คณิตศาสตร์

ในโลกนี้ มีคนอยู่ 2 ประเภท คือ คนที่เก่ง(เเละชอบ)คณิตศาสตร์ เเละ คนที่ไม่เก่ง(เเละเกลียด)คณิตศาสตร์……
 
ไม่บอก ก็คงจะรู้กันว่า ผมเป็นคนประเภทหลัง ผมเคยเเอบอิจฉาเล็กๆ ว่า ทำไม ทำม้ายยย ถึงได้เก่งวิชาคณิตศาสตร์กันนักกันหนา บางที ผมก็จินตนาการว่า คนประเภทนี้ น่าจะมี สมองเป็นรูปสามเหลี่ยม เเละ มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม เเบบเดียวกับ พิระมิด โดยที่มีทางเดินภายใน เเบ่งเป็นห้องหับหลายๆห้อง เเต่ละห้อง เป็นห้องสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มีขนาดเท่าๆกัน มีทางออกสองทาง ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดีเปี๊ยบ เเถม ก้อนหินที่นำมาประกอบเป็น พิระมิด เเต่ละก้อน ก็มีขนาดเท่ากันหมด
 
ทำไม ผมคิดเเบบนั้นเหรอครับ? คงเป็นเพราะ ผมมักจะคิดเสมอว่า คนพวกนี้ มักจะคิดอะไรเป็นช่อง เป็นฉาก มีที่มา มีที่ไป มีนิยาม มีคำจำกัดความ เเละ มีระเบียบ น่ะสิ
 
ที่เเน่ๆ ผมคิดเเบบนั้นไม่เป็น คนประเภท เก่งคณิตศาสตร์ มักจะเอาหลัก ตรรกศาสตร์ มาใช้ในการตัดสินใจ เสมอ ในขณะที่คนอย่างผม ใช้ หลักกู ….
 
เท่าที่ผมจำได้ หัวสมองของผม ไม่รับวิชาคณิตศาสตร์ ตั้งเเต่ ที่ผมสามารถ บวก ลบ คูณ หาร ได้
พอหลังจากนั้น จบ….หัวสมองมันไม่รับ ทำไงได้ ถ้าไม่นั่งบื้อ ก็นั่งหลับในชั่วโมงเรียน ผมจำนิยามของคณิตศาสตร์ไม่ได้ซักกะอัน เเถม อธิบายไม่ได้ด้วยว่า มันคือ อะไร ดังนั้น อย่าถามผมว่า สเเควส์รูท ,ตรีโกณมิติ,เเคลคูลัส,ล๊อกการิทึ่ม ฯลฯ คือ อะไร? ผมไม่รู้ (โว้ยย)
 
ดังนั้น คณิตศาสตร์ จึงเป็นวิชาที่ผมได้สอบซ่อมบ่อยที่สุด เเถมอีตอนสอบซ่อม ผมก็อาศัยลอกชาวบ้านอีกต่างหาก พวก formular ทั้งหลาย ก็ไม่เคยจำ จะไปทำได้ไงล่ะ? ผมเคยจ้างเพื่อนทำการบ้านอีกต่างหาก เพราะ ทุกๆเทอม อาจารย์จะตรวจสมุดการบ้าน เพื่อดูว่า นร. สนใจที่จะทำการบ้านรึเปล่า …..ผมว่า อาจารย์ เเกคงรู้น่ะเเหละ คนละลายมือกันเลย เเต่ เเกก็ให้ผ่าน (สงสัย ไม่อยากให้ผมเสียตังค์ฟรี)
 
หลังจาก ที่ผมเบนเข็ม ไปเรียนสายอาชีวะ ผมก็คิดว่า ผมคงได้ปลอดจาก วิชาคณิตศาสตร์ ยากๆ เเบบพวกสายสามัญ เเต่….ผลที่ออกมา มันก็ยากอยู่ดีน่ะเเหละ คณิตศาสตร์ช่าง มันก็คือ วิชาฟิสิกส์เเบบง่ายๆ นี่เอง ผมได้เจอ ศัพท์ เเปลกๆ เพียบ ทั้ง โมเมนตั้ม ,เเรงลัพธ์,เเรงเฉื่อย ฯลฯงั้น อย่าเเปลกใจเลย ว่า ทำไม ผมเรียนไม่จบ ….เพราะความโง่ นั่นเอง (ฮา)
 
ย้อนกลับมาที่ คนเก่งคณิตศาสตร์ ….ผมมีญาติผู้น้องอยู่คนนึง ชื่อ ไอ้อั้ม ไอ้นี่มันเกิดมาเพื่อเป็นอัจฉริยะสายวิทย์ อย่างเเท้จริง อย่าถามว่า มันสอบเทียบผ่านมั้ย เอาเป็นว่า มันเคยลองไปสอบ รร. เตรียมทหาร เล่นๆ ผลที่ออกมาคือ คะเเนนของมัน อยู่ในอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ!!!!เเต่คงเป็นเพราะบุคคลิก ที่เเปลก เเถม ร่างอันอ้วนใหญ่ของมัน พ่อของมัน(ซึ่งเป็นลุงของผมเอง)จึงสั้งให้มันเบนเข็มไปสอบชิงทุน กพ. เเทน ….ผลที่ออกมา คือ มันได้ทุนไปเรียน วิศวะการเเพทย์ ที่ อเมริกา จนจบปริญาตรี
 
เเต่ก็น่าเเปลก ผมเชื่อว่า คนอย่างมัน มีปัญญาไปได้ถึง ด๊อกเตอร์ เเต่ why not?ปัญหาหลักๆของมันคือ การอยู่ร่วมกับคนอื่น อย่างที่บอกว่า ไอ้อั้ม มันเป็นคนเเปลกๆ มีบุคคลิกเเปลกๆ ดังนั้น อย่าเเปลกใจเลยว่า ทำไม ทาง กพ. ไม่ออกทุนให้มันต่อ เหตุเพราะ มันดันไปมีปัญหากับ roommate ของมัน ..เเละวันนึง ปรากฏว่า มันทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ มันทำซะหอพักถูกไฟไหม้ (เวรกรรม)จนมันต้อง โทรศัพท์มาขอตังค์กับเเม่ของผม เเม่ผมเลยส่งตังค์ให้มันไป $500 เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย
 
มันเป็นเด็กประหลาดๆ ตั้งเเต่มันเริ่มรู้ความ มันเคยไปตะโกนด่าร้านอาหารร้านนึง ด้วยสาเหตุที่ร้านๆนี้ ใช้ผงชุรสปรุงอาหาร(???) ดีนะ ที่เค้าเห็นเเค่ว่า มันเป็น เด็กอนุบาล 2 คนนึง ไม่งั้นคงจะโดนตะหลิวตบปาก มันรู้เรื่องการเมืองตั้งเเต่ เรียน ป 1 เเถม มีวิสัยทัศน์ทางการเมืองคล้ายๆกับผู้ใหญ่อีกเเน่ะ  สรุปง่ายๆก็คือ หัวสมองของมัน ดีมากๆ ดีจนผิดมนุษย์
 
ไอ้ที่ประหลาดที่สุด คงจะเป็นพฤติกรรมทางเพศของมัน ที่ส่อฉายเเววออกมาตั้งเเต่เด็กๆ เวลาที่มันเห็นเด็กผู้หญิง มันก็มักจะอดเข้าไปกอดเค้าไม่ได้ เเละ อีกอย่างนึงที่มันชอบกอด ก็คือ ต้นไม้ มันไม่ได้เเค่กอดนะครับ มัน ถูๆไถๆ ไปด้วย (คงไม่ต้องบอกนะว่า เอาอะไรถู เอาอะไรไถ 555)เพื่อนผมคนนึง ซึ่งก็คือ ไอ้ป๋อ นั่นเอง เคยเเกล้งไปฉี่ใส่ต้นกล้วยต้นโปรดของมัน เเละ ก็นั่งหัวเราะกันคิกคักๆ เเอบดูมันถูไถๆ กับ ต้นกล้วยเคลือบเยี่ยว
 
นอกจากนั้น ก็มีอีกบางสิ่งที่ผมไม่อาจจะสามารถอธิบายด้วยตัวหนังสือ เช่นวิธีการพูดของมัน ที่ฟังดูเหมือนเด็กอ่านหนังสือหน้าห้องเรียน  ของเเบบนี้ ต้องไปฟังด้วยตัวเองครับ
 
นี่เป็นเเค่ ตัวอย่างเเบบ ฮาๆ นะครับ มีมันคนเดียวในโลกนี้นี่เเหละ ที่เป็นเเบบนี้ ผมเห็นคนอื่นๆที่เรียนเก่ง เเละมีบุคคลิกดี ก็มีถมไป ไอ้อั้ม มันเป็น พวก 1 ใน ล้าน มากกว่า
 
มุมมองของผม ที่มองคนเก่งคณิตศาสตร์ ถือว่าเป็นมุมมองเเบบอิจฉาตาร้อน (ฮา) จริงๆเเล้ว พวกเขาไม่ผิดหรอกครับ ที่เกิดมาเก่งเเบบนี้ ลองคิดดูว่า ถ้าเราไม่มีคนพวกนี้ ปูพื้นฐานทางทฤษฎีให้กับโลกใบนี้ การพัฒนาคงไม่เกิด ถูกมั้ยครับ? สูตร สมการ หรือ หลักการคำนวนบางอย่าง ได้ทำให้ เราอยู่ใกล้กับความจริงมากขึ้น ในสมัยโบราณ เคยมีนักคณิตศาสตร์คนนึง(จำชื่อไม่ได้ครับ ขออภัย)ได้คำนวนระยะทางระหว่างโลกถึงดวงจันทร์ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง เเม้ว่าในขณะนั้น วิทยาการในด้านอวกาศยังไม่เกิดขึ้นบนโลก!!!! รวมไปถึง บุคคลอย่าง ไอสไตน์ ,กาลิเลโอ,เซอร์ ไอเเซค นิวตัน ,อาคิมิดิสม์ ฯลฯ ผู้ที่ทำให้เกิดโลกยุคปัจจุบันขึ้น เเละ มนุษย์เราพัฒนาขึ้น ไม่หูหนาป่าเถื่อน โทษผี โทษเจ้าที่ไปวันๆ
 
คณิตศาสตร์ คือ วิทยาศาสตร์ที่เล่นกับตัวเลข เเละ การเเทนค่า…วิทยาศาสตร์จะไม่เกิด ถ้าไม่มีหลักการคำนวนที่เเม่นยำ เเละ ถูกต้อง ในบางครั้ง ในสมัยเด็กๆ เราอาจจะรู้สึกหมั่นไส้ เด็กเรียนเเว่นหนาๆ ขี้ฟ้องอาจารย์ เเละ มักจะเด่นดังเสมอ เเต่…จงจำเอาไว้เถอะครับว่า คนพวกนี้เเหละ ที่ทำให้โลกพัฒนา ทำให้ชีวิตของคุณยืนยาวขึ้น
 
เเต่ถ้าคุณไม่เก่งคณิตศาสตร์ คุณก็ไม่ผิดครับ เเต่ละคน จะมีอะไรดีๆติดตัวมาจากท้องพ่อท้องเเม่เสมอ หามันให้เจอครับ ไม่อะไร ก็ อะไรซักอย่างนึงล่ะ อย่าไปน้อยใจกับชีวิตเลย มนุษย์เเต่ละคนในสังคม มีหน้าที่ผลักดันกลไกทางสังคมให้ขับเคลื่อน อย่าไปสนใจว่าเราจะเป็นเฟืองของชิ้นส่วนชิ้นไหน ทำให้ดีที่สุดครับ ไม่เก่งคำนวน ก็เป็นเจ้าคนนายคนได้ ไม่ใช่เรื่องเเปลก
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to คณิตศาสตร์

  1. Kate says:

    P\’Aon,,Pin love math, so we are perfect match cuz you\’re so bad in math …55555….

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s