พี่ชาย

                                                     1
 
                                                พศ.2521
 
   "พี่ไปก่อนนะ บอกน้ด้วยว่า ถ้าเเม่ของพี่ติดต่อมา ก็บอกไปว่า พี่จะไปอยู่กับเพื่อนซักพัก"
 
   "เเล้ว พี่จะไปนานมั้ย?" ผมถามตามประสาเด็ก
 
  "ยังไม่รู้เลย" พี่รุณ หลบหน้า เเล้วก็พาดเป้ไว้บนบ่า ก่อนที่จะเดินออกจากบ้านไปอย่างร้อนรน
 
                                                      2
 
แม่เลี้ยงพี่รุณมาตั้งเเต่ เเกจบ มศ 5 ใหม่ๆ โดยส่งเสียให้เรียน รามฯ อาจจะเป็นเพราะ ป้าตุ่น เเม่
ของพี่รุณนั้น มีลูกหลายคน พี่ๆของเเกบางคน ได้เรียนจบเเค่ ป4 ด้วยซ้ำไป
 
บ้านของผมคล้ายๆกับ จุดเชื่อมต่อระหว่าง กรุงเทพฯ กับ ภาคอีสาน ตอนที่ผมยังเป็นเด็กๆ มีญาติหลายๆคน ได้มาอาศัยบ้านผมเป็น หอพัก บางคนก็มาเรียนต่อ บางคนก็มาหางานทำ เอาดีได้บ้าง เอาดีไม่ได้ก็มี เเต่ที่เเน่ๆ ลูกของป้าตุ่นทุกคน ได้ดีกันหมด ถึงบางคนจะเรียนไม่สูงก็เถอะ
 
หลังจากที่ พี่รุณ กลายเป็น นศ.รามฯ ไปเเล้ว เเกก็ไม่ค่อยจะมีเวลามาสุงสิงกับผมมากมายนัก ปรกติเเล้ว ผมออกจะกลัวๆเเกด้วยซ้ำ เพราะเเกเป็นคนเสียงดัง หน้าดุ เเกมีผมหยิก หยักศก ยาวปรกต้นคอ เเต่เเม่มักจะบอกเสมอว่า พี่รุณ รักผม เหมือนน้องเเท้ๆ
 
                                                 3
 
"ช่วงนี้ เค้าปิดเคอร์ฟิวส์ ห้ามออกนอกบ้านตอนดึกๆ" พ่อพูดกับเเม่
"ก็ดีเเล้วล่ะ ออกนอกบ้านบ่อยๆ ไม่ไหวหรอก เปลือง" เเม่ก้มหน้าก้มตาพูด
"อะไรกันนักกันหนานะ เมืองไทย" เเม่บ่นพึมพัม
 
ตอนนั้น ผมจะได้ยินคำว่า เคอร์ฟิวส์ สลับกับ คำว่า ผกค. อยู่บ่อยๆ เท่าที่รู้ในตอนนั้น ผมเดาว่า คนพวกนี้ คงไม่ใช่คนดีหรอก ผกค. ผู้ก่อการร้าย คอมมูนิสต์ …ทำไมต้องก่อการร้ายด้วยล่ะ?
 
"รุณบอกรึเปล่าว่าทำไม ถึงต้องไปอยู่กับเพื่อน?" เเม่ถามผม หน้าเครียด
"ไม่บอก " ผมตอบสั้นๆ
"เอๆ ยังไงนะ รุณ เนี่ย พี่ตุ่นรู้เข้า ฉันซวยเเน่ๆเลย"
"คงอยากจะอยู่กับเพื่อนๆตามประสาวัยรุ่นน่ะเเหละ" พ่อพยายามพูดให้เเม่คลายกังวล
"หวังว่า คงไม่ใช่เเบบที่ฉันคิดนะ เเล้ว คุณคิดเเบบนั้นรึเปล่า?" แม่ถามลอยๆ เเต่ พ่อไม่ตอบ ได้เเต่ก้มหน้าก้มตาอ่าน นสพ.
 
                                                 4
 
"เค้าว่ากันว่านะ นักศึกษาตั้งเยอะเเยะ หนีเข้าป่า ไปเข้าร่วมกับ พวก ผกค. น่ะ" น้าวัน คนข้างบ้านเล่าให้เเม่ฟังในเย็นวันนึง " เเล้วนี่ รุณ หายไปไหนล่ะ" เเกถาม ท่าทางสอดรู้สอดเห็น
"เค้าไปอยู่กับเพื่อนน่ะ คุณวัน" เเม่ตอบ น้าวันขยับจะถามต่อ เเต่ เเม่เสทำเป็นเรียกผม
"อะไรน่ะ เเม่?" ผมตอบกลับ เเม่บอกให้ผมไปหยิบ นสพ. มาให้
 
"เดี๋ยวนี้ เค้าไม่ส่ง นสพ……มาให้เเล้วนะ ได้ข่าวว่า นสพ. เจ้านี้ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ"
"ใช่ๆ หนูก็ได้ยินมาเเบบนี้นะ ตอนนี้ มีเเต่ เดลิมิเร่อร์ กับ ดาวสยาม ที่ยังขายอยู่ เจ้าอื่นๆ หายหมด อ้อๆ มีไทยรัฐอีกอย่างนึง" น้าวัน ตอบ
"เหมือนๆกันล่ะมั้ง?" เเม่ว่า
 
                                               5
ผมมีเครื่องดนตรีประจำตัว คือ เมโลเดี้ยน ลักษณะจะคล้ายๆ เเอคคอร์เดี้ยน ที่มีหีบลม เเต่ เมโลเดี้ยน จะอาศัยลม จากการเป่าของผู้เล่น ในตอนนั้น ถ้าไม่เป่าเพลงจาก หนังจีนกำลังภายใน ก็เป่าเพลง ปลุกใจ ที่ส่วนใหญ่จะร้องโดย สันติ ลุนเพ่ เช่นเพลง หนักเเผ่นดิน เราสู้ ความฝันอันสูงสุด ฯลฯ อะไรทำนองนี้
 
เค้าว่ากันว่า ผมเล่นได้คล่องนะ เเถมเเกะเพลงเร็วด้วย เเต่จะให้อ่านโน๊ตเเบบสากล คงจะไม่ไหวมันดูยุ่งเหยิงๆ เหมือนตัวลูกน้ำ เป็นร้อยๆตัว กำลังกอดกัน ยังไง อย่างงั้น
 
พี่รุณ เคยพาเพื่อนๆมากินเหล้าที่บ้าน เเละ ให้ผมเป่าเมโลเดี้ยนให้เพื่อนๆของเขาฟัง พอเป่าจบ พวกพี่ๆเค้าก็ตบมือให้
"มันรุกหนักถึงใน โรงเรียนเลยเหรอวะ รุณ?" พี่โชติ เพื่อนสนิทของพี่รุณ ถามปนเสียงหัวเราะ
"กูว่า มันกลายเป็นเพลง pop ไปแล้วว่ะ " พี่รุณพูดขำๆ พลางส่ายหัว
"เมืองไทย มันก็ได้เเค่นี้เเหละ จะกี่ปีก็ตาม พวกเผด็จการขวาจัด ก็ยังคงอยู่ เเถมอยู่สบายซะด้วย"ใครคนนึง พึมพำขึ้นมา
"เดี๋ยวก็รู้ ตอนนี้ หลายๆคน ที่มาจาก ศนษ. เข้าไปรวมตัวกับ ทหารป่าเเล้ว มันส์เเน่ๆล่ะมึง"
"เฮ่ย ๆ พอๆ เดี๋ยวได้ซวยกันหมดนี่หรอก" พี่รุณ ปรามขึ้นมา
 
                                                     6
 
                                  (หลายปีต่อมา)
 
"พี่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามมันที่ไหน เพื่อนๆของมันเเต่ละคน พี่ก็ไม่รู้จักซักคน" ป้าตุ่น เหม่อมองออกไปที่ ถนนลูกรังหน้าบ้าน ดวงตาเเห้งผาก เหมือนไม่เหลือน้ำตาจะไหลอีกเเล้ว
"พี่เชื่อว่า รุณไปเข้าร่วมกับพวก ผกค. เหรอ? เเต่ตอนนี้ นโยบายใต้ร่มเย็นเกล้าฯ ออกมาเเล้วนี่ ถ้างั้น เดี๋ยว รุณก็คงกลับมา" เเม่พยายามปลอบใจ "หนูขอโทษนะพี่ ถ้าวันนั้น หนูอยู่บ้าน หนูคงรั้งรุณเอาไว้ได้" ผมรู้ว่าเเม่เสียใจ เเละ ไม่เคยนอนหลับสนิทเลยร่วมๆหลายปี
"กลัวเเต่ว่า มันจะไม่ได้กลับมาอีกเเล้วน่ะซิ" ป้าตุ่น รำพันเบาๆ หันไปมองถนนหน้าบ้านอีกครั้ง ราวกับว่า กำลังมองหาใครซักคน….
 
                                                 7
 
มันก็เป็นอย่างที่เดากันเอาไว้ วันนึง เราได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับ พี่รุณ เเก เเละ เพื่อนๆ ถูกล้อมปราบอย่างโหดเหี้ยม จาก กองกำลังของรัฐบาล เเละ ทหารพรานบางส่วน จนทุกวันนี้ เราก็ยังไม่รู้ว่า เขาปล่อยร่างที่ไร้วิญญานของพี่รุณไว้ที่ไหน……
 
พอผมโตขึ้น บ้านเมืองก็เริ่มเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เผด็จการทหารหมดไปจากเเผ่นดินไทย เผด็จการใส่สูทก้าวเข้ามา เเละ ก็ถูกล้มล้างด้วยทหารอีกเช่นเคย ….ผมหวลกลับไปศึกษาในเรื่องของลัทธิ คอมมูนิสต์ ไม่ว่า จะเป็น อัตตชีวะประวัติของ นักรบเเห่งประชาชน บางคน เช่น เช เกวารา ,เลนิน ,เจ้าทฤษฏี อย่าง คาร์ล มาร์ค ,เเม้เเต่ ปัญญาชน อย่าง จิตร ภูมิศักดิ์ บางครั้งผมก็ศึกษา จาก นิตยาสารที่ให้ข้อมูลในเชิงลึก อย่างเช่น หนังสือ สารคดี หรือ มติชน….เท่าที่ผมรู้ จากปัญญาอันตื้นเขินของตัวเอง..ผมเข้าใจว่า การที่ คนหลายๆคนที่ลุกขึ้นจับอาวุธ เพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฐ นั้น มันเกิดจากกลไก ทางสังคมทั้งหมดทั้งสิ้น  การต่อสู้เพื่อเสรีภาพอันมนุษย์พึงจะมีได้ เป็นเรื่องปรกติ ลัทธิๆหนึ่ง ความคิดๆหนึ่ง ไม่ใช่ประเด็น เพราะนั่นมันก็เป็นเพียงเเค่ ระบอบๆ หนึ่ง เท่านั้น เเต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ  ผู้นำ ผู้ปกครอง นั้น ดีพอที่จะให้ประชาชนสวามิภักดิ์ หรือไม่? การใช้กำลังปราบปรามประชาชน เป็นการเเก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ กี่ชีวิต ต้องมาล้มหายตายจากไปอีก เพราะความดื้อเเพ่ง ไม่อิ่มในอำนาจ ของ บรรดาเหล่า นักการเมือง …คนที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ก็ คือ พวกมัน…
 
ไม่ใช่ พี่ชายของผม ….
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to พี่ชาย

  1. Kate says:

    Sorry about your brother….P\’Aon, you sound serious….Talk about การเมือง…Pin

  2. pongpat says:

    it\’s a fiction hahahaha

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s