สถิตย์ยุติธรรม

เท่าที่ผมสัมผัสเพื่อนๆร่วมอาชีพนักดนตรี จากประสบการณ์กว่า 10ปี ผมเชื่อว่า นักดนตรีบ้านเรามีฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าฝรั่งเลย นักดนตรีตามคลับนี่เเหละครับ เผลอๆบางคนเล่นเก่งกว่าฝรั่ง หรือ ศิลปินบันทึกเสียงด้วยซ้ำ เพียงเเต่ว่าขาดโอกาส หรือ ไม่ก็เจาะทะลวงเข้าคลุกวงในกับเขาไม่ได้
 
หลายๆวงที่ออกอัลบั้ม ก็มาจากนักดนตรีตามคลับนี่เเหละครับ บางวงอาจจะโดนเปลี่ยนรูปแบบจากบริษัทต้นสังกัด เเต่บางวงก็ยังคงยึดมั่นในเเนวทางของตัวเอง
 
เเต่หลังจากที่ออกอัลบั้มมาเเล้ว บางครั้ง ก็มีที่โดนวิจารณ์เสียๆหายๆ โดยนักวิจารณ์บางคน ที่ไม่รู้เเม้กระทั่งการจับคอร์ดกีต้าร์ บางครั้ง ผมไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึง ไม่กล้าที่จะระบุเเนวทางของศิลปินไทย ทีศิลปินต่างประเทศ คุณกลับบอกได้ว่า เขาเป็น วง punk,post punk,hardcore,rap,rap-rock,speed,trash,death,doom,black metal ฯลฯ เเต่ กับศิลปินไทย พวกคุณกลับหวงคำพวกนี้ ทำไมครับ? นักดนตรีบ้านเราเขาเสียหายตรงไหน?
 
ผมเห็นเป็นประจำ ศิลปินร๊อคบ้านเรา จะออกอัลบั้มมาเเบบไหน คุณก็พะยี้ห้อให้เขาว่า pop-rock เเละ เผลอๆบางวงถูกเรียกว่า พวก อัลเทอร์…..คำๆว่า alternative ที่เคยเป็นคำศัพท์สำหรับเรียกพวก โมเดิร์น ร๊อค เเบนด์ ถูกนำมาใช้จนเกร่อ ในช่วงหลายปีก่อน เเต่ ถ้าในปัจจุบันนี้ วงๆไหนถูกเรียกว่า พวก อัลเทอร์ มันก็หมายความว่า วงๆนั้น คือ เศษเดนของกาลเวลาที่ไม่น่าจะอยู่ถ่วงวงการดนตรี
 
ศิลปินบางคนอาจจะโดนหมั่นไส้ในฐานะที่เสือกเกิดมาหน้าตาดี หรือ เป็นดารามาก่อน ไอ้บางคนมันก็น่าด่าหรอกครับ หล่อ สวย เเต่เสียงร้องเหมือนเเมวเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่….เเต่ ก็ยังมีอีกหลายคนที่พัฒนาตัวเอง เช่น บิลลี่ โอเเกน หรือ โดม ปกรณ์ ลัมพ์
โดยเฉพาะ ไอ้โดม นี่เเหละ ผมได้ฟังเพลงในอัลบั้มล่าสุดของมัน….ไม่เลวเลยครับ ไอเดียดี มีกึ๋น เเต่ ยังถูกเรียกว่า เเนว พ๊อพ ร๊อค
 
ก่อนอื่น น่าจะเอาความเป็นคนไทย มาใส่ไว้ในหัวก่อนที่จะวิจารณ์ บ้านเรา เป็นเมืองร้อน คนไทยค่อนข้างจะประนีประนอม ไอ้ที่ใจร้อนก็มี เเต่ เคลียร์ง่าย ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าเเรง ก็คงไม่ขึ้นโรงขึ้นศาล เเถม ถูกระบอบเผด็จการ ทั้ง ทหาร เเละ มาเฟียใส่สูท ครอบงำมาร่วมเกือบๆศตวรรษ….เมื่อรู้อย่างงี้เเล้ว จะให้ศิลปินทำเพลงเเบบไหน?ถ้าอยากจะเป็น ศิลปินร๊อค ต้อง เเต่งเพลงเกี่ยวกับ เซ็กซ์ ยาเสพติด? ถ้าอยากเล่น กรั๊นส์ ก็ต้อง เกลียดตัวเองเยอะๆ ก่นด่าสังคมเข้าไว้? หรือ ถ้า อยากเป็น เเร๊ปเปอร์ ก็ต้อง เเต่งเพลงสองเเง่สามง่าม ด่าพ่อล่อเเม่? ก็รู้ๆอยู่ว่า มันทำไม่ได้ ….ตัวบทกฏหมายมันมี  ศิลปินมีขอบเ้ขตในการนำเสนอ เเละ ถ้่าคุณจะโทษใครซักคน ….ขอให้โทษไอ้วงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันตาย .กับไอ้คนที่ก้มหัวให้กับมัน..จะดีกว่า
 
ไอ้ที่น่าจะด่า เเละ ไม่น่าให้อภัย ก็มีเเต่พวกที่ลอกเลียนเพลงของชาวบ้าน ไอ้พวกหน้าด้านเเบบนี้ ด่าไปเถอะครับ ให้สมกับที่เป็นนักวิจารณ์ ฐานันดรที่ 4 ไม่ใช่เขียนเชียร์เพื่ออามิสสินจ้าง เเบบ พวกนักวิจารณ์ตามหนังสือดารา
 
สรุป เรามีนักวิจารณ์อยู่ 2ขั้วที่ต่างกัน พวกเเรก ฟังเพลงเยอะ ทำการบ้านเยอะ มีภูมิ เเต่ ดูถูกคนไทย กับ พวกที่ไม่มีอะไรเลย รู้เเค่ว่า ถ้ามีการยัดเงิน เพลงปัญญาอ่อนก็จะได้รับการเขียนเชียร์เเบบออกนอกหน้า
 
มันเลยทำให้ผมนึกถึง กลุ่มศิลปินหัวก้าวหน้าบางกลุ่ม ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการดนตรีบ้านเรา เเละ ได้ผลิตงานดีๆออกมา ทั้งที่เป็นงานของกลุ่มตัวเอง หรือ งาน solo album ของศิลปินบางคน …ผมเคยได้ฟังอัลบั้มดีๆ ในเเนว progressive rock ที่มาจากฝีมือคนไทย เช่น คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต ของ ธเนศ วรากูลนุเคราะห์ …ในทัศนะของข้าพเจ้า ของ มาโนช พุฒตาล….action ของ กลุ่มผีเสื้อดนตรี คณะ บัตเตอร์ฟลาย….กัลปาวสาน ของ สุรสีห์ อิทธิกุล หรือ….12 ราศี ของ วง ตาวัน
 
เชื่อมั้ยครับ? อัลบั้มทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ ถูกเรียกจากนักวิจารณ์ ว่า…คอนเซ็พ อัลบั้ม ทั้งๆที่มันควรจะเป็น โพรเกรสซิฟ ร๊อค เป็นการสื่อนัยๆว่า มือยังไม่ถึง พวกเขาเลยไม่กล้าระบุ (!!!!!????)จะเรียกว่า คอนเซ็พ อัลบั้ม มันก็อาจจะไม่ผิดนัก  เพราะเพลงเหล่านั้น ถูกเขียนเรียงร้อยให้มีเรื่องราวที่ต่อเนื่องกัน เเต่สำหรับในส่วนของดนตรีนั้น พวกเขาทำได้ดีทีเดียว ดีพอที่จะถูกเรียกได้อย่างเต็มปากว่า progressive music หรือ ดนตรีวิวัฒน์(คำๆนี้ ถูกบัญญัติขึ้นโดย คุณ ปนาพันธ์ นุติอำพัน นักดนตรี นักวิจารณ์คนหนึ่ง จากกลุ่ม นักวิจารณ์ ของ หนังสือ สีสัน)
 
โดยส่วนตัวของผม อัลบั้ม 12 ราศี ค่อนข้างจะมีความเป็น คอนเซ็พช่วล อัลบั้ม มากกว่าอัลบั้มอื่นๆ อัลบั้มนี้ ถูกเขียนเรียงร้อยเรื่องราวจาก ทฤษฏี ยูเรเนียม หรือ ทฤษฏีการอ่านคน จาก ลักษณะการเกิด เเละ การโคจรของดวงดาว เเต่ละเพลง จะกล่าวถึง ราศีเกิด ทั้ง 12 ราศี
 
เพลง "สถิตย์ยุติธรรม" เป็นเพลงที่ผมติดอกติดใจมากกว่าเพลงอื่นๆ ด้วยเนื้อร้องที่ตีเเผ่สายสนกลในของระบบราชการ เเละ ดนตรีที่หนักเเน่น ให้อารมณ์หม่นหมอง จากเหล่าบรรดาเสียง ซินนิไซเซอร์ โดยใช้เสกลคลาสิค(classical scale)เกือบทั้งเพลงผมถือว่า เพลงๆนี้ เป็น โพรเกรสซิฟ ร๊อค เเท้ๆ ที่มีความชัดเจน ทั้งในเนื้อหา เเละ ดนตรี
 
ปัญญา คนหนุ่มมองการณ์ไกล เติบใหญ่อยู่ในเเดนกันดาร
 
อุตส่าห์ฝ่าฟันใฝ่ความรู้ ได้เรียนมหาลัย
 
ไปเรียนตัวบท ตัวกฏหมาย เรียนไปก็ด้วยใจเป็นธรรม
 
จะนำความรู้สู่ตำบล ทุกข์ทนเฝ้ารอ เพราะโดนกดขี่
 
 
คนเมืองมาเป็นใหญ่เป็นนายเรา เอาความรู้เข้ามาข่ม
 
กรรมใดใครตกเป็นคดีความ เป็นธรรมไม่เห็นมีมาก่อน
 
 
ปัญญา เรียนจนจบดังตั้งใจ ดีใจก็เลยไปบันเทิง
 
รื่นเริงฉลองปริญญา ไม่เป็นปัญหาใคร
 
เป็นเวรโดนเขม่นหนุ่มไฮโซ คนโตอิทธิพลคุมเมือง
 
ลูกชายเจ้านายใหญ่ในศาล ล้อมกันเข้ามาไม่สาเหตุ
 
 
รุนเเรงตีต่อยเป็นการใหญ่ มีอะไรมันก็ควักมาหมด
 
คนโตยิงใส่ไม่ยำเกรง เล็งไปพลัดโดนคนอื่น
 
ล้ม…เลือดเเดง…คนตาย..เลวร้าย
 
เร็วกว่าตัวจะทันตั้งใจ เหตุการณ์วุ่นวาย จิตใจเต้นรัว
 
ใครสักคนเข้ามาติดตัว ตีหัวลงไปนอนตัวอ่อนหมดปัญญาจะรับรู้….สิ่งใด
 
 
                                solo
 
 
ปัญญา มาตื่นขึ้นในกรง งุนงง ตกใจในความจริง
 
ไม่ได้เป็นคนยิงผู้ใดเขา จับเอามาขังทำไม?
 
โดนยำ โดนอัดสอบปากคำ จองจำอย่างกับโค กระบือ
 
พยานหลักฐาน เเละ ลายมือ มัดตัวปัญญา ไม่มีทางออก
 
 
ปืนมาอยู่ในมือเเต่เมื่อไร ลายมือมันถึงมีปรากฏ?
 
พยานนำสืบนั่นก็พวกมัน ยืนยันไม่เห็นเป็นคนอื่น
 
ปัญญาคอตก ยืนหมดเเรง เป็นธรรมไม่เห็นมีมาก่อน
 
ใจลอยคืนกลับสู่ตำบล เป็นธรรมไม่เห็นมีมาก่อน
 
ปัญญาถูกส่งไปเรือนจำ เป็นธรรมไม่เห็นมีมาก่อน
 
ใจลอยคืนกลับสู่ตำบล เป็นธรรมไม่เห็นมีมาก่อน
 
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 
เนื้อหาในเพลงๆนี้ เป็นเรื่องที่เเต่งขึ้น อาจจะคล้ายๆเรื่องจริงบางเรื่อง……
 
เมื่อซักไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในคืนวันนึง ที่ ทเวนตี้ คลับ ได้เกิดเหตุวิวาท ระหว่าง นาย ดวงเฉลิม อยู่บำรุง กับ ดาบตำรวจนายหนึ่ง ทันใดนั้นเอง มีเสียงปืนดังขึ้น เเละ หลังจากนั้น "ดาบยิ้ม"ก็นอนจมกองเลือด เสียชีวิตทันที….
 
ทุกวันนี้ ดวงเฉลิม ยังคงอยู่ดีกินดี เเต่ มีใครบ้างไหม ที่สามารถทวงความยุติธรรมให้ ดาบยิ้ม เเละ ครอบครัว?
 
กระบวนการยุติธรรมของบ้านเรา มันฟอนเฟะมานานเเล้ว  เเต่ไหนเเต่ไรมา คนไทยคุ้นเคยกับ ระบบ อุปถัมภ์ ซึ่งมันก็คือที่มาของการใช้ เส้นสาย นั่นเอง มันมีมากี่ปีเเล้ว ผมไม่รู้ รู้เเค่ว่า ประชาชนตาดำๆอย่างเรา ไม่ควรจะไปงัดข้อกับ"ผู้อยู่เหนือกฏหมาย"ถ้ายังอยากจะมีชีวิตยืนยาวต่อไป
 
ที่สุดเเล้ว ก็คือ ประนีประนอมยอมความ ….ครับ ขอให้คุณลองย้อนกลับไปดูทั้งหมดที่ผมเขียนก่อน เเละ คุณอาจจะเผลอๆคิดตามผมว่า วงจรอุบาทว์ทุกวงจร มันเกี่ยวพันกัน ไม่ว่าในเเวดวงบันเทิง การเมือง การเงิน การค้าขาย เเม้กระทั่ง กระบวนการยุติธรรม
 
เพราะคนไทยเป็นอยู่เเบบนี้ มานานเเล้ว มันสายเกินไปกว่าจะเเก้ไขระบบทั้งมวล ถ้าเเก้ตรงนี้ได้ มันก็จะไปติดอยู่ที่ตรงนั้น ไม่มีใครซักคนที่จะกล้าไปงัดข้อกับอิทธิพลมืด หรือ ระบอบเก่าๆที่มีมานาน ที่รังเเต่คอยจะขัดขวางการพัฒนาประเทศ
 
เเม้เเต่ ศาลสูงสุด ยังต้องออกกฏหมายเพื่อรองรับความต้องการของผู้มีอิทธิพล เเล้ว ไอ้สิ่งที่"สถิตย์"อยู่ มันจะ"ยุติธรรม"ได้อย่างไร?
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to สถิตย์ยุติธรรม

  1. Jamesssssss says:

    5555    เขียนได้สะใจ  ชอบทุกวงที่กล่าวมาเลย
    ดีแล้วละ  พูดในเชิงเห็นแก่ตัวก็ได้นะ   ดีนะที่ผมได้เปรียบคนอีกหลายๆคน
    เพราะผมไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้ว  ผมไม่ชอบ ในเกือบๆจะทุกเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นเลย
    สงสาร คนจนๆ นะ แต่ทำงัยได้  เค้าเคยบอกว่า 
    "  ประเทศไทย มีทุกอย่างเลยนะ เเต่เสียอย่างเดียว   คือ มีคนไทยอยู่"""  ผมเชื่อแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s