่ย สงสัยชาติที่เเล้วจะทำบุญด้วย ข้าวต้มเป็ด สูตรเด็ด ประตูผี…เเม่ง ขับยังกะรถเเข่ง ตีนผีตัวจริง ปาดซ้าย ปาดขวา จะว่าเป็นช่วงส่งกะ ก็คงจะไม่ใช่ มันยังไม่ถึงเวลา
 
"ช้าๆ ก็ได้ครับพี่ ผมไม่รีบ" กลัวนะเว้ย
"……." (หันมามองหน้าเราด้วยกระจกส่องหลัง เเต่ไม่พูดอะไร)
"โอ๊ะ!!!! มอร์เตอร์ไซค์ๆๆๆ"
"……." (หันมามองอีกเเล้ว)
"รู้งี้ ผมนั่งรถเมล์ดีกว่า"
"……" (เเน่ๆ มองเป็นอย่างเดียวเหรอ?)
"พี่ๆ รถคันตะกี้ เเจกนิ้วกลางให้น่ะ "
"…….ขึ้นคันอื่นดีกว่ามั้ย?"  พูดได้เว้ย
 
เราสิต้องเป็นฝ่ายเงียบ ไม่รู้เราต้องไปกลัวมันทำไม
 
12.30 pm
 
อืมๆ ดูหนังรอบบ่ายโมงก็เเล้วกัน มีอะไรดูมั่งวะ? อืมๆ งั้นดู….ก็เเล้วกัน
 
1.00 pm
 
อาาา เย็นสบาย ชอบโรงหนังตรงนี้เเหละ เบื่ออีตรงโฆษณา นานไปหน่อยนะ เฮิ้วววว (หาว)
 
1.15 pm
 
คร่อกๆๆๆๆ
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s