พี่นุ

วันนี้ ผมกับโจ้คุยกันถึงเรื่องฟุตบอล ไอ้ผมน่ะเลิกเล่นไปแล้ว ตั้งเเต่จบ ม3 หันมาเอาดีทางดนตรีเเทน เเต่โจ้ยังเล่นมายันวันนี้ ทุกวันอาทิตย์ตอนเย็นๆ อีตาโจ้มักจะหิ้วรองเท้าสตั๊ดไปเล่นฟุตบอลกับพวกเพื่อนๆ คนดำ ชาวโซมาเลี่ยน ที่อพยพหนีภัยสงครามมาจากบ้านเกิดเมืองนอน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมเเข่งล่าเงินรางวัล ซึ่งจะมีทัวร์นาเม้นต์เล็กๆ ให้บรรดานักฟุตบอลได้มาลงสมัครเเข่งขันกันเป็นที่สนุกสนาน ตามประสาคนบ้าฟุตบอลในประเทศที่บ้าอเมริกันฟุตบอล
 
สมัยที่ผมอายุซัก 12-14 ผมก็มีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเอง ก็เป็นทีมเเถวๆบ้านนี่เเหละครับ เราจะมาเล่นกันทุกเย็นที่สนามฟุตบอลริมบึงในหมู่บ้าน เเละ ทุกเช้าวันเสาร์ อาทิตย์ เราก็ออกมาซ้อมกันเเต่เช้าโดยมีโค้ช ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านนี่เเหละ พี่เค้าเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยพลศึกษา เเห่งหนึ่ง เเละเป็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีที่สโมสรใหญ่ต้องการตัว คนเเถวๆบ้านที่ออกมาเล่นฟุตบอลกับพวกผมรู้จักเเกทุกคน ใครๆก็เรียกเเกว่า "พี่นุ"
 
พี่นุ มีรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเป็นมัดๆ ตรงตามคุณสมบัติของนักพลศึกษา เป็นโค้ชมือสมัครเล่นที่ดีทีเดียว เเละ ที่สำคัญ เเกเป็นผู้รักษาประตูที่เหนียวเเ่น่นที่สุด ในละเเวกนั้น มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่หลายคน ทั้งๆที่เเกยังเรียนไม่จบ เเละ เเต่ละคนก็ได้สมหวังติดทีมของโรงเรียนไปด้วยฝีมือของเเก
 
วิธีการฝึกซ้อมภายใต้การดูเเลของพี่นุค่อนข้างจะเป็นไปตามหลักวิชาการ พอหลังจากซ้อมเสร็จ เเกก็จะให้เราเเบ่งข้างเล่นกัน ถ้าไม่เล่นโกลล์หนู ก็ให้เล่นเเบบครึ่งสนาม(โดยใช้ ผู้รักษาประตูคนเดียว เเค่ผลัดกันรุก พอลูกตาย ก็เปลี่ยนข้างมาเป็นฝ่ายรับเเทน)ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมชอบช่วงนึงในชีวิต ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน 
 
ช่วงนั้น เป็นช่วงก่อนปีใหม่ อากาศเเห้ง ไม่มีฝน เเละ เย็นสบาย เหมาะมากสำหรับการจัดเเข่งกีฬา เเละ เล่นกีฬากลางเเจ้ง ทางโรงเรียนของผม ได้จัดฟุตบอลภายในขึ้นมาโดยให้ นร. ฟอร์มทีมกันขึ้นมาเอง เเบ่งเป็นระดับ มัธยมต้น เเละ มัธยมปลาย ผมกับเพื่อนๆในห้องก็อยากจะเล่นกับเขาเหมือนกัน ก็เลยพากันไปลงชื่อสมัครบ้าง ผมเลยต้องซ้อมกับทีมที่ รร.ในตอนเย็นวันธรรมดา เเละไปซ้อมกับทีมเเถวๆบ้านในช่วงเสาร์ อาทิตย์ เพื่อความฟิตของร่างกาย เรียกว่า เล่นกัน 7 วันเลยล่ะ
 
ก่อนที่จะถึงการเเข่งขันซัก 2-3 วัน ผมยังมาเล่นฟุตบอลกับทีมเเถวๆบ้านอยู่เลย วันนั้น มีคนเล่นอยู่ไม่กี่คน มีเพื่อนๆผม เเละ มีพี่นุ รวมอยู่ด้วย
 
ส่วนใหญ่ พี่นุจะผูกขาดเล่นตำเเหน่งกองหลัง เเกชอบการบล๊อคทางการเล่นของกลุ่มกองหน้า  เเละ เป็นการสอนพวกเราเช็คการล้ำหน้าไปในตัว วันนั้น ผมก็ดันไปเล่นเป็นกองหน้า จังหวะหนึ่ง ผมได้ลูกเเละลากลูกมากลางสนามเพื่อเข้าไปในเเดนของฝ่ายตรงข้าม โดยมีพี่นุยืนห้อยเป็นกองหลังอยู่คนเดียว …..
 
ผมพยายามลากลูกหลบพี่นุ เเต่ด้วยความชำนาญ พี่นุเลยเข้าถึงตัวผมซะก่อน ผมพยายามหนีเเกเเล้ว เเต่เเกดันยื่นเท้ามาจากด้านหลัง เเละด้วยจังหวะที่ผิดพลาด เท้าของพี่นุที่เป็น รองเท้า นันยาง ก็เหยียบลงบนเท้าของผม ที่เป็นเท้าเปล่าๆ มันจิกลงบนรอยเเยกระหว่างนิ้วชี้เท้าเเละนิ้วโป้งเท้า ผลที่ออกมาคือ ผมรู้สึกปวดเเปลบๆบนนิ้วโป้งเท้า ลงไปนอนครางนวดนิ้วเป็นการใหญ่…..
 
ผมพยายามลุกขึ้นยืน เเต่มันยืนไม่ได้ ปวดเท้าไปหมดต้องเดินกระต่ายขาเดียว เเละ เมื่อเห็นท่าไม่ไหว เพื่อนๆเลยพาผมขึ้นจักรยานไปส่งบ้าน
 
เย็นวันนั้น ผมนอนปวดร้องโอดโอย นิ้วโป้งเท้าก็เริ่มบวมขึ้น เเละ เริ่มเป็นสีเขียว พ่อเห็นท่าไม่ดี เลยพาผมไปเอ๊กส์เรย์ ที่ รพ. เมโย โพลีคลินิค ผลเอ๊กส์เรย์ที่ออกมาก็คือ กระดูกนิ้วหัวเเม่เท้าร้าว ผมเห็นรอยร้าวชัดเจนมาก หมอบอกว่า ผมต้องใส่เฝือกอย่างต่ำ 1 เดือน
 
ขั้นตอนการใส่เฝือก เป็นสิ่งที่ผมจะจำไปจนตาย หมอฉีดยาชาลงบนนิ้วที่บวมเป่ง เเละพยายามดัดให้มันอยู่ติดกับนิ้วชี้เพื่อให้มันตรงอยู่ในระนาบเดียวกัน มันทั้งเจ็บทั้งปวด ทั้งทรมาน ผมร้องโอดโอยเเข่งกับเด็กผู้หญิงคนนึงที่กำลังทำเเผลโดนน้ำร้อนลวกอยู่ห้องข้างๆ บรรยากาศสยองมากๆ
 
ก็เลยหมดกัน ผมอดเล่นฟุตบอลภายในของโรงเรียน  อดเล่นอะไรทั้งนั้น ได้เเต่นั่งดูชาวบ้านเค้าเล่นกัน ทุกคนยังเหมือนเดิม โดยที่มีผมนั่งดูอย่างหงอยเหงาอยู่ริมสนาม
 
ส่วนพี่นุเอง ก็ไม่เคยเเม้เเต่ที่จะขอโทษผมซักคำ เเกคงคิดว่า เเกเป็นครูของผม เเกเลยไม่จำเป็นต้องทำ เเถมเอาไปพูดอีกว่า ผมเข้าบอลโง่มาก เข้าเเบบนี้มีเเต่เจ็บตัว เเต่อันที่จริงเเล้ว พี่นุนั่นเเหละ ที่เล่นเกินไป การเข้าชาร์จจากด้านหลังถือว่าเป็นการฟาว์ลขั้นรุนเเรง เเต่ด้วยความที่เป็นเด็ก ผมเลยจำเป็นต้องเงียบ
 
หลายวันต่อมา ผมก็ยังคงนั่งดูเพื่อนๆเล่นบอลอยู่ริมสนาม เเละก็มีพวกพี่ๆบางคนที่ออกมานั่งพักเหนื่อย เราก็นั่งคุยกันตามประสา จนพี่คนนึงถามผม
 
"เฮ่ย มึงไปทำอีท่าไหนวะ ถึงต้องได้มาใส่เฝือกเเบบนี้น่ะ" สงสัยเเกคงไม่รู้ เพราะผมก็ไม่เคยบอกใคร
 
"ไม่มีอะไรหรอกพี่ พอดีว่า เล่นบอลกันตอนเย็นๆนี่เเหละ ผมเองก็ดันไม่ได้ใส่รองเท้า เลยเป็นเเบบนี้เลย"
 
"อ้าว ทำไมล่ะ? มึงเตะโดนพื้นเเทนที่จะเตะบอลเหรอ?"
 
"เปล่าๆ พี่….." เเละ ผมก็บอกไปตามความจริงเเบบซื่อๆ ตามประสาเด็ก เเต่พอพี่เเกได้ฟังเท่านั้นเเหละ….
 
"ไอ้นุๆๆ" เเกตะโกนเรียกพี่นุ ก่อนที่จะยิงคำถาม" เล่นบอลประสาห่าอะไรวะ  เด็กเดิกไม่ละเว้น ไม่ใช่บอลถ้วยนะโว้ย"
 
ผมรู้ เเกเเค่จงใจจะอำ เเต่พี่นุไม่คิดเเบบนั้น เเกเดินออกจากสนามทันที เเล้วก็หันมามองหน้าผมก่อนทีนึง ก่อนที่จะตอบคำถาม..
 
"มันออกกำลังกายซะที่ไหนล่ะ ร่างกายมันก็ไม่ฟิต เเถมเล่นบอลโง่อีกต่างหาก ….." สารพัดจะพูดล่ะครับ
 
ผมก็ได้เเต่อึ้ง พี่คนนั้นก็อึ้ง ทุกๆคนอึ้ง พอพูดจบ เเกก็ถอดรองเท้าออก เดินกลับบ้านอย่างมีอารมณ์
 
ตั้งเเต่นั้นเป็นต้นมา พี่นุ ไม่เคยรับไหว้ผมอีกเลย เเม้ว่า หลังจากที่ผมหายดีเเล้ว ผมยังไปร่วมฝึกกับเเก เเกก็จะฝึกผมเเบบเเกนๆไม่ได้สนใจนัก เเถมไม่พูดไม่คุยกับผมเลย พอมีการเเข่งขัน เเก็จะจับผมเป็นตัวสำรองอยู่ริมสนาม จนผมท้อใจ เเละ เลิกเล่นฟุตบอลไปในที่สุด
 
จนป่านนี้ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า ผมทำอะัไรผิด…….
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to พี่นุ

  1. 33 says:

    น่าสงสารจัง….เฮ้อ……
     
    พอมีการเเข่งขัน พี่ก็จะจับหนูเป็นตัวสำรองอยู่ริมสนาม จนหนูท้อใจ เเละเลิกไปในที่สุด 
    จนป่านนี้ หนูยังนึกไม่ออกเลยว่า หนูทำอะัไรผิด…….
     
    ตั้งเเต่นั้นเป็นต้นมา พี่อ้นไม่เคยโทรหาหนูอีกเลย เเม้ว่า หลังจากที่หนูหายดีเเล้ว หนูยังโทรไปหาเเก เเกก็คุยกะหนูเเบบเเกนๆไม่ได้สนใจนัก เเถมไม่พูดไม่คุยกับหนูเลย …

  2. 33 says:

    อ๋อๆๆ ฝากขอโทษคุณอร ณ บ้านจันทร์กระจ่างฟ้าด้วย
    ขออภัยโทษให้ข้าพเจ้าด้วยนะ เกือบลืมแหนะ ^___^ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s