Bass and Guitar

อยากสะสม กีต้าร์ ที่สุด….เเต่ว่า มันเเพง
 
เบส เเละ กีต้าร์ ถือว่าเป็น familly เดียวกัน ต่างกันอีตรงที่ว่า กีต้าร์มี 6สายขึ้นไป เเละ เบส มีได้เเค่ 6 สาย เป็นอย่างมาก อาจจะมีใครที่พยายามจะทำให้มีสายมากกว่านี้ เเต่รับรองได้ ไม่เป็นที่นิยมหรอก
 
อีกจุดนึงที่ต่างกันคือ สายเเรกของกีต้าร์เป็นคอร์ด E หรือ โน๊ต ตัว มี….ส่วนสายเเรกของเบสเป็นคอร์ด G หรือ โน๊ต ตัว ซอล ดังนั้น signature บน บรรทัด 5 เส้นของ กีต้าร์กับเบสจึงต่างกัน เบสใช้ กุญเเจ ฟา ส่วนกีต้าร์ ใช้ กุญเเจ ซอล
 
ไอ้ที่บอกมาข้างต้น หลายๆคนอาจจะรู้เเล้ว เเต่ถ้าไม่บอกไว้ เดี๋ยวจะหาว่ามาบ่นๆๆๆอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง (ฮา)
 
ผมพยายามสะสม กีต้าร์ เเละ เบส ตอนนี้ มีไว้ครอบครอง 7 ตัว เเบ่งเป็น Acustic guitar (กีต้าร์โปร่ง) 3ตัว Electric guitar(กีต้าร์ไฟฟ้า)1ตัว เเละ Electric bass (กีต้าร์เบสไฟฟ้า)อีก 3 ตัว
 
ก่อนหน้านี้ เมื่อซัก 15 ปีก่อน ผมได้เบสตัวเเรกในชีวิตมาจากคนข้างบ้าน เค้าขายให้ถูกๆ เเค่ 2,000 บาท เป็นเบสของ Aria รุ่น Pro II สีเเดงสด เเต่มันโดนโมดิฟายด์จากเจ้าของคนเก่า เค้าเปลี่ยน pick up (หรือที่คนไทยชอบเรียกว่า คอนเเทค)จาก pick up เดิมๆ มาเป็น pick up แบบ humbucking ของ Peavy …เบสตัวนี้เลยเล่นได้เเค่ pick up เดียว เพราะถูกต่อสายตรงไว้ ดังนั้น มันเลยมีปุ่มปรับเเค่ 2 อัน เป็น volume กับ ทุ้ม เเหลม เท่านั้น
 
ผมขายเบสตัวนี้ไปหลังจากนั้นไม่กี่ปี ก่อนหน้าที่จะขาย ผมได้เบสฟรีๆมาตัวนึง จากความอนุเคราะห์ของ บัก โอ๊ค บิ๊กเเอส น้องชายของผมเอง มันหิ้วเบส Fender ตัวนี้ มาจาก อเมริกา เป็น Fender รุ่น Precission PJ มันไปอเมริกามาพักนึง ก่อนที่จะกลับมาเรียนต่อให้จบ เเละหิ้วเบสตัวนี้มา ก่อนที่จะโดนบังคับ โดยเชิงเช่นผู้เป็นพี่ (ฮา)ให้มอบเบสตัวนี้ไว้เป็นที่ระลึก ในฐานะที่มันต้องกลับไปอเมริกา เเละ จะต้องไปทำงาน ผัดก๋วยเตี๋ยว เป็นผู้ช่วยเเม่ เเละ เเม่ก็ช่วยกันบังคับมันให้มอบเบสตัวนี้ไว้กับผม ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมใช้เบสทำมาหากินจริงๆ มันก็ไม่ได้เต็มใจให้นักหรอก เเค่จำใจ
 
ที่มันตลกกว่าก็คือ อีกหลายปีต่อมา ผมกลับกลายต้องมาผัดก๋วยเตี๋ยวเเทนมัน เเละ มันกลับมาเล่นดนตรีที่เมืองไทย เหมือนหนังม้วนเดียวกัน เเต่จบต่างกัน มันดัง…เเต่ผมได้เเค่เมาไปวันๆ (ฮา)
 
ผมใช้ เบส Fender ตัวนั้นจนพังคามือ ก่อนที่จะนำซากของมัน พร้อมกับเบสตัวเก่า สีเเดง ไปเเลกกับเบสตัวใหม่ของเพื่อน ไอ้เพื่อนผมมันจะเอาไปให้เมียมันใช้ เพราะ เบส Aria มีน้ำหนักเบามาก เหมาะสำหรับผู้หญิง ผัวเมียคู่นี้น่ารัก ครับ ผัวเล่นกีต้าร์ เมียเล่นเบส ร้องนำ  ผมเลยได้เบสตัวที่ 3 มาจากพวกมันนี่เเหละ เเถมได้ทำวงร่วมกัน เพราะตอนนั้น ผมก็เพิ่งโดนไล่ออกจากวงเก่ามาหมาดๆ โดยมีเหตุจากความประพฤติบางอย่าง
 
มันเป็นเบสของ Washburn รุ่น XB 300สีเขียวสด เเต่เสียงไม่ค่อยดีนัก ออกจะบางๆ ไม่มีน้ำหนัก ตามประสาเบสของ Washburn ซึ่งไม่ค่อยจะเน้นการทำเบสมาก เท่ากับกีต้าร์ บริษัท Washburn ผลิตกีต้าร์ รุ่นที่ติดตลาดอยู่หลายรุ่น เท่าที่จำได้ก็คือ รุ่น N2,N3 เเละN4 ที่ออกเเบบโดย อีตา นูโน่ เบทเท่นคอท มือกีต้าร์วง extream (ที่เล่นเพลง more than word ไงล่ะ)เเละ รุ่น Demburge Darel ซึ่งออกเเบบโดย อีตา เเดมเบิร์ก เดเรล มือกีต้าร์ของ วง Pentera ….หมอนี่ ตายไปไม่นานนี้เอง เพราะถูกเเฟนเพลงโรคจิตยิงกระบานเข้าให้
 
ต่อมา ผมได้ขายเบสตัวนี้ไป เเละ ผ่อนตัวใหม่โดยผ่านบริการของ Easy Buy คราวนี้ ผมยังคงใช้ Washburn เหมือนเดิม แต่เป็นรุ่น RB 400 ที่ผลิตในญี่ปุ่น เเถมเป็นไม้ชิ้นเดียวกันหมด ไม่มีรอยต่อ หรือที่เรียกว่า Neck to Body ผมใช้มันจนกระทั่ง ผมย้ายมาอยู่อเมริกา
 
ข้อควรระวังของ เบส หรือ กีต้าร์ เเบบ Neck to Body ก็คือ การเก็บรักษา เพราะมันเป็นไม้ชิ้นเดียวกันหมด ถ้าเกิดมีการบิดตัวขึ้นมา เราจะไม่สามารถเเก้ไขได้เลย ดังนั้นต้องเก็บดีๆ ใส่กล่อง เเละ ผงกันชื้น
 
พอมาถึงที่นี่ ผมก้หยุดเล่นดนตรีไปพักใหญ่ๆ ประมาณว่า กำลังเศร้า เเละ ปรับตัวไม่ได้กับการที่ต้องมาอยู่หน้าเตา เเทนที่จะเป็นหน้าเวที พอนานๆเข้า ผมก็เริ่มชิน เเต่ก็ยังคงวางเบสไว้เฉยๆ ไม่เเตะต้องมันเลย
 
จนกระทั่ง วันนึง ไอ้โอ๊ค กลับมาเยี่ยมบ้าน ตอนนั้นมันยังอยู่ที่เมือง Mytle Beach ยังไม่กลับเมืองไทย …พอมันมีเวลา มันก็มักจะพาผมไปที่ร้านขายเครื่องดนตรี ไปซื้อโน่น ซื้อนี่ ไม่ก็ไปเ้ดินดูของ ตอนนั้น มันมีวงของตัวเอง กับ เพื่อนๆอเมริกัน ครั้งนึง ผมดันไปเจอกีต้าร์โปร่งๆเก่าๆ ของ YAMAHA ในเซ็คชั่น Used Guitar หรือ กีต้าร์ใช้เเล้ว ผมเลยได้มันมาในราคา $50 ไฟของผมถูกจุดขึ้นมาอีกเเล้ว
 
หลังจากนั้น ผมก็เริ่มซื้อเครื่องดนตรีเพิ่ม ด้วยเป้าหมายที่ว่า อยากเเต่งเพลง เเละ ทำเพลง โดยซื้อเครื่องบันทึกเสียงก่อน ใช้มาหลายตัว ก่อนที่จะมาลงตัวที่ Recorder ตัวที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ของ zoom รุ่น MRS8 หลังๆมีคนเเนะนำให้ใช้ sound card เเละ โปรเเกรม cakewalk จะได้ทำเพลงลงในคอมพิวเตอร์เลย เเต่ผมยังต้องระงับไว้ก่อน งบชักบานปลาย
 
ไปๆมาๆ ผมยิ่ง shop ที่ร้านเครื่องดนตรี ถี่ขึ้น จนไปได้ กีต้าร์ไฟฟ้าของ Epiphone รุ่น Les Paul Deluxe (Epiphone เป็น กีต้าร์ เกรดบี ของ Gibson)เมด อิน เกาหลี นี่เเหละครับ เเต่เสียงไม่เลวเลย เเละ ถัดมา ก็คือ กีต้าร์โปร่งของ Washburn รุ่น D10-SCE
สองตัวนี้ เป็นกีต้าร์ที่ผมจับบ่อยที่สุด เเละ ยังได้กีต้าร์ 12 สายเก่าๆ ของ Applause มาอีกตัวนึง
 
อีกต้วนึงที่ผมซื้อที่ร้านๆเดิม ก็คือ เบสของ Warwick มันไม่ใช่รุ่นเเพงๆหรอกครับ ผมมีปัญญาได้เเค่รุ่นประหยัด สนนราคาประมาณ $500 กว่าๆ ถ้าเป็นรุ่น ท๊อป โมเดล ของเค้า ราคาตกเป็นเเสนๆบาท ล่ะครับ ที่ผมซื้อมาก็เพราะ อยากลองใช้เบส 5 สายดูบ้าง เดี๋ยวตกยุค ไม่ทันเด็กๆมัน เด็กสมัยนี้ เค้าเล่น 5 สายกันหมดเเล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกที่เล่นเเนว nu rock หรือ nu metal สาย 5 จะให้เสียงทุ้ม ต่ำ เเละ หนัก กว่า เบส 4 สาย ปรกติ
 
ไอ้ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดเนี่ย ไม่มีตัวไหนที่เป็นรุ่นที่เค้าสะสมกันเลย (ฮา) มันเป็นของตลาดๆ คุณภาพกลางๆ เหมาะสำหรับนักดนตรีเบี้ยน้อย หอยเยอะ(ฮา)อย่างผม ไอ้ที่เค้าสะสมกัน ผมมีอยู่เเค่ตัวเดียว เป็น เบส Fender รุ่น Precission เเบบ โบราณ ไม่ต้องใส่เเบตเตอรี่ ที่มาของเบสตัวนี้ ก็จากไอ้ บัก โอ๊ค อีกเช่นเคย
 
ตอนนั้น โอ๊ค ต้องการเงิน มันขายของทุกอย่าง เพื่อที่จะกลับไปเริ่มต้นที่เมืองไทย มันขายทั้ง รถ ยัน อุปกรณ์ดนตรีทุกชนิด จนเหลือ เบสของ Music Man รุ่น Stringray กับ Fender ตัวนี้ …..
 
"เอ่อ เนี่ย พี่อ้น จะเอามั้ย? ขายให้ถูกๆ" มันเปิดการขายเเบบง่ายๆ
 
"กูมีตั้งสองตัวเเล้ว ไม่รู้จะเอาไปทำห่าอะไรตั้งเยอะเเยะ เล่นไม่หมดโว้ย" ผมทำเป็นไม่สนใจ เเต่จริงๆอยากได้จนตัวสั่น(ฮา)
 
"ก็ไม่รู้จะถือกลับเมืองไทยทำไมตั้ง 2 ตัว เสียค่าระวางเครื่องเปล่าๆ "มันออดอ้อน(ตีน)
 
"เเล้วจะขายกูเท่าไหร่ล่ะ?" ผมถาม
 
"กันเอง $400 เเล้วกัน"
 
"โห ซ่นตีน พอเลย กันเองบ้านมึงดิ สี่ร้อย" ผมเเกล้งโวย
 
"ใหม่ๆ หกร้อย ถึง เเปดร้อยนะพี่"
 
"เหี้ย นั่นมันของใหม่ เเต่ของมึงน่ะ เเม่งรุ่นเก่าสมัย พระเจ้าสามหำ โน่นเเน่ะ"
 
"เเล้วให้ได้เท่าไหร่ล่ะ?"
 
"สองร้อย ขาดตัว ไม่มีเงินสด จ่ายเป็น check" ผมหักคอเลย
 
"โห พี่….." มันครางยาวๆ
 
"เอ้า กูมีปัญญาเเค่นี้เเหละ นี่กูเห็นว่า มึงจะกลับไปตั้งรกรากอยู่เมืองไทยนะเนี่ย" น่าน…เรียกร้องบุญคุณอีก
 
"เออๆๆๆๆสองร้อย ก็ สองร้อย วะ"
 
มันเป็นการหักคอไอ้โอ๊ค รอบที่ 2 (ฮา)ไม่รู้ว่าป่านนี้ รอยเขียวช้ำที่คอของมันจะจางลงรึยัง(ฮา) เเละ เบส Fender ตัวนั้น ก็ตกเป็นของผมอีก ตามฟอร์ม ทุกวันนี้ มันกำลังพยายามขอซื้อคืน เเต่ ผมมักจะเปลี่ยนเรื่องคุยเสมอ (ฮา)ไม่มีวันซะหรอก อ้อยเข้าปากช้างเเล้ว (ฮา)
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to Bass and Guitar

  1. Jamesssssss says:

    อ่านแล้วได้จาย  ถูกต้องทุกอย่างเลยเพ่  อยากกลับไปเล่นอีกอ่ะ
    แต่   แก่แล้ว  ดันตัวเองไม่ไหว ขากแรงบันดาลใจด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s