รุ่นใหญ่(เรื่องสั้น)

                                                                                   1
ผมสำรวจตัวเองก่อนที่จะลงจากรถโตโยต้า สีเเดง กลางเก่ากลางใหม่ จริงๆเเล้ว ผมเบื่อมัน อยากจะเปลี่ยนเป็นรถสปอร์ตดีๆซักคันนึง เเต่เอาไว้ก่อนดีกว่า  ……ลงจากรถ ขยับกางเกงหนังฟิตเปรี๊ยะ  เเละ เเจ๊กเก๊ตหนังสีดำให้เข้าที่ เด็กรับรถยกมือไหว้ ทักทายอย่างคุ้นเคย เเต่ผมก็เเค่พยักหน้าให้ จะต้องไปให้ความสำคัญอะไรกับมันมากมาย  ใช่มั้ย?
 
ไอเย็นปะทะเข้าที่ใบหน้า  ความมืดเเละเเสงสีที่คุ้นเคย น้องๆในร้านทักทายเหมือนเคย เเต่ผมก็ยังคงรักษามาดเดิมๆคือ พยักหน้าให้เเละหันหน้าไปทางอื่น ราวกับว่าคนเหล่านั้นไร้ตัวตน  จนน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกกับผมว่า ไอ้เเต๋ง เจ้าของร้าน อดีตเพื่อนนักดนตรีวงเดียวกันได้ฝากโน๊ตสั้นๆเอาไว้ ผมเปิดมันอ่านทันที มีข้อความว่า " หลังลงจากเวที อย่าเพิ่งรีบไปไหน กูมีเรื่องจะคุยด้วย"
 
ผมกล่าวขอบอกขอบใจสั้นๆ ก่อนที่จะสั่งให้เด็กเสริฟยกกาเเฟมาให้ เเละ ที่เห็นเเต่ไกลบนเวทีก็คือ วงเด็กๆรุ่นหลังที่กำลังวาดลวดลาย พังค์ร๊อค กระโดดโลดเต้นกันเหมือนไส้เดือนถูกขี้เถ้า
 
‘ไร้ฝีมือ’ ผมนึกเหยียดหยามอยู่ในใจ ผมไม่รู้สึกอะไรกับดนตรีสามคอร์ดพวกนั้น  ใครๆก็เเต่งได้  ไอ้เด็กพวกนี้มันก็เเค่เหยื่อของวัฒนธรรมใหม่ๆ ไร้รากเหง้า
 
"มาเเต่หัววันเลยนะ น้า นิค" เสียงทักทายคุ้นๆหู
"อ้าว เฮ่ย วันนี้มาซ้อมที่ร้านเหรอ? ปรกติพวกมึงเล่นรอบดึกไม่ใช่เรอะ?" ไอ้ ตั๊ก นักร้องหน้าใส (ไม่เเน่ใจว่าไร้สมองรึเปล่า)นั่นเอง
"ครับ น้านิค….ทำเพลงเพิ่มน่ะ เพราะต้องลงรอบดึกเเทนวงน้านิค นี่เเหละ" มันตอบหน้าระรื่นเหมือนสะใจอะไรบางอย่าง
"ที่ไอ้เเต๋งมันให้วงกูมาเล่นช่วงกลาง ก็เพราะว่ากูขอมันเองน่ะ กูขี้เกียจกินเหล้าดึกๆตามร้านข้าวต้ม"
"อ๋อ เหรอ? น้า …"เด็กเสริฟมาขัดจังหวะพอดี เเละ ยื่นถ้วยกาเเฟให้ผม
 
ผมไม่ค่อยชอบไอ้ตั๊ก เท่าไหร่นัก ทักๆเเม่งไปงั้นเเหละ  เเต่ไม่รู้ทำไมมันชอบมาทักทายผมนัก  เเละทุกๆครั้ง ผมจะเห็นเเววตาขี้เล่นปนล้อเลียนของมันฉาบอยู่บนใบหน้า  ไอ้เด็กกระจอก มึงกะกูมันยังห่างชั้นกันนัก
 
ไม่นานนัก สมาชิกในวงก็เริ่มๆทยอยกันมา ในเวลาไล่ๆกัน เหมือนนัดกันมาไม่มีผิด  ไอ้เด็กพวกนี้ ผมปั้นมากะตีน พวกมันเป็นสมาชิกรุ่นที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวงๆนี้  ผมเทคโอเวอร์วงๆนี้มาจากพี่xxx(ไม่อยากเอ่ยชื่อครับ)เราเเตกคอกันหลังจากไปทัวร์ที่ นอร์เวย์ เมื่อหลายปีก่อน งี้เเหละ รุ่นใหญ่ อีโก้มันเเรง จากนั้นผมก็ปรับเปลี่ยนสมาชิกมาเรื่อยๆ เเละ ถ้าใครออกนอกลู่นอกทาง ผมไม่เคยเอาไว้ ไม่มีคำว่าปรานีสำหรับมืออาชีพอย่างผม
 
ผมมองพวกมันด้วยหางตา เเละมองนาฬิกาข้อมือ เพื่อสื่อให้พวกมันรู้ว่า ควรจะมาถึงร้านก่อนขึ้นเวทีอย่างน้อย 30นาที พวกมันเลยเเก้เขินด้วยการเดินไปเข้าห้องน้ำพร้อมๆกัน จริงๆเเล้ว ผมไม่ได้อยากจะเข้มงวดอะไรขนาดนี้ ผมเเค่คิดว่า บางครั้ง เราควรเเสดงความจริงจังกับงานออกไปบ้าง  ไอ้เด็กพวกนี้มันยังไม่รู้อะไรเป็นอะไรนัก ไม่เข้มงวด เดี๋ยวมันเหลิง
                                                                                      
                                                                                    2
ผมมักจะเดินขึ้นเวทีเป็นคนเเรก ทำไมน่ะเหรอครับ? เพราะผมเป็นสัญลักษณ์ของวงไงล่ะ ก็เเค่ขึ้นไปปรับขาไมค์โครโฟน เทสต์เสียงไมค์ ส่วน stand วางเนื้อเพลง ผมเอาหลีกไปข้างๆ เเหม มืออาชีพเค้าไม่ดูโฉนดกันหรอกครับ เสียลุคหมด ผมนึกถึงไอ้วงพังค์ วงตะกี้ ไอ้ห่า มันทำได้ไง ร้องไป กระโดดไป เเต่เสือกดูเนื้อเพลง ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย ไม่รู้ ไอ้เเต๋ง มันจะจ้างไว้เพื่ออะไร น่าขายหน้า วงเด็กๆก็เป็นอย่างงี้เเหละ
 
เราเริ่มกันด้วย เพลง europa เพลงบรรเลงหวานๆ ของ ซานตาน่า รุ่นใหญ่นี่ครับ จะมากระโชกโฮกฮากไร้สัมมาคารวะเเบบวงเด็กๆไม่ได้ มันต้องบรรเลงกันก่อน ผมสังเกตุจากบนเวทีสู่ด้านล่าง สอดสายตาหาดูว่าใครงามสะดุดตาที่สุดในคืนนี้ นั่นไง!! น้องคนนั้นน่ะเอง สาวผิวขาว ผมยาม ตาโต หุ่นบางสนิท เเต่นมใหญ่เป็นบ้าเลย ผมพยายามมองจนกว่าน้องเค้าจะหันมามอง เเต่ยิ่งมอง น้องเค้าก็ยิ่งหลบ…..โธ่ เเค่จริตห่วยๆของผู้หญิงน่ะครับ  เเอ๊คไปงั้นเเหละ  ลองผมลงไปหาจริงๆสิ ขี้คร้านจะระริกระรี้ตามผม  ฟอร์มเเบบนี้ มันเก่าเเล้วน้อง
 
เราอัดกันอีกหลายเพลง ตั้งเเต่ Eric Clapton ยัน Metallica ให้มันรู้มั่ง รุ่นใหญ่มาเเล้ว ไม่ใช่ พังค์ ไร้ฝีมือ ไม่ใช่ นู ร๊อค มักง่าย เเละ ไม่ใช่ วงเเด๊นซ์ ปัญญาอ่อน เเต่วันนี้ ค่อนข้างจะเงียบ ลูกค้าไม่ค่อยจะเอนจอยนัก เเหม ก็ลูกค้าวัยรุ่นน่ะครับ ไอ้พวกฟังเพลงไร้ราก ไร้ฝีมือ ผมไม่สนหรอก ไอ้พวกวัยรุ่นกระเป๋าเเห้ง ยังไงมันก็เเค่ขาจรล่ะครับ มีที่ไหนเปิดใหม่ มันก็ไปสุมกัน ไปมีเรื่องมีราว ผมชอบลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่า  พวกนี้เเหละทำเงินให้กับทางร้าน
 
                                                                                     3
4ทุ่มครึ่ง เเล้ว ผมกำลังจะเล่นเพลงสุดท้าย เอๆ เอาเพลงอะไรดีนะ? ให้เเม่งอึ้งกันไปทั้งร้านเลย ผมเลือกเพลง show me the way ของ peter framton ให้มันรู้กันบ้างว่า รุ่นใหญ่เค้าเล่นอะไรกัน ผมเหลือบมองไปตรงโต๊ะของน้อง ผมยาวตาโต ….โธ่ ที่เเท้ เด็กของไอ้ตั๊ก นักร้องนำของวงรอบดึก เเหม ก็เเค่พวกหลงรูป ผมไม่อยากจะสนใจหรอก
 
เราได้เสียงปรบมือเปาะเเปะๆ จากพวกขี้เมาวัยรุ่น  เห็นมั้ย? ในที่สุดมันก็ปรบมือให้พวกเรา ปรบเพลงสุดท้ายก็ยังดี อย่างน้อย มันก็คงจะทึ่งกับ "เพลงของรุ่นใหญ่" ที่ผมนำเสนอ ผมเดินลงเวทีทันทีที่เพลงจบ ไม่อยากจะเสวนากับลูกค้าหน้าเวทีน่ะ 
 
"น้า นิค ๆ น้า นิค ครับ" เสียงตะโกนเรียกของไอ้ตั๊ก ผมจำได้ ผมเเค่หันไปดู เเล้วก็โบกมือให้ เเค่นี้ก็มากเกินพอเเล้ว เเต่ยังไง ผมคิดว่า ทักมันซักหน่อยก็ดีนะ
 
"เออ ไงวะ? เดี๋ยวตามึงเเล้วนี่ วงมึงมารึยัง?" ผมพูดกับมัน เเต่ตาจับอยู่ที่นม เอ้ยยย ไม่ใช่ ที่หน้าของน้องผมยาว เหมือนไอ้ตั๊ก มันรู้ใจ…..
 
"นี่ น้องเจนนี่ ครับ น้านิค" …."เเฟนผมเอง"  ฟังดูเน้นๆนะ สำหรับประโยคหลัง
"เเล้วมึงมาบอกอะไรกูล่ะ?" ผมเดาว่ามีอะไรเเหม่งๆ
"ไม่มีอะไร โธ่ น้าก็ ….น้องเค้าบอกว่า น้าร้องเพลงเพราะน่ะ" ไอ้ตั๊ก ตอบเสียงสูงเชียว ผมเปลี่ยนสายตาหันมามองน้องเจนนี่ พยายามสบตา
"เอาไว้วันหน้ามาฟังใหม่นะครับ น้องเจนนี่ ขอเพลงได้ตลอด" ผมก็พูดไปงั้นเเหละ ตามมารยาท เเล้วก็คุยกะไอ้ตั๊ก2-3 คำ ก่อนที่จะขอตัว เเละไม่วายหันมายิ้มให้กับน้องเจนนี่ทีนึง เเต่เธอก็หลบสายตาตามเคย ….ฟอร์มจัดนักนะ อีห่า
 
                                                                                             4
ผมเดินเข้าไปในออฟฟิศ เพื่อไปพบกับไอ้เเต๋ง สงสัยว่า มันคงอยากให้ผมกลับมาเล่นรอบดึกอีกล่ะมั๊ง…วงไอ้ตั๊ก เอาเเขกไม่อยู่หรอก ผมเห็นมันนั่งทำหน้าตูมอยู่  กูบอกมึงเเล้วไม่เชื่อ โดนวงเด็กๆทำพิษล่ะสิท่า
 
"เอ่อ นิค" มันยื่นซองขาวให้" รับไปก่อน"
"เหี้ยอะไรเนี่ย? ใครจะบวช?" ผมถามติดตลก ทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกตลก
"เงินเดือน…." มันหยุดพูด 5 วินาที" กูคงต้องให้มึงกับทางวงพักกันไปก่อนว่ะ"
‘พักเหรอ?’ ผมคิดในใจ " มึงหมายความว่ายังไง? พักในที่นี้ คือ ไล่ออก?"
"นิค…มึงฟังกู" มันกระเเอมนิดนึง" กูก็เเค่อยากจะปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ก็เเค่นั้นเอง"
"ทำไม ต้องเป็นพวกกูล่ะ? มึงก็เห็นๆอยู่ว่า พวกกูเล่นเเนวไหน ไอ้เหี้ย มึงน่ะ บ้าไปแล้ว เดี๋ยวนี้ กลายเป็นพวกฟังเพลงปัญญาอ่อนไปแล้วเหรอ?" ผมอยากจะหัวเราะเยาะมัน
"ถ้ามึงไม่รังเกียจที่จะพัก เเละ รอซักพักนึง กูจะโทรไปตาม ถ้ามีอะไรเปลี่ยนเเปลง" มันตอบเรียบๆ เสียดายล่ะซิมึง
"เฮ้ย ไม่ต้องโทร ถึงมึงโทร กูก็ไม่มา ถุย คิดว่ากูเป็นใคร" ผมสะบัดตูดเดินออกมาเลย 
 
                                                                                                  5
"ผมบอกพี่เเล้ว ให้ทำเพลงใหม่ๆบ้าง พี่ไม่เชื่อผม" ไอ้ ต้อม มือกีต้าร์ บ่น
"มึงจะให้กู ร้องเพลงของ back  street boys เหรอ? ผมถามกวนๆ
"ไม่ใช่อย่างงั้นพี่ ผมหมายความว่า หาเพลงใหม่ๆที่ใกล้เคียงเเนวเราๆน่ะ พัฒนาบ้าง"
"กูไม่เห็นมีวงไหนเล่นถูกหูกูซักวง  กูชอบ queen ชอบ scorpion เว้ย ที่เหลือ เเม่งงั้นๆ ไร้ฝีมือ" ผมพูดเยาะๆ
"โห วงพวกนั้น ตั้งเเต่ผมยังเด็กๆ"
"มึงไม่อยากเล่น มึงก็ออกไป กูเล่นกันได้ เดี๋ยวกูโซโลกีต้าร์เอง" ผมไม่ง้อเเม่งหรอก
"ผมก็ว่างั้นล่ะ" ไอ้ เเป๊ะ มือเบส พูดบ้าง
"มึงหมายความว่ายังไง ที่มึงว่าอย่างงั้นน่ะ? " ไอ้นี่ กำกวม
"ผมหมายความว่า ผมขอลาออกไง พี่…ผมชักเบื่อๆเเนวนี้น่ะ"
"ผมก็เหมือนกัน พี่หามือกีต้าร์มาใหม่เหอะ" ไอ้ต้อม เอามั่ง
"กูด้วย มึงก็ดูวงไป หาคนมาเเทน"  ไอ้ หยอย มือกลอง เก่าเเก่ ก็เอากะเค้าด้วย
 
ผมอึ้ง ….คืนนี้ มันคืนห่าอะไรวะ มีเเต่คนกวนตีน   ช่างเเม่ง ไปกันซะให้หมดๆ กูเก่ากว่าที่พวกมึงคิด
 
                                                                                    6
"งานมันหายาก  ไอ้ห่า ยิ่งเเก่ๆอย่างพวกเรานะ " ไอ้ ป๊อด บอกกับผมทางโทรศัพท์
"กูเคยเห็นที่รับ ออดิชั่น หลายที่นะ เเต่ว่า มันไม่ถูกใจกูว่ะ กูไม่ชอบเเนวเเบบนี้"
"เฮ้ย เเหม เสียงดัง ตังค์มา คิดอะไรมากมาย"
"คนอย่างกู มีรูปเเบบที่ชัดเจนโว้ย " ผมโวยเเม่งเลย
 
                                                                                      7
ผมเห็นไอ้ คาเฟ่ หน้าปากซอยมานานเเล้ว เเต่ไม่ค่อยชอบเดินผ่านเท่าไหร่ พวกนักร้องสาวๆชอบเเซว ผมรำคาญ เเต่ไหนๆว่างๆ ก็ลองไปดูหน่อยก็ดี เผื่อๆ เค้าจะหาคนที่ร้องเพลงเเบบผม….
 
"ร้องลุกทุ่งได้ป่าว?" อาเฮียถาม
"ร้องได้ เเต่ไม่ค่อยชอบ" ผมตอบ
"ที่นี่ มันต้องลูกทุ่ง"เฮีย ยั๊วะขึ้นมา
"ก็ หัดหาเพลงดีๆให้ลูกค้าฟังมั่งสิ" ผมก็ยั๊วะเว้ย
"ถ้าเสียงลื้อดี ลื้อก็ต้องร้องลุกทุ่งได้ ร้องเพลงมีลูกคอรึเปล่าล่ะ"  เฮีย…ดูถูกกูเกินไปแล้ว
 
"เป็นเเฟนคนจนต้องทนหน่อยน้อง……." ว่าไปจนเกือบๆจบ
"อ่ะ ๆๆๆถ้าลื้ออยากร้องที่นี่นะ พรุ่งนี้มา 2ทุ่ม"
 
โธ่ ไอ้เเป๊ะ กูไม่ได้อยากร้องที่นี่นักหรอก เดี๋ยวมึงจะหาว่ากูไม่ใช่มืออาชีพ เเต่กูคงร้องกับมึงไม่นานหรอก ซักพักไอ้เเต๋ง ก็มาง้อกู
 
ผมคิดในใจเเบบนั้น
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to รุ่นใหญ่(เรื่องสั้น)

  1. จันทร์กระจ่างฟ้า says:

     
    น้านิค แกจารู้มะ ว่า … ไอ้แป๊ะ ไม่มีวันมาง้อแกอ่ะ แหะๆๆๆ หรือเปล่าหว่า ต้องติดตามตอนต่อไป 
     

  2. จันทร์กระจ่างฟ้า says:

     
    เอ้ย ผิดๆๆๆๆ รีบไปนิสสสสส แก้คำผิด
     
    น้านิค แกจารู้มะว่า … ไอ้แต๋ง ไม่มีวันมาง้อแก 
     
    เอ้อ …. แบบนี้ถึงจะถูก
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s