คิดถึง….เมืองไทย

ยังคง อิหลักอิเหลื่อ เช่นเคย สำหรับ พาสปอร์ต หมู่นี้ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับผม ผมมักจะโดน กับดักสภาพคล่อง อยู่เสมอ เป็นอย่างงี้ มาตั้งเเต่ปีที่เเล้ว ราวกับว่า การกลับเมืองไทยเเต่ละครั้งต้องเเลกมาซึ่งอะไรที่ทำให้ผมต้องเหนื่อย เเละ ต้องรอๆๆๆ โดยไม่มีกำหนด
ในขณะที่คนอื่นๆ นึกจะทำอะไรก็ทำได้
 
ไม่รู้้จะไปโทษอะไรดีล่ะครับ ด่าฟ้า ดิน เทวดา ไป ก็ไร้ประโยชน์ เหตุเกิดมาจากจังหวะ ช่วงเวลาที่ไม่ลงตัว ก็เเค่นั้น
 
การกลับเมืองไทยเเต่ละครั้ง เป็นเีรื่องน่าสนุก น่าประทับใจ สำหรับ คนอย่างผม คนที่เคยอยู่ตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ อย่าง กรุงเทพฯ การกลับไปสู่สภาพเเวดล้อมเดิมๆ ที่เคยอยู่ มันก็เหมือนกับการได้กลับไปหารากเหง้าของตัวเอง …รากเหง้าของผมคือ ชาวกรุง….คนกรุงเทพฯเต็มขั้น
 
ตอนเด็กๆ ผมเคยนึกเเปลกใจว่า ทำไม คนงานที่บ้านมักจะหายหน้าไปหลังจากเทศกาลสงกรานต์ รู้เเค่ว่า เขากลับบ้านกัน เเละ หลายๆคนไม่อยากกลับมา เพราะคิดถึงบ้าน อยากจะอยู่ที่บ้านเกิดของตัวเองมากกว่า ผมยังนึกเลยว่า ทำไมถึงโง่กันขนาดนี้? กรุงเทพฯ มีอะไรดีๆเยอะเเยะ เเถม เป็น เมืองหลวง อีกด้วย ทำไมถึงอยากจะกลับไปทำนา ทำไร่ กันนัก?
 
กว่าจะรู้คำตอบ ผมก็ปาเข้าไป 30 เป็นหนุ่มใหญ่ มีลูกติดมาคนนึง….ผมนึกถึงวันที่ผมต้องจากเมืองไทยเป็นการถาวร นึกถึงตอนที่ต้องลาเพื่อนๆทุกคน เพื่อจะเดินเข้าประตูผู้โดยสารขาออก เพื่อจะไปขึ้นเครื่อง ผมรู้สึกได้เลยว่า เหมือนกับว่า ขาของผมมันหนักอึ้ง ไม่อยากจะเดิน อยากจะล้มมันอยู่ตรงนั้น ความอาลัยอาวรณ์ประดังขึ้นมา มึนหัวตึ๊บไปหมด เเละ ถามตัวเองว่า "เราคิดดีเเล้วเหรอ?"
 
ถามไปก็เท่านั้นเเหละ มันสายเกินไปที่จะล้มเลิก การจากเมืองไทยในครั้งนั้น เป็นการจากไปเเบบที่ไม่มีจุดหมายว่าจะกลับมาหรือไม่  รู้เเค่ว่า ผมต้องไป….ไปทำในสิ่งที่น่าจะดีกว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนั้น
 
ผมมารู้เอาทีหลังว่า ไอ้สิ่งที่ผมทำอยู่มันก็ไม่ได้เเย่ขนาดนั้น ถ้ามาบวกลบคูณหารกับความทรมานที่ผมได้รับจากที่นี่ ผมคิดว่า ผลที่ออกมา มันไม่คุ้มเอาซะเลย
 
ผมอาจจะได้เงินเดือนที่สูงกว่า สวัสดิการสังคมที่ดีกว่เเต่มีชีวิตที่ขาดอิสระภาพ ผมต้องจมอยู่ในวังวนของสถานที่เดิมๆ วิถีชีวิตเดิมๆที่ผมไม่อยากอยู่  ตอนที่ผมอยู่เมืองไทย ผมไม่มีทางหาเงินได้ขนาดนี้ เเน่ๆ เงินเดือนจะขึ้นลงอยู่ระหว่าง 9,000-30,000บาท เเต่อาจจะเป็นเพราะว่า ผมใช้ชีวิตเเบบอีลุ่ยฉุยเเฉกมากไปหน่อย ผมเลยไม่เหลืออะไรเลย  ไม่มีเเม้เเต่เงินเก็บซักบาทเดียวในบัญชีธนาคาร
 
มันอาจจะไม่ใช่ชีวิตที่ดี เเต่เปี่ยมไปด้วยอิสระ  สุขภาพจิตของผมในตอนนั้นดีมาก ไม่ต้องมาหมกมุ่นครุ่นคิดหาทางออก เหมือนที่กำลังเป็นอยู่
 
ผมคงไม่มีทางเลือกเเล้วล่ะ  ทำได้อย่างมาก ก็เเค่กลับไปเมืองไทย หนีความจริงเพียงชั่วครู่ชั่วยาม เเละ ต้องกลับมาชดใช้เวรกรรมต่อ เเละ ก็เฝ้ารอการกลับไปอีกครั้ง…เป็นเเบบนี้ มาหกปีเเล้ว
 
หวังว่า ไอ้พาสปอร์ตเวรนั่น คงจะมาถึงก่อนที่ผมจะอกเเตกตายไปซะก่อน
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s