มืออาชีพ

ความหมายของคำว่า "มืออาชีพ" กับ "ทำเป็นอาชีพ" มันคนละเรื่องกัน
ถ้าลงว่า กล้าประกาศตัวเเล้วว่า เป็น มืออาชีพ เเสดงว่า ต้องเเน่ ในระดับนึง ไม่ก็ หลงตัวเองในระดับกู่ไม่กลับ
 
ถ้าถามผมว่า ผมเป็น chef มืออาชีพ รึเปล่า? ผมตอบได้ทันทีเลยว่า ไม่!!! ผมไม่ใส่ใจกับมันขนาดนั้น ไม่เคยวิจัย ค้นคว้า หรือ พยายามจะเป็น chef เลย เเม้เเต่น้อย ไม่ได้ born to be a chef ว่างั้นเถอะ
 
บางคน มีความชำนาญในสิ่งที่ตัวเอง "ทำเป็นอาชีพ" ถึงจะชำนาญก็เถอะ ตราบเท่าที่ ใจไม่รัก ยังไงๆมันก็ยังเข้าไม่ถึง เหมือนที่ ท่าน ระพิณนารถ ฐากูรฯ ได้กล่าวเอาไว้ว่า "ผู้ที่มีจิตใจสะอาด เข้าได้ถึงเเค่วิหาร เเต่ ผู้ที่รู้รัก เข้าได้ถึงเเท่นบูชา" นั่นเเหละ
 
ไอ้ป๋อ เป็น บริกร มืออาชีพ ความใฝ่ฝันของมันคือ ได้เป็น สจ๊วต ของสายการบินซักเเห่งนึง เเต่ กว่าที่มันจะได้เป็นสจ๊วต มันต้องผ่านงานโรงเเรม ตั้งเเต่ระดับ 2 ดาวขึ้นไป ยัน 5 ดาวตั้งเเต่ โรงเเรมระดับธรรมดาๆ จนได้ไปอยู่ เชอราตัน ติวภาษาอังกฤษ ตั้งเเต่ ม.ต้น ยัน จบ ปริญญาตรี …เพียงเพื่อจะได้เข้าไปเสริฟอาหารให้ใครซักคน หรือ อำนวยความสะดวกให้กับแขกที่มาพักในโรงเเรม ที่มันไม่รู้เเม้เเต่ว่า เขาเป็นญาติฝ่ายไหนของมัน มันรู้เเค่ว่า ต้องบริการให้ถึงที่สุด ไม่ว่า ไอ้เเขกคนนั้น มันจะขี้เหนียว เรื่องมาก กวนตีน ฯลฯ แค่ไหน
 
และเเล้ว วันนึง มันก้ได้เป็น สจ๊วต ของสายการบินเเห่งชาติ การบินไทย สมใจ ดังที่มันหวัง….
 
ผมยกให้มันเป็นมืออาชีพอีกคนนึง….
 
ปุ้ม เป็นเพื่อนสาวของผม มันบ้าการทำอาหารเอามากๆ จะว่าไปแล้ว มันเป็นคนมี เทสท์ ในเรื่องกินพอสมควร ถ้าคุณไปถามมันว่า อะไร คือ สิ่งที่มันอยากทำที่สุด มันคงบอกว่า "เป็นคนทำอาหาร" มันไม่ได้ไปเรียนทำอาหารมาจากไหนหรอก ผมก็ไม่รู้ว่า มันโดนวิญญาน มล. เติบ สิงอยู่ในร่างหรือเปล่า รู้เเค่ว่า มันเป็นคนทำอาหารอร่อยทีเดียว เคยเปิดร้านอาหารเอง เคยไปเรียนรู้งานครัว ถึง เเคนนาดา ไม่ว่ามันจะโดนคนที่นั่นโขกสับยังไง มันก็เอาชนะจนได้ อย่างสมศักดิ์ศรี …มืออาชีพ
 
ทุกวันนี้ มันไม่ได้ทำร้านอาหารหรอก มันไปทำอย่างอื่นเเล้ว….เเต่ ผมหวังว่าจะได้เห็นมันควงตะหลิว อีกครั้ง ….
 
เป้ เป็นเด็กรุ่นน้องเเถวๆบ้าน เป้ รักงานศิลปะ เป้ จบ จาก โรงเรียนศิลปะ เเละ จนป่านนี้ เป้ ยังคง ทำงานศิลปะ…..
 
ผมรู้จักเป้ มานานพอสมควร ตั้งเเต่ มันเรียน อยู่ มัธยมต้น ยัน อาชีวะ ….เเรงบันดาลใจในการทำงานศิลปะของเป้ เกิดจาก การ์ตูนญี่ปุ่น อีตอนเเรก ผมเคยคิดว่า ก่อนที่มันจะจบ มันคงต้องสะบักสะบอมตีน พอสมควรเลยล่ะ เพราะมันก็ถือว่าซ่าส์ ไม่เบา เเต่…ผมก็ดันลืมนึกถึง ความรักในศิลปะ ที่มันมี ….เป้ เริ่มต้นด้วยอาชีพ นักเขียนการ์ตูน มันเข้าสู่วังวนของความไส้เเห้งด้วยการชักนำของ โจ้ พี่ชายของผมเอง ก่อนที่โจ้ จะผันตัวไปเป็นคนล้างจาน(ฮา) มันทำงานอยู่ข้างๆผมทุกวันน่ะเเหละ
 
ถ้าใครเห็นเป้ เมื่อซักสิบกว่าปีก่อน คงจะนึกถึง ถวัลย์ ดัชนี หรือ จ่าง เเซ่ตั้ง ด้วยรูปร่างที่ผอม สูง ผมยาวกระเซิง พร้อมกับ เครื่องประดับเเปลก ประมาณ กระดูกงูเหลือม ที่ร้อยอยู่บนลำคอเพรียวระหง ของมัน …..เผลอๆ คุณอาจจะคิดว่ามันบ้า
 
ใครจะไปรู้ว่า อีกสิบปีต่อมา เป้ เเละ น้องๆลูกทีมของมัน จะกลายเป็น มือ อนิเมชั่นท์ ที่ดีที่สุดในประเทศ!!!! ผมหวังว่าจะได้เห็นงานของมันออกไปสู่ระดับนานาชาติ ซักวันนึง
 
steven บอส ของผมเอง …steven เป็น ชาวจีน -มาเลย์ จบ ไฮสคูล มาจาก ที่นั่น เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยอยู่ใน ล๊อบบี้ โรงเเรมด้วย  จนวันนึง ….steven ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ มาเรียนต่อที่ อเมริกา ด้วยข้อหา กระทำการอันเป็นคอมมูนิสต์ เพราะ steven นิยมใน ลัทธิ เหมา เหมือนๆกับ หนุ่มสาวในวัยเเสวงหา หลายๆคน
 
เเทนที่ steven จะเรียน วิศวะฯ ตามที่ทางครอบครัวของเขาอยากให้เป็น เพื่อกลับมาดูเเลธุรกิจทางบ้าน …steven ดันเลือกเรียน การโรงเเรม ด้วยจิตใจที่ใฝ่ในงานบริการ (service’s mind)steven ไม่ได้ อยากเป็น สจ๊วต เหมือน ไอ้ป๋อ (อาจจะไม่ชอบทำงานบนที่สูง)ผมเคยถามเขาว่า
goal ของเขา คือ อะไร? เขาบอกผมว่า เขาอยากทำงาน ร้านอาหาร ฝรั่งเศส…..ผมเลยบอกว่า ทำไม ถึงอยากเป็น เเค่ บริกรธรรมดาๆ เเบบนั้น? คำตอบที่ได้ ก็ คือ " i don’t know,i like it ,like that……
 
จนถึงทุกวันนี้ steven อยู่ อเมริกามาเกือบๆ 20 ปีเเล้ว เเละ ไม่เคยทำงานอะไรที่ห่างไกลจาก การเป็น บริกร ร้านอาหาร เลย!!! เขาบอกกับผมอีกอย่างว่า เขาไม่มีหน้าไปพบบรรพชน เพราะ เขาเลือกจะเป็น ในสิ่งที่อยากเป็น ….steven ไม่เคยกลับไป ที่ มาเลย์เซีย อีกเลย นับตั้งเเต่วันที่ก้าวออกมา
 
พี่โหน่ง เป็นคนที่สอนผมให้รู้จัก ดนตรี jazz เดิมที เเกก็เป็นนักดนตรีที่หากินตอนกลางค่ำกลางคืน เเบบที่ผมเคยเป็น เเต่ด้วยความขยัน เเละ การสั่งสมประสบการณ์ ที่ทำให้เเกเข้าไปสู่วงในสุด ของวงการ …เปล่าครับ พี่เค้าไม่เคยออกอัลบั้มส่วนตัวหรอก เเต่ถ้าถามว่า ตอนนี้ ใครเป็นมืกีต้าร์ที่ดีที่สุด ที่ทำงานให้ เเกรมมี่ฯ คนที่นั่น คงผายมือ มาที่ พี่โหน่งสถานเดียว
 
พี่โหน่ง เริ่มทำวงตั้งเเต่ เรียนมัธยมฯ เล่นดนตรีอาชีพ ตั้งเเต่ ยังเรียน รามฯ back up ให้ศิลปินมานับไม่ถ้วน ตั้งเเต่ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ,ป้า ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นครฯ เเละ ล่าสุด ผมเห็นเเก สะพาย อคูสติก กีต้าร์ อยู่บนเวที เดียวกันกับ อัสนี-วสันต์ โชติกุล ใน คอนเสริท พี่น้อง ร้องเพลง ในฐานะ นักดนตรี รับเชิญ …..ถ้าไม่เเน่ พี่ป้อม พี่โต๊ะ คงไม่เชิญมาหรอก
 
ผมไม่ได้ กำลังเเอบอ้างกับ คุณๆ ว่า….ผมรู้จัก มืออาชีพ สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณก็คือ จงหาตัวเองให้เจอ เเละก้าวไปในทางที่คุณควรจะเป็น ดีกว่าที่จะต้องมาฝืนใจกับชีวิตเส็งเคร็ง ที่คุณกำลังหลอกตัวคุณเองว่า มัน "ใช่" รายได้ ไม่ใช่บทพิสูจน์ ความเป็นมืออาชีพของคุณ เเต่ จิตวิญญานนี่เเหละ ที่สำคัญกว่า ไม่ว่า คุณจะเป็นมืออาชีพระดับปลายเเถว หรือ เเนวหน้า คุณจงภูมิใจไว้เถอะว่า คุณคือ บุคคลที่สมควรได้รับการคารวะ อย่างน้อยๆ ผมคนนึงล่ะ ที่รู้สึกเเบบนั้น
 
โปรดรับการคารวะ จากผม    มืออาชีพ ทุกๆคน
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s