passport

เดิมที ผมมาที่ประเทศนี้ ครั้งเเรกในฐานะ resident card holder หมายถึง ผู้ถือ กรีนคาร์ดนั่นเอง พาสปอร์ตที่ใช้ เป็นพาสปอร์ตไทย ที่ เเสตมป์ วีซ่า 1ปี เอาไว้
 
มันเคยสร้างปัญหา ให้ผมครั้งนึง ตอนที่กลับเมืองไทยครั้งเเรก เพราะผมไม่รู้ว่า มันเป็นเเค่ วีซ่า สำหรับปีเดียว ดันไปนึกว่า นี่คือ นัมเบอร์ ของ กรีนคาร์ด ผมเลยย่ามใจ ออกนอกอเมริกา กลับเมืองไทย
 
เอะใจ ตั้งเเต่ตอนที่ เจ้าหน้าที่ของสายการบิน ทักผมว่า ไอ้ เนี่ย มัน expired เเล้ว เเต่ ผมก็ยังอุตส่าห์ยืนยันว่า ไม่ใช่ เเต่ เพราะว่า นี่เป็นขาออกจากอเมริกา เค้าเลยไม่สนใจอะไร อยากไป ก็ไปเหอะ เเต่ ตอนกลับ มีปัญหาเเน่ๆ
 
ทีเเรก ผมเเพลนเอาไว้ 15 วันเท่านั้น อีตอนวันกลับ เพื่อนๆ เเห่กันไปส่งมากหน้าหลายตา มีการกินเบียร์เป็นที่สนุกสนาน ซื้อเอาเเถวๆ เซเว่นฯ ใน สนามบิน ดอนเมือง(ตอนนั้น ยังไม่มี สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ท)พอถึงเวลา เช็ค อิน ก็เเห่ตามกันไป ไอ้คนกลับก็เศร้า ส่วนคนส่งก็เมา
 
เจ้าหน้าที่ ของสายการบิน ขอตรวจเอกสาร เเละ ก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
 
"เอ่อ ขอดูกรีนคาร์ดหน่อยค่ะ"
 
"ก็นี่ไงครับ" ผมพูดพลางชี้นิ้วไปบน ไอ้เลขนั่น" ผมได้กรีนคาร์ดเเล้ว เเต่ บัตรยังไม่ออก เค้าเลยเขียนเลขกรีนคาร์ดไว้บนพาสปอร์ตไง"
 
"ไม่ใช่นะ" ยัยเจ๊นั่น เพ่งตามอง รอยเเสตมป์ ที่เจือจางเหลือเกิน พลางหันไปเรียก ซุปเปอร์ไวเซอร์ อีตาซุปเปอร์ไวเซอร์ ก็ทำคิ้วขมวดอีกคน ไปๆมาๆ มีเเต่ คนทำหน้ายุ่ง เหมือนยุงตีกัน
 
"เอ่อ คุณครับ ไอ้นี่ มัน วีซ่า 1ปี น่ะครับ ไม่ใช่ เลขใบเขียวหรอก "อ้าวว ชิบหาย" คุณไม่มีใบเขียว เหรอครับ? ถ้าไม่มี เราคงให้คุณออกนอกประเทศไม่ได้หรอก ถึงคุณออกไป คุณก็โดนส่งกลับมาอยู่ดีเเหละ ไอ้วีซ่านี่ ก็หมดอายุเเล้วด้วย"
 
"งั้น เอานี่ไปดูฮะ" ผมไม่ละความพยายาม ยื่น ไอดี คาร์ด ให้ดู" ผมอยู่ที่นั่นจริงๆ ไม่งั้น ไม่มีไอดี หรอก"
 
"ไม่ได้ครับ ต้องใบเขียวเท่านั้น" ว่าเเล้ว ก็เดินสะบัดตูดหายไป
 
 
ชิบหายเลย ผมกับเพื่อนๆ ก็เลยต้องย่อยๆ เเบกของออกมา ดูน่าขำพิลึก ที่เเย่ไปกว่านั้น คือ ผมต้องโทรไปขอเลื่อนตั๋วที่สายการบิน เเต่ ปรากฏว่า ผมโดนเอเจ้นท์ขายตั๋ว(ที่เป็นเพื่อนของพ่อ เเม่ ของผม) ย้อมเเมวขายตั๋ว พี่เเก เอาตั๋ว อะวอร์ด(ตั๋วสำหรับเเจก เช่น เเจก คนที่ได้รับรางวัลจากการเล่นเกมส์โชว์)มาขายผม ตั๋วเเบบนี้ เปลี่ยน หรือ คืน ไม่ได้ สรุป ผมเสียตังค์ฟรีๆ
 
ทริปนั้น ผมต้องยืมตังค์ญาติๆ มาซื้อตั๋วก่อน เเถม ต้องยืมตังค์ไว้ใช้สอยไปวันๆด้วย เป็นเวลา 15วัน เพราะตังค์หมดพอดี ไปๆมาๆ เลยเป็นหนี้ ญาติ เกือบๆห้าหมื่น
 
ผมต้องไปเดินเรื่องที่ ยู เอส อิมมิเกรชั่น สาขา ประเทศไทย เค้าทำจดหมายให้ผมสองฉบับ สำหรับ ตอน เช็ค อิน ที่ดอนเมือง เเละ ตอนที่ เข้าประเทศ อเมริกา
 
พอมาถึงที่ ด่าน ชิคาโก ผมก็ต้องโดนเรียกเข้าไปในห้องสอบสวน พูดภาษาอังกฤษ ชี้โบ๊ ชี้เบ๊ ไปเรื่อย จนเค้าปล่อยตัวออกมา เฮ้อๆๆๆ เกือบซวย
 
ตั้งเเต่นั้นเป็นต้นมา ผมไม่เคยประมาท กับ การออกนอกประเทศ พอหลังๆ ผมได้กรีนคาร์ดเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว มันก็ไม่มีอะไรยากเย็นอีกต่อไป
 
เเต่ เมื่อปีที่เเล้วมานี่เอง ได้เกิดการเปลี่ยนเเปลงครั้งยิ่งใหญ่ ทางรัฐบาลไทย ได้ประกาศให้ เปลี่ยนพาสปอร์ต จาก เเบบธรรมดา มาเป็น อี พาสปอร์ต ( e – passport)เเละ บังเอิญว่า พาสปอร์ตของผม กำลังจะหมดอายุพอดี เดิมที เราก็เเค่ส่งไปทางเมล์ ให้เค้า renew เเต่ คราวนี้ ทำไม่ได้ เพราะ ไม่มีพาสปอร์ตเเบบเดิมอีกเเล้ว การทำ อี พาสปอร์ต นั้น ต้องไปด้วยตัวเอง เพื่อ บันทึกลายนิ้วมือ เเละ สเเกน ใบหน้า
 
ซวยล่ะซิ มันก็หมายความว่า ผมต้องไปที่ สถานทูต หรือ ที่สถานกงศุลไทย เเห่งไหน เเห่งนึง ไม่ว่าจะเป็น ที่ วอชิงตัน ดีซี ที่ เเอล เอ หรือ ที่ ชิคาโก
 
ผมเลือกที่จะไปที่ ดีซี เพราะใกล้ที่สุด เราใช้เวลาสองวัน สำหรับเดินทาง เเละ นอนที่นั่น รู้อะไรมั้ย? พอผมไปถึง สถานกงศุล ผมเห็น ประกาศเเปะหราอยู่ มีข้อความว่า….
 
"เนื่องจาก การประกาศเปลี่ยนพาสปอร์ต ได้สร้างความยุ่งยากให้กับคนไทยที่อยู่ต่างเเดน ทางกระทรวงการต่างประเทศจึงได้ผ่อนผันให้ผู้ถือพาสปอร์ตไทยได้ใช้พาสปอร์ตเเบบเดิมไปก่อน เป็นการชั่วคราว สำหรับผู้ที่ถือพาสปอร์ตหมดอายุ สามารถนำมาเเสตมป์ได้ ….." เเละ อะไรอีกก็ไม่รุ จำไม่ได้
 
ไอ้เหียก เอ๋ย ทำไมไม่เเจ้งให้รู้กันก่อนนนนน กูถ่อมายัน ดีซี เสียเงิน เสียเวลา เสียงานเสียการ รู้งี้ โทรมาถามก่อนดีก่า
 
เเต่ก็โอเค ครับ วันไหน วันนึง ผมก็ต้องทำ อี พาสปอร์ต อยู่ดีล่ะ ทำไว้ก่อน ถือว่า จะได้ไม่ต้องไปทำอีก
 
เเละ ผมก็ต้องมาวุ่นกะไอ้พาสปอร์ตอีก เพราะว่า ไม่นานมานี้ ผมได้สอบผ่าน การเป็น อเมริกัน ซิติเซ่น แล้ว ผมจะถือพาสปอร์ตไทยไม่ได้อีกเเล้ว เพราะ หลังจากที่ได้สาบานตนกับธงอเมริกัน ทุกๆคน ต้องโดนยึด กรีนคาร์ด
 
ดังนั้น ผมจึงต้องไปทำพาสปอร์ตอเมริกัน หลังจาก สาบานตนเรียบร้อยเเล้ว ผมถ่อไปที่ ที่ทำการไปรษณีย์ ทันที (ที่นี่ เค้าทำพาสปอร์ตกันที่ ไปรษณีย์ ครับ) คาดหวังว่า จะได้ทำในเย็นวันนั้นเลย
 
ผมไปถึง ที่ทำการไปรษณีย์ ตอน บ่ายสองกว่าๆ กะว่า คงไม่ค่อยมีคนหรอก ….ที่ไหนได้ คนเป็นเบือเลยครับ นั่งรอกันเป็นเเถวๆ
 
สืบได้ความมาว่า เมื่อซักก่อนหน้านี้ ประมาณเดือนนึง รัฐบาลอเมริกัน ได้ออกกฏหมายใหม่ เพื่อเป็๋นการป้องกันภัยจาก ผู้ก่อการร้าย ประมาณว่า เดิมที อเมริกัน ซิติเซ่น ทุกคน(รวมไปถึง คนเอเชี่ยน หรือ เเม๊กซิกัน ที่เป็น ซิติเซ่น เเล้ว)สามารถ เดินทางออกนอกประเทศไปในที่ บางที่ โดยไม่ต้องใช้พาสปอร์ต ได้เเก่ เเคนนาดา เเม๊กซิโก หรือ ประเทศเเถบ ทะเลเเคริเบี้ยน …เเต่ ตอนนี้ ไม่ได้เเล้ว ทุกๆคน ต้องใช้พาสปอร์ต เเละ เดิมที พ่อ เเม่ ผู้ปกครอง สามารถยื่นเรื่องทำพาสปอร์ตให้เเก่ บุตร ที่อายุไม่เกิน 16 ปีได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพาตัวของบุตรมาด้วย เเต่…มาวันนี้ ทุกๆคน ต้องมาโชว์ตัวให้เห็นหน้ากันหมด ไม่ว่า จะเป็นลูกเล็ก เด็กเเดง ยังไงก็ต้องมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวก หมู่เฮา ชาว เเม๊กซิกัน ที่ขึ้นๆล่องๆ ระหว่าง อเมริกา กับ เเม๊กซิโก บ่อย ๆ พวกนี้นี่เเหละ ตัวดี ขนกันมาเป็นครอบครัว ลูกเต้าร้องกัน กระจองอเเง เล่นซน กัน เป็นที่สนุกสนานสะใจพระเดชพระคุณ เสียงงี้ลั่นเชียว
 
ผมก็เลย เเห้วไปทั้งสองครั้ง เพราะไปไม่ทัน ติดเวลาทำงาน …ผมเลยโทรไปหา ดร. ศักดิ์ หรือ อา ศักดิ์  ด๊อกเตอร์ คนไทย ที่เป็น โพรเฟสเซอร์ อยู่ ณ มหาวิทยาลัย ยูเอ็นซีซี มหาวิทยาลัยชื่อดังประจำรัฐ อา ศักดิ์ ก็ดีใจหาย รับปากว่าจะช่วยเหลือ
 
อา ศักดิ์ บอกว่า เราอาจจะต้องลองไปทำพาสปอร์ตที่อื่น ที่ไม่ใช่ เขตใกล้ๆ ดาวน์ทาวน์ เเกเลยพาผมไปที่ มินท์ ฮิลล์ (mint hill)ซึ่งเป็นเขต บ้านน้อก บ้านนอก เห็น ฟาร์ม เห็นวัว กันเลย ว่างั้น
 
เราไปกันตั้งเเต่เช้าตรู่ ผมคาดหวังว่า ผมคงกลับไปทำงานทัน เราไปถึงที่นั่น ก็เกือบๆเก้าโมงเช้า พอเเหงะหน้าเข้าไปในที่ทำการไปรษณีย์ ที่ยังไม่เปิดทำการดีนัก ผมก็เห็น คนเข้าเเถวรออยู่ประมาณ 10 กว่าคน !!!
 
ให้มันได้อย่างงี้ซิ อุตส่าห์มาซะบ้านนอกเเล้ว ยังเสือกมีคนตามมาอีก ผมได้เป็นอันดับที่ 18 ไม่ใช่ว่า เป็นคนที่สิบเเปดเนี่ย มันจะเร็วนะ ขอบอก คิดง่ายๆ ต่อ คนๆนึง ใช้เวลา 20 นาที ผมต้องรอนานเเค่ไหน? เเถม บางที เจอพวกที่เข้าไปยกครอบครัวอีก …หมดกัน ยืนรอขาเเข็ง
 
เเต่อย่างไรก็ดี ผมก็ยังได้ทำ ถึงจะเสียเวลาไปหน่อย ก็ได้ทำอยู่ดี เเต่…เพราะผมรีบนี่เอง ผมเลยต้องเสียตังค์เพิ่ม คือ ผมต้องการที่จะไปเมืองไทยให้เร็วที่สุด ผมเลยต้องใช้บริการพาสปอร์ตด่วน (experdice services)ครับ อย่างว่า อยากได้เร็ว ก็ต้องจ่ายเพิ่ม คนอื่นเสีย $97 เเต่ผมต้องจ่าย $185 !!! สบายตัวไปเลย
 
ทีเเรก ผมได้ยินมาว่า ถ้าผมซื้อ เอ๊กซ์เพอร์ไดซ์ เซอร์วิส ผมไม่จำเป็นต้องรอถึง สองเดือน มันจะใช้เวลาเเค่ สองอาทิตย์ เเต่ ณ สถานณการณ์ปัจจุบัน มีคนเเห่ไปทำพาสปอร์ตกันเนืองเเน่น เเม้เเต่ ตัวเจ้าหน้าที่เอง ยังไม่เเน่ใจเลยว่า ผมจะได้พาสปอร์ตตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ ฮ่วยๆๆๆๆๆ
 
ก็เลยกลายเป็นว่า ตอนนี้ ผมทำอะไรไม่ได้เลย จองตั๋วก็ไม่ได้ กำหนดวันไป ก็ไม่ได้ เซ็งสุดชีวิต
 
 
 
 
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to passport

  1. Mask says:

    Zu-Zu Na.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s