ไปเมืองนอก

"จุ๊ๆๆๆๆรุ่งเเล้วซิมึง ได้ไปตั้งตัวที่เมืองนอกเมืองนา"
"เฮ้ย ได้เมียเเหม่มรึยังวะ?"
"อยากไปเมืองนอกมั่งง่ะ พาไปหน่อยดิพี่"
"กูเบื่อไอ้พวกฝรั่งดั้งลาว ว่ะ"
 
          ฯลฯ
นี่คือ อะไรที่ผมได้ยินบ่อยๆ  ผมอยากจะตอบทีละคำถาม ว่า….ไม่รุ่งว่ะ กูเป็นกรรมกร….ได้่ห่ะ อะไรล่ะ? เค้าไม่เอากูทำผัวหรอก….อ้าว เเสดงว่า น้องยอมตกเป็นเมียของพี่ เเล้วให้พี่พาไปเมืองนอกใช่มั้ย?….อ้าว ก็ พ่อเเม่ กูเป็นลาว ง่ะ…อะไรประมาณนี้
 
มีทั้งคนหมั่นไส้ เเละ คนชื่นชม เเต่ ไม่มีใครเข้าใจ…เเปลกดีเนอะ?
 
ถ้าไม่นับ ผู้ที่มาเรียนต่อยังต่างประเทศ ร้อยละ 60% ทรมาน กับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ อาจจะไม่ชอบในเรื่องพื้นๆ เช่น อาหาร อากาศ หรือ อาจจะมีอาหารที่ชอบ เเต่ เเพง จ่ายไม่ไหว รวมไปถึง พวกที่ต่อต้านอย่างสุดขั้ว เเบบผม กะ โจ้ พี่ชายของผมเอง
 
ผม กะ โจ้ เราสองคนมักจะตกอยู่ในที่นั่งชะตาเดียวกัน คือ โดนเจ๊กลากไป ไทยลากมา อยู่เรื่อยๆ มักจะโดนโยกย้ายตามความจำเป็นของใครบางคน ไม่ว่าเราจะเป็นเด็ก หรือ เป็นผู้ใหญ่ เราสองคนก็จะโดนปฎิบัติเเบบนี้เสมอ เราสองคนย้ายบ้่านมาเเล้ว 7 ครั้่ง เเต่ละครั้ง สร้างความเบื่อหน่ายให้กับเราเสมอ  ย้ายกันตั้งเเต่เด็กยันโต เเละ ล่าสุด เราเล่นย้ายประเทศเลย (บ๊ะๆๆๆก้าวหน้าวุ้ย)
 
ถ้าเป็นสมัยที่เราอยู่เมืองไทย เราอาจจะ เเค่ปรับตัวกับสภาพสิ่งเเวดล้อม เเต่ คราวนี้ เราเจอกับการบ้านที่ยากกว่าปรกติมากมายนัก ตั้งเเต่ ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ค่าของเงิน ผู้คน อากาศ ฯลฯ เเละ ด่านเเรก ก้คือ ภาษานั่นเอง
 
Andrew Big บอกว่า "ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว" ครับ ง่ายมาก ง่ายสำหรับเขา น่ะดิ เเละ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีพื้นฐานการศึกษาต่ำเเบบผมเเล้ว มันยิ่งยากกว่าเดิมอีกสองเท่า ผมอยู่เเบบคนใบ้มาสองเดือนเต็มๆ กว่าจะเริ่มพูดอะไรง่ายๆได้ จากนั้น โจ้ก็พาผมไปสมัครเรียน ภาษา (ESL class =English as second language)วันเเรกนะ ผมงี้ใบ้เเดก เลย พึ่งพา ดิกชั่นนารี่ อย่างเดียว
 
ผมยังจำนาที ที่ครูให้นักเรียนทุกคนเเนะนำตัวได้ หลายๆคน พอพูดได้บ้างเเล้ว เเต่…อีตาอ้น มีค่า = 0 !!!! คือ ไม่ได้เลย ว่างั้นเถอะ ไม่เเม้เเต่เข้าใจคำถาม คำถามง่ายๆ ประมาณ where you come from หรือ what did you do in thailand มันยังพอทำเนา เเต่ นี่ครูเเกถามอะไรก็ไม่รู้ …ผมนั่งรอโดนเชือดด้วยใจระึทึก (ครูเค้าถามเรียงๆกันไป ตามที่นั่ง) จนกระทั่ง คนสุดท้ายก่อนถึงผม พอเจ้าหล่อนเเนะนำตัวเกือบๆจะเสร็จเเล้ว ….กริ๊งงงงงงง ออดหมดเวลาดังพอดี…เฮ้อออ เกือบซวย
 
อย่างไรก็ดี มันก็มีเ้รื่องให้ผมหน้าเเตกอยู่บ่อยๆ เเต่อย่าไปฟังมันเลยครับ อาย ง่ะ (ฮา) เเละ จากที่ผมเรียนรู้มา ก็คือ ฝรั่งจะไม่คุยกับคนที่ไม่รู้ภาษา….โอเคล่ะ มันอาจจะเป็นเพราะ คุยไม่รู้เรื่อง เเต่…มีเเค่ไม่กี่คนที่พยายามสอน เเละ พยายามเข้าใจคุณ ถ้าคุณคุยกับเค้าไม่ได้ วันหน้า เค้าก็จะไม่คุยกับคุณ ไม่เเม้เเต่ทักทาย เเถม ดูถูกอีกต่างหาก….ทั้งๆที่ เวลามันไปเมืองไทย เรายังไม่เคยไปแสดงอาการเหยียดหยามมันขนาดนั้น กลับมอง ภาษาไทยเพี้ยนๆของมันว่า เป็นเรื่องน่ารัก เช่น สาหวาดดีคราบบ หม~ยมากมั้ย?(เมื่อยมากมั้ย?)ตีงง ตองงงง (ติงต๊อง)
 
จนวันนึง พอพูดได้เเล้ว มันก็อาจจะดีขึ้นบ้าง เเต่ ไอ้ที่เเย่ก็คือ เรื่องของ สำเนียง หรือ accent ปัญหาเเบบนี้ มักจะเกิดขึ้นกับคนที่มาอยู่เมืองนอกตอนโตๆ ลิ้นมันเเข็งน่ะครับ เเถม หัวเรามันไม่ bright เหมือนเด็กๆ ซึ่งเขาจะ pick up ได้ง่ายกว่าเรา ที่โตๆกันเเล้ว ลิ้นมันเเข็งน่ะครับ หรือ ไม่ก็เกิดจากความเคยชิน คำบางคำ เราออกเสียงผิดมาตลอด มันก็ผิดไปตลอด(ถ้าเราเผลอตัว) อย่าว่าเเต่ผมเลย ผมยังเคยได้ยินคนระดับ ด๊อกเตอร์ ออกเสียงคำว่า vegetable (เว๊ทเทบึล)ว่า วีเก๊ทเทเบิ้ล หรือ ไม่ก็ comfortable (คัมทะบึล) ว่า คอมฟอร์ตเทเบิ้ล….ว่ากันไม่ได้ครับ มันเป็นความเคยชิน
 
นอกจากเรื่องภาษาเเล้ว เรายังต้องอยู่รวมกับชนพื้นเมืองของประเทศนั้นๆ รวมไปถึง ผู้อพยพถาวร หรือ พวกที่หลบเข้าเมือง ….การอยู่รวมกันเเบบนี้ ทำมให้เกิดการเเบ่งเเยก ครับ…สำหรับเจ้าของประเทศ เขาจะคิดว่าเราเป็นเหลือบ ริ้น ที่มาคอยสูบเลือดจากประเทศของเขา ส่วนพวกต่างชาติด้วยกัน มักจะรวมตัวกัน มีทั้งรวมตัวกันเเบบดีๆ เเละ รวมตัวกันเป็น เเก๊งค์ เด็กเอเชี่ยนนี่เเหละ ตัวดี เเก็งค์ เด็กเขมร ออกจะดัง ในทางเสื่อมเสีย ก่อคดีอาชญกรรม ออกจะบ่อย เเต่ถ้าเป็นเเก๊งค์ อินเดียน จะเเตกต่างออกไป ไอ้พวกนี้ไม่เกเร เเต่…อย่าได้ไปยุ่งกะมัน เพราะคุณจะรู้สึกว่า ไอ้ที่เค้าพูดกัน "ตีเเขก ก่อนตีงู" มันเป็นเรื่องจริง (ฮา)
 
สำหรับเรื่อง อาหาร อาจจะไม่ค่อยมีปัญหานัก เพราะ หลายๆที่ มีตลาดเอเชี่ยน ที่พร้อมจะรองรับ คนไทย ลาว เวียด เขมร พม่า ม้ง ฯลฯ ได้ตลอด อาจจะติดๆอยู่ที่ราคา ผมเคยเห็น กุ้งก้ามกรามที่เเพ๊คเเช่เเข็งมาจากเมืองไทย เก่าเเสนเก่า ผุเเล้วผุอีก เเต่..ราคา $14 !!!!!! my god ราคา 630 บาท ถ้าเทียบกับอัตราเเลกเปลี่ยนปัจจุบัน เเต่พวก กะปิ น้ำปลา ก็อาจจะเเพงหน่อย เพราะเค้า import มา ตรงนี้ต้องเห็นใจเค้าครับ
 
ถ้าท่านมาทำงานอย่างเดียว เเละ ท่านใช้วุฒิการศึกษาจากเมืองไทย ท่านจงอย่าได้ฝันถึงงานดีๆ เลยครับ…มีงานให้ท่านเลือกทำดังนี้ พ่อครัว เเม่ครัว พนักงานเสริฟ ล้างจาน ตัดหญ้า รับจัดสวน ลูกจ้างในโรงงาน พนักงานในโกรเซอรี่ ฯลฯ ทั้งหมดที่ว่ามานี้ เป็นงานของคนไม่มีทางเลือกทั้งนั้น ข้อดี มีอยู่อย่างเดียว คือ ท่านสามารถทำเงินได้มากกว่าตอนที่อยู่เมืองไทย เเน่นอน เเละ ท่านมีสิทธิ์จะรวยในชีวิตบั้นปลาย ถ้าท่านกลับไปใช้เงินรีไทร์ (retirement money หรือ เงินบำนาญ)ที่บ้านเรา คงต้องประหยัดกันหน่อย
 
ถ้าทำได้ ควรจะทำงานไป เรียนไป มันจะดีสำหรับตัวเรามากๆ ในอนาคต ในฐานะ ที่เราเป็นคนต่างชาติ ถึงเเม้เราจะจบ คอลเลค
ห่วยๆที่นี่ ฝรั่งเค้าจะถือว่า ท่านเจ๋งเเล้ว เพราะด้วยความที่เราเป็นคนต่างชาติ เเต่ดันต้องมาเรียนในที่ๆใช้ภาษาอังกฤษ เเต่เราพยายามจนจบการศึกษา ในจุดนี้ เค้าทึ่งเรา ครับ เเต่ ถ้าท่าน เกิดที่นี่ เเฮ่ๆๆๆ ก็คงจะไม่ต่างจากฝรั่งทั่วๆไป เค้าจะถือว่า ท่านก้อเเค่ งั้นๆ
 
เอาเป็นว่า ผมสรุปได้เเค่นี้ เเต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อผมไปซะหมดนะ คนเรา เเต่ละคน มันก็เเตกต่างวิถี ถ้าท่านไม่เจอไอ้เรื่องเเบบที่ผมกล่าวมา ก็ถือว่า ท่านโชคดีที่สุดเเล้ว
 
จริงใจนะ
 
อ้น กระเหรี่ยงไทย
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s