ลูกเอย ลูกค้า

คนที่ทำเงินให้เรา ก็ คือ ลูกค้า เเละ ไอ้คนที่จะฆ่าเรา ก็คือ ลูกค้า เช่นกัน……
 
ไอ้ เชฟ อย่างผมน่ะ ไม่ได้ปะทะกับลูกค้าโดยตรงหรอกครับ โน่นๆ พวกเวสฯ น่ะ รับคำด่าไป ถึงมัน(ลูกค้า)จะฝากด่าถึงผมก็เถอะ (ฮา)
 
ไปๆมาๆ ผมมานั่งนึกดูอีกทีนะ ผมว่า ชีวิตของผมเนี่ย ไม่เคยไปไกลจากร้านอาหารเลย เเม้ว่า ในช่วงนึงของชีวิต ผมเป็นนักดนตรี เเต่…ก็อีกนั่นเเหละ ก็เป็นนักดนตรีใน pub เเละ pub ของบ้านเรา มันก็ดันเป็น pub & restuarant ซะอีกด้วย อาจจะเปลี่ยนอีตรงที่ จากเบื้องหน้า(เวที) ไปสู่เบื้องหลัง(ครัว)
 
อีตอนเป็นนักดนตรี มันจะดูอันตรายกว่า เพราะ ยืนทำหน้าล่อเป้าอยู่บนเวทีนี่เอง ขวดโซดา จะลอยมาเมื่อไหร่ก้ไม่รู้ เคยนะ ไม่ใช่ไม่เคย ยังดี ที่ไม่โดนกระบาล
 
ไอ้ที่เด็ดสุด เห็นจะเป็นเมื่อซัก 7 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ ผมยังเป็นนักดนตรี rock เต็มตัว เพลงของเราประมาณ led zeplint,Eric Clapton,scorpion,Metallica,nirvana,red hot chilli pepper ฯลฯ จับลุกค้าชาวร๊อค ทุกเพศทุกวัยว่างั้นเถอะ มีตั้งเเต่เก่ายันใหม่ เราเลยมีเเฟนเพลงหลายกลุ่ม เเละ ส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงาน บางที ก็มีเเบบที่สนิทกับทางวงเป็นกลุ่มๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มชายล้วนขี้เมา ส่วนกลุ่มสาวๆนั้น พวกเรามักจะไม่ไปมั่วทั้งวง มันเป็นมรรยาทครับ ไปรุมกันหลายๆคน มันดูไม่ดี
 
มีกลุ่ม ทีมข่าวของ นสพ. ฉบับนึง ที่ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับเรา มาทีไร ได้กินเหล้าฟรีทุกที เเถมกินกันยันดึกดื่นค่อนคืน ในจำนวนนั้น มีพี่คนนึง ที่เเกดูท่าทางว่าจะชอบเพลงของทางวงเอามากๆ โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นเพลงของคณะ Queens
 
"มือเบส มาดเหมือน JOHN DECON เลยว่ะ" เเหม เค้าบอกนะ ผมไม่ได้พูดเอง
 
ไอ้ มิสเตอร์ JOHN DECON มันก็คือ มือเบสของวง Queens นั่นเองล่ะ ครับท่าน …เวลา นักข่าวกลุ่มนี้มาที่ร้านทีไร ก็มีพี่คนนี้นี่เเหละ ที่ดูจะมันส์ ออกนอกหน้ากว่าชาวบ้าน
 
สมมุติว่า เเกชื่อ พี่เท่ง ก็เเล้วกัน ผมจำชื่อเเกไม่ได้จริงๆ พี่เท่งเนี่ย อะไรๆ ก็ดีอยู่หรอก เเต่ พอเเกเมา เเกดูจะปากกล้าเกินปรกติ อย่างว่าล่ะครับ เด็กใต้ใจถึง ว่างั้นเหอะ บางทีเเกขึ้น กู ขึ้น มึง เเต่เอาเหอะ เขาเป็นลูกค้า พวกผมเลยไม่ค่อยอยากจะถือสานัก
 
จนกระทั่งวันนึง พี่เท่ง เกิดนึกอะไรขึ้นมาไม่ทราบ พาน้องชายมาเที่ยวที่ร้าน พร้อมกับ ผู้หญิงอีกคน ที่ท่าทางเหมือนจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เเต่ เพื่อนๆนักข่าวคนอื่นๆ ไม่ได้มาด้วย สงสัยจะติดงานมั๊ง
 
เเละ เหมือนฟ้ากลั่นเเกล้ง…โต๊ะถัดจากโต๊ะของพี่เท่ง ก้ดันเป็นโต๊ะของลูกค้าประจำซึ่งเป็นวัยรุ่นทั้ง 3 คน หนุ่มๆสามคนนี้ ผมไม่รู้จักครับ เขารู้จักกับนักร้องนำ เเละ ดูท่าทางว่า อยากจะขึ้นมาเเจม ทีเเรก ผมได้ยินเเว่วๆว่า อยากจะขอ เเจม ร้องเพลง Hotel California
 
ผมไม่เคยเห็นน้องชายของ พี่เท่ง มาก่อน เเละ คืนนั้น ผมก้รู้ว่า น้องชายเเม่งเมาเเล้วกวนตีนกว่าพี่ชาย 10 เท่าตัว!!!!! เเกเมาเเล้วเต้นๆๆๆๆอยู่คนเดียว เพลงไม่น่าจะเต้น มันก็เต้น เเถมทำเสียงดัง โวยวายตลอด เดินพล่านไปทั่วร้าน เหมือนชะมดติดอยู่ในกรง บางทีก็ทำท่าเหมือนจะดึงไมค์ของนักร้องนำ ไปร้องเอง ซะงั้น
 
พวกผมชินหู ชินตา กับ พวกที่โดนเหล้ากินเเบบนี้เเล้วครับ เราก็เเค่ทำเฉยๆ เล่นดนตรีของเราไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง 1 ในกลุ่มวัยรุ่นได้ขึ้นมาเเจมจริงๆ น้องชายพี่เท่งก็ทำท่าจะเดินตามขึ้นมาด้วย เเต่ พอดีว่า พี่หนึ่ง นักร้องนำ เเกตาไว ครับ เลยกันไว้ได้ เเละ เชิญกลับไปที่โต๊ะ เเบบสุภาพๆ
 
เท่านั้นเเหละ ครับ…พี่เท่งเเกโกรธเป็นฟืน เป็นไฟ หาว่า ทางวงไม่ให้เกียร์ติเค้า ไม่ให้เกียร์ติน้องชายเค้า เเละเริ่มทำเสียงดัง เเซวพวกผมเเรงๆ เเถมพาลไปเเซวโต๊ะของเด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นเสียด้วย…
 
"ครับ ฟังเพลงกันต่อนะครับ กับ ผลงานเก่าๆ ในยุค 80s ของ คณะ pink floyd" พี่หนึ่งพูดเข้าเพลง เเละ เสียงของ syn ก็ครางขึ้นเบาๆ พร้อมกับ เสียงกีต้าร์ โซโล่ เเบบ หลอนๆ
"ไม่อยากฟังเว้ย เเม่ง พิงค์ ฟลอยด์ ขี้หมา" เสียงเเซวมาจากโต๊ะของพี่เท่ง ก็เสียงพี่เท่ง นี่เเหละ
"ยังไง เดี๋ยวเราจะจัดเพลงที่ request กันมา ให้ทุกๆท่านนะครับ ทะยอยๆกันไป" พี่หนึ่ง พยายาม กลบเสียงเเซว
"ไอ้เหี้ย เเม่ง กูกินที่นี่มาเป็นปีๆ เเล้ว ขอเเจมนิดหน่อย ทำเป็น….โธ่ ไอ้เเม่…ด" มันยังไม่หยุด" ทีไอ้พวกเด็กซ่นตีนนั้น เเจมได้ ไอ้เหี้ยยยย" คราวนนี้ ดังลั่นเลยครับ
 
วัยรุ่น 3 คนนั้น มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เเล้ว ก็หันไปที่โต๊ะพี่เท่ง พร้อมๆกัน
 
"ทำไม มึงมีปัญหาอะไร ? ไอ้สาดดด  หัวดอ " เเหม มีติดสำเนียงปักษ์ใต้อีกนิดหน่อย
 
สามคนนั้น เลยมองกลับมาที่พี่หนึ่ง เเละ 1 ในนั้น ขยับปาก พอจับใจความได้ว่า ‘เล่นเเม่งเลยมั้ยพี่?’
 
พวกผม ทำเเบบนั้นไม่ได้หรอกครับ เราอยู่กับที่ ต้องทำงานทุกคืน การมีเรื่องชกต่อย ตีรันฟันเเทง กับ ลุกค้านั้น เป็นสิ่งต้องห้าม
 
เราเลยต้องก้มหน้าก้มตาเล่นกันต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนพี่เท่ง กับ น้องชาย ก็ไม่ยอมหยุด พี่เท่งด่าๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนน้องชายก็ยังไม่หยุดเดินพล่านรอบร้าน
 
จนกระทั่ง หมดเวลาไปได้ อย่างโล่งอกโล่งใจ เเต่ อย่างไรก็ดี พี่เท่ง ก็ยังไม่หยุดซ่าส์ พอพนักงานเสริฟ มาเช็คบิล เเกก็ทำท่าจะไม่จ่าย
 
"เฮ้ย เเม่งอะรายย วะ? คิดไปได้ไง 2,000 บาทถ้วน กูกินเหล้าเเค่ 2 ขวดเอง" โห …ขวดละ 6oo บาท เเถม กับเเกล้มอีกเต็มโต๊ะ ราคานี้ ไม่เเพงเลยครับ
"งั้น กูก็จะเอาให้คุ้ม" ว่าเเล้ว เเกก็ปาเเก้วอัดพื้น ดัง เพล้ง!!!!!
 
สามหนุ่มนั่น คงเหลืออดเเล้วมั๊ง คนนึง คว้าเหยือกเบียร์ ตีเข้าที่ท้ายทอยของ น้องชายพี่เท่ง ส่วนอีกคน คว้าเเก้วเบียร์ ปาอัดหน้าพี่เท่ง โดนเต็มๆ ครับ!!!
 
ผลที่ออกมาคือ น้องชายเเก สลบเหมือดคาที่ ส่วนพี่เท่ง ได้เเต่ยืนงง เหมือนนักมวยเมาหมัด จากนั้น สามหนุ่มก็ช่วยกันรุมตื้บ เเบบมันส์ตีน ก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
 
ไอ้ที่ตลก ก็คือ ไอ้หนุ่มคนที่ขึ้นมาเเจม ร้องเพลง Hotel california นี่เเหละ ไม่รู้อีท่าไหน ตอนหลัง มันมาช่วยซับเลือดให้พี่เท่ง กะน้องชาย เเถมเสเเสร้งเหมือนกับว่า ไม่ได้ช่วยรุมตื้บมีการบอกด้วยว่า "ผมขอโทษเเทนเพื่อนๆผมด้วยนะครับ มันไม่น่าจะใจร้อนขนาดนี้เลย" ทั้งๆที่มันนี่เเหละ ที่เป็นคนส่งสัญญานให้ทางวง ว่า จะเล่นงานพวกพี่เท่ง เเละ ถ้าตาไม่ฝาด ผมเห็นมันเป็นคนที่อัดน้องชายของพี่เท่ง ด้วยเหยือกเบียร์ คนเเรกเลย (ฮา)
 
"ผมรู้นะ พวกคุณสั่งให้เด็กๆ มาเล่นงานผม " เเน้ๆๆๆๆๆ พี่เท่งพูดยังกะว่า พวกผมเป็นมาเฟีย อย่างงั้นเเหละ
"อ้าว ผมไม่เกี่ยวนะ เเต่ ผมก็ยอมรับนะ ว่าผมไม่พอใจมากๆ พี่เเซวเเรงเกินไปน่ะ" พี่หนึ่งทำท่าไม่พอใจ
 
เรื่องมันก็จบลงตรงที่ว่า พี่เท่งเเกเชื่อว่า พวกผมสั่งเด็กๆรุมยำตีนจานใหญ่ เเถม หลังจากนั้น ไม่กี่วัน เพื่อนๆ นักข่าวของเเก ก็มาหาพวกเรา ทำท่าจะเอาเรื่อง ต้องช่วยกันอธิบายเเทบตาย
 
ครับ นี่เเหละ ฤทธิ์เดชของลูกค้า
 
เมื่อเร็วๆนี้เอง มีลูกค้าสองคน เป็นผัวเมียกัน มาป่วนร้าน….เรื่องของเรื่อง คือ อีตาผัว ไม่พอใจ เรื่องอาหาร หาว่า เราใส่ปลาหมึกให้มันมากไป (เเหม ให้เยอะ เเทนที่จะขอบคุณ เนอะ)เเละ บอกว่า เราใช้เนื้อติดมัน ผัดอาหารให้มันกิน…เวง
 
ผัวสั่ง พระรามลงสรง ครับ (เป็น ผักโขมต้ม ราดด้วยน้ำจิ้มสะเต๊ะ เเละ ใส่เนื้อสัตว์ตามสั่ง) เมียสั่ง ผัดคะน้าเนื้อ (เราผัดเเบบ จีน ครับ โดย breading (ชุบเเป้งทอด) เนื้อ ก่อนผัด)
 
อีตาผัว นี่เเหละ บ่นไม่เลิก ทำท่าจะขอไม่จ่าย ทั้งๆที่กินไปเกือบๆจะหมดจานอยู่เเล้ว สงสัยคงจะเคือง เรื่องราคา เลยหาเรื่องกินฟรี
 
ถ้า ลูกค้่าไม่เเตะอาหารเลย เราจะถือว่า เป็นความผิดของเชฟ เเต่…นี่มันกินจวนจะหมดเเล้ว เเบบนี้ มันไม่ถูกต้อง ทางเราเลยไม่ให้อะไรมันเลย
 
รู้มั้ย มันทำยังไง? มัีนหายไปพักนึงครับ เเละ กลับมาพร้อมกับกระดาษเเผ่นใหญ่เท่ากระดาษสมุดนักเรียน มันนำมาเเปะไว้ที่หน้าร้าน มีข้อความดังนี้….
 
" Do not eat here
their food is so terrible and overprice
and they don’t even give you a replacement dish
do not waste your time and money with them"
 
คำเเปล…
อย่ามากินอาหารของพวกมัน
อาหารเเม่งหมาไม่เเดก เเถม ขายเกินราคา
เเละ ถ้ามีอะไรผิดพลาด พวกมันก็จะไม่ทำอาหารจานใหม่ให้คุณ
ดังนั้น…อย่ามาเสียเวลา เเละ เสียเงินให้พวกมันเลย…."
 
เป็นไงครับ? เเบบนี้ เราจะถือว่า "ลูกค้า คือ พระเจ้า" ได้มั้ย?
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to ลูกเอย ลูกค้า

  1. sweet says:

    ลูกค้าที่มีปัญหา กลุ่มแรก  "พี่แท่ง" หน่ะ…  คงเป็น พี่ของเราแน่ๆ เลย… เพราะพี่เค้าบอกว่า ไปมีเรื่องที่ร้าน "นั้น"… กว่าจะมาทำงาน  ก็หลายวัน
    พี่ทั่น ก็มาพร้อมแผล.. ขอโทษ แทนพี่เค้าด้วยนะ ที่ทำให้..อ้น ฝังใจ.. ขอโทษแทนพี่เค้าจริงๆ
     
    หวาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s