บวชหน้าไฟ

บ่ายเเก่ ของฤดูร้อน ปี 2528………….
 
ผมติดสอยห้อยตามเพื่อนรุ่นพี่ ไปเยี่ยมหลวงพี่ปื๊ด ที่วัดผาสุกมณีจักร หลวงพี่ปื๊ด(ในขณะนั้น) ถือได้ว่าเป็นรุ่นพี่ที่ค่อนข้างจะใกล้ชิด คุยกันได้ อำกันได้ ว่าไปแล้ว เเกเเก่กว่าผมเเละเพื่อนๆหลายปี เเต่ค่าที่ว่า เเกเป็นช่างซ่อมจักรยานมือดี เมื่อครั้งยังคงเพศฆารวาส พวกเราก็เลยสนิทสนมกับเเกไปโดยปริยาย สมัยนั้น เด็กวัยรุ่นเกือบทุกคนรู้จักจักรยาน BMX และ มักจะมาเตะบอลตามสนามเด็กเล่นในละเเวกบ้าน
 
ถึงเเกจะเป็นพระ เเต่เเกก็ยังคงเหมือนเดิม อาจจะสำรวมนิดหน่อย พอเป็นพิธี ผมเหลือบไปดูตรงมุมห้อง นั่นเเน่!! มีเครื่องเสียง 1 ชุด กาน้ำร้อน เเถมของขบฉันสารพัด ผมเลยเดาตามประสาคนใจบาป ว่า สงสัย หลวงพี่คงต้องมีการฉัน วิกาลโภชนา บ้าง อย่างว่าเเหละครับ พระก็คือ คนๆนึง ถ้าเกิดว่าหิวขึ้นมาจริงๆ ก็คงต้องกินเเหละครับ
 
อยู่ๆ หลวงพี่เเกก็งัด เทปคาสเซ็ท ออกมาม้วนนึง เเกบอกว่าเป็น อัลบั้มล่าสุดของ คาราบาว (ในปีนั้น) มันคือ อัลบั้ม วณิพก ซึ่งผมถือว่า เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุด ที่วง คาราบาวเคยทำขึ้นมา ตรงนี้ ผมไม่นับเทคนิคการบันทึกเสียง  ผมเพียงเเค่คิดว่า อัลบั้มนี้ มีเเนวทางที่ชัดเ้จน เเละ เป็นสากลมากที่สุด ถ้าไม่นับเพลง วณิพก เพลงอื่นๆคือ เพลง Rock เเละ Folk Rock ชั้นดี เลยล่ะ ถ้าไม่ใช่ว่า คาราบาวหาตัวเองเจอ(ในเเง่ของการขาย) จาก อัลบั้ม เมด อิน ไทยเเลนด์ พวกเค้าคงไม่ได้เล่นเพลงในเเนว วาไรตี้ ที่มีครบหมดทุกสไตล์ โดยเน้นที่ 3 ช่า (ฮา)
 
หลวงพี่ เปิดเพลง "บวชหน้าไฟ" ให้ผมฟัง เเละ บอกว่า ชอบมากๆ ผมลองฟังตาม มันได้บรรยากาศมากๆ สำหรับการฟังเพลงๆนี้ ในวัด ช่วง 6โมงเย็น ที่ญาติโยมกำลังทะยอยกันมางานศพ (ฮา)
 
วันที่ฉันลาจากบ้านมา น้ำตาไม่เคยตกดิน
 
คำของพ่อ ยังเเว่วได้ยิน ว่าลูกรักมานะทำงาน
 
ครอบครัวของเรานั้น คนจนๆ สับสนช่องทางทำกิน
 
ไม่มีผืนนา ผืนดิน มีทรัพย์สิน เอาไปจำนอง เอาไปจำนำ
 
        ฉันจึงรับผิดชอบ ฐานะลูกชายคนโต
        เพื่อประทังความอดโซของครอบครัวที่อับเฉา
 
ขึ้นรถไฟ เข้ากรุง เข้ากรุง มุ่งทำงาน
 
หวังไว้ อีกไม่นาน จะส่งเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัว
 
 
งานที่ทำ ฉันเเบกหามวันยังค่ำ ฉันเพียรกระทำจนชินชา
 
เเสนเหน็ดเหนื่อย เนื้อตัวเมื่อยล้า หัวใจยังกล้าพยายาม
 
สองมือมีเเรง สีเลือดเเดงเข้มข้น เป็นคน ไม่คิดจะย่อท้อ
 
คงอีกไม่นานเกินรอ พ่อจ๋า พ่อจะได้รับเงิน
 
 
       ทำงานเป็นรายวัน ฉันกระเหม็ดกิน
       เอาไปใส่ออมสินรวมไว้สิ้นเดือน
 
ดี…ฉันดีใจ พรุ่งนี้ จะถึงสิ้นเดือน
 
ดี…ฉันดีใจ มีจดหมายเขียนมาจากครอบครัว
 
 
 
เราตั้งความหวัง ไว้เพียงบางสิ่ง ก็มามีอันเป็นไป
 
ข้อความที่เขียนในจดหมาย ส่งข่าวมาว่าพ่อสิ้นใจ
 
พ่อมาตายลง เพราะเป็นวัณโรค โรคของความอ่อนเเอ
 
จากถ้อยคำของเเม่ เราเเย่เพราะไม่มีเงินซื้อยา
 
        ทุกสังขารของมนุษย์ที่กำเนิดมา
            ล้วนเเต่ปรารถนากินอยู่สุขสบาย
 
ฉันไม่เข้าใจ โกนหัวเข้าบวชหน้าไฟ
 
พกความไม่เข้าใจ เอาไว้ไปถามพระธรรม
 
………………………………………………………………………………………………………………………..
 
ถือว่าเป็นเนื้อเพลงที่สะเทือนอารมณ์พอสมควร เเละเป็นเรื่องที่ไม่เคยตกยุคสมัย  ยังคงมีหลายๆครอบครัวที่ไร้ทางเลือก เเละ ตายจากกันเเบบอนาถา คงจะไม่เเปลก ถ้าผมจะรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย 
 
ท่อนอินโทร ที่เล่นด้วย อคูสติก กีต้าร์ โดยใช้การพิคกิ้ง (picking)จากคอร์ด D major เเละ พลิกกลับจาก Major สู่สเกล Minor มีส่วนช่วยในการสร้างอารมณ์ของเพลง หลังจากท่อนอินโทร ลายของเพลงเลยกลายเป็น Broken Chord ทั้งหมด เพื่อสร้างอารมณ์สะเทือนใจ
 
ผมออกจากวัด เดินผ่านงานศพ เเละ เมรุ ด้วยอารมณ์หดหู่ กึ่ง สยองขวัญ(ฮา) เเละ จำชื่อเพลงๆนี้ มาจนทุกวันนี้
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to บวชหน้าไฟ

  1. 33 says:

    ผมงงหรือพี่เมาฮ ะ  55555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s