ค่ำคืนหนึ่ง(เเละอีกหลายๆคืน) กับ พี่ป๋อง เเฮมมิ่งเวย์

เเฮมมิ่งเวย์ คือ อะไร? ใครคือ เเฮมมิ่งเวย์? ถ้าว่ากันตามความเป็นจริงเเล้ว เเฮมมิ่งเวย์ (Hammingway)คือ นามสกุลของ นักประพันธ์ เเนวเเสวงหา เจ้าของ นิยายอมตะ old man and the sea ที่หลายๆคนรู้จักดี ในชื่อจริง เออร์เนส เเฮมมิ่งเวย์ เรื่องราวเกี่ยวกับ ชายชรา
ผู้เฒ่า ซานดิเอโก ชายหาปลาผู้พยายามเอาชนะสังขารของตัวเอง
 
เเต่สำหรับ นักเที่ยว เเฮมมิ่งเวย์ บาร์ เเอนด์ กริล คือ ซาลูน ผับ ที่ตกเเต่ง เเบบ colonial style เดิมที เเฮมมิ่งเวย์ ตั้งอยู่เเถบๆ ซอยทองหล่อ เเต่ เพราะประสบปัญหา จากการขึ้นค่าเช่าเเบบพรวดพราดจาก landlord ทำให้ต้องยกขาลาโรงมาที่ RCA โดยมีร้าน Old Leng เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์แน่ล่ะ 2ร้านนี้ เเตกต่างจาก ร้านอื่น (เช่น รูท 66) อย่างสิ้นเชิง
 
แต่เเล้ววันนึง เเฮมมิ่งเวย์ ก็ได้ย้ายตัวเองมาอยู่ ณ ที่ใหม่ ที่มีบรรยากาศเเตกต่าง ….ผมได้ไปเยือนที่นั่น พร้อมกับไอ้โอ๊ค เเละ พี่สาวของเเฟนมัน ซึ่งเป็นเเฟนกับหุ้นส่วนคนนึงของ เเฮมมิ่งเวย์……
 
ผมสาบานได้ ร้าน เเฮมมิ่งเวย์ โครงการใหม่ เนี่ย หายากชิบ…อยู่เเถวๆซอย สมาคมเเพทย์ฯ สามารถเข้าได้ 3ทาง จากเลียบทางด่วน จากสุขาภิบาล1 เเละ จากลาดพร้าว 101 ผมไปกี่ครั้ง ก้อ หลง
 
ร้าน เเฮมมิ่งเวย์ กี่สาขา ก็ยังเเต่งเเบบเดิม เต็มไปด้วย เครื่องไม้เครื่องมือเก่าๆของ พวกนักบุกเบิกอเมริกัน สมัยก่อนประกาศอิสระภาพ เเละ ผู้ดำเนินการ ก็ยังเป็นคนเดิม คือ พี่ป๋อง …
 
ผมรู้จักพี่ป๋อง ก่อนจะเห็นตัวเเกซะอีก จาก คอลัมพ์ "หน้าสุดท้าย" ใน หนังสือ "สีสัน" (เขียนโดย วรพจน์ ประพันธ์พน อดีต บก.หนังสือ กระดังงา)บางครั้ง ก็จะเห็นหน้าเเกตามหนังสือ หรือ ในงาน "สีสัน อะวอร์ด" เเกมีอดีตอันยาวเหยียด ตั้งเเต่ เป็น นักข่าวสายการเมือง ของ ประชาชาติ รายวัน ยุค เผด็จการครองเมือง ก่อนที่จะ หลบหนีภัยเผด็จการออกนอกประเทศ ด้วยข้อหา กระทำการอันเป็นคอมมูนิสต์ เเกหนีไปอยู่อเมริกา เพื่อเรียนหนังสือ เเละ ทำงานไปด้วย ก่อนที่จะเลือกทำงานอย่างเดียว ไปเป็นคนขับรถส่งข้าวโพดอยู่ที่ รัฐไอโอว่า เป็น พ่อครัวในร้าอาหาร อเมริกัน ฯลฯ เเละ ในที่สุดก็กลับสู่มาตุภูมิ ลงทุนกับเพื่อนๆ เปิดร้าน เเฮมมิ่งเวย์ สาขาเเรก ที่ ซอยทองหล่อ
 
พี่ป๋องเป็นคนคุยสนุก ลักษณะของเค้า จะดูคล้ายๆ artist มากกว่า พ่อครัว ใส่ ยีนส์ลีไวส์หลวมๆ กับ ที เชิ้ต เเละ รองเท้าเเตะ
 
"ผมเลือกที่จะทำงาน เพราะมันได้สตังค์" เเกตอบคำถามของผมว่า ทำไมถึงไม่เรียนให้จบ ตอนที่อยู่ อเมริกา
"ผมได้ยินเค้าอำๆกันมาว่า พี่ไม่ใช้มือถือ จริงรึเปล่าพี่?" ผมถาม
"อืม คือ ยังไงดีล่ะ?" เเกทำน้ำเสียงเเบบหนักใจ "ผมไม่รู้จะใช้ไปทำไม ถ้าเพื่อนๆมันอยากมาหาผม ก็ให้มันมาที่นี่ดีกว่า ไม่ต้องทงไม่ต้องโทรมาหรอก มันคงรู้น่ะ ว่า วันๆ ผมขลุกอยู่ที่ไหน"ว่าเเล้ว ก็ยิ้มยิงฟันขาวเชียว
"ที่บ้าน มี computer อยู่ เเต่ผมไม่เคยเเตะมันเลยด้วยซ้ำ มีเเต่ลูกๆเค้าเล่นกัน"เเกทำท่า ปฎิเสธ เทคโนโลโลยี่
 
เราคุยกันอีกหลายๆเรื่อง ตั้งเเต่การเมือง ยัน อินเดียนเเดง เเต่ไอ้ที่ผมสนใจอีกเรื่องนึง คือ เสต๊ก ผมไปมากี่ร้าน ก้ไม่มีที่ไหนเด็ดเท่าของ พี่ป๋อง เเกให้ผมลอง ที โบน ของเเก
 
"โห เนื้อหวานมากๆเลยพี่ ของนอกรึเปล่า"
"โคขุนบ้านเรานี่เเหละ เเค่เลือกดีๆหน่อย" เเกตอบยิ้มๆ เเล้วก็บอกว่า
"วิธีการตัดเนื้อวัว มันเป็นศาสตร์ ไม่ใช่สักเเต่ว่าตัด มันมีทั้ง newyork cut,kobe cut ,aussy cut เเต่ละประเทศ ก็มีวิธีการของตัวเอง" พลางเเนะนำให้ผมลอง เสต๊กปลา อินทรีย์ (king macarel)
 
อร่อยครับ! ผมสรุปได้เเค่นี้ ทุกอย่างอร่อยหมด เสต๊กปลาของพี่ป๋อง เป็นปลาอินทรีย์น้ำลึก ตัวโตเชียว (สังเกตุได้ จากขนาด หน้าตัดประมาณ เกือบๆสองฝ่ามือ)เนื้อเเน่นปั๊ก
 
"พี่ป๋องหมักกับอะไรฮะ ?เนี่ย" ผมยังไม่ค่อย get กับ เสต๊ก เท่าไหร่
"คือ จริงๆเเล้วเนี่ย" หยุดนิดนึง "ผมไม่ได้หมักอะไรเลย เสต๊กเเท้ๆ คือ เนื้อสดๆ นำมาย่างบนเต่าไฟ เเละ ทาเนยบนเนื้อ หรือ บนฟลอยด์ ก่อนนำมาย่าง ก็เเค่นั้นเอง เพียงเเต่ว่า เราต้องเข้าใจเลือกเนื้อ"
 
อย่างที่บอกล่ะครับ มันเป็นศาสตร์ เนื้อวัว นั้น ในเเต่ละ part ของมัน จะมีคุณสมบัติต่างกัน สำหรับ ส่วนที่มาทำเป็น เสต๊ก มักจะเป็น ที โบน (เนื้อตัดขวางกระดูกสันหลัง) ฟิเลย์ มิยอง หรือ เซอร์ลอยด์ (สันใน) สตริปลอยด์ (เนื้อใต้ชายโครง) ส่วนอื่นๆ เช่น เเฟรงค์เสต๊ก เค้ามักจะเอาไปเคี่ยวทำซุป
 
เเฮมมิ่งเวย์ ไม่มีอาหารประเภท เมนูไร้สาระ เค้ามี concept ตายตัวของเค้า คุณไม่มีทางเห็น ข้าวผัดปู ส้มตำ หรือ เเกงส้มเเป๊ะซะ บนเมนู เด็ดขาด เเม้ กระทั่งดนตรี เค้าก็ไม่เล่นเเบบไร้สาระเช่นกัน สมัยที่ยังเปิดบริการอยู่ที่ ซอยทองหล่อ เค้าจะเล่น เเนว คันทรี่ ร๊อค ไป ยัน บลูส์ เเกรส เพื่อให้เข้ากับ บรรยากาศ เเละ decoration ในร้าน
 
ปีถัดไป ที่ผมกลับไปเยือนเมืองไทย ผมได้ข่าวมาว่า เเฮมมิ่งเวย์ โครงการใหม่ ได้เลิกราไปแล้ว เพราะทนพิษเศรฐกิจไม่ได้ เเละ ได้ข่าวว่า พี่ป๋อง ไปช่วยเพื่อนๆทำร้าน "เหล้านั้ง" อยู่เเถวๆ เกษตร -นวมินทร์ เเต่ ผมก้ไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเเกซักที ก็ต้องขอขอบคุณ สำหรับหลายๆคืน ที่อดหลับอดนอนกินเหล้า เเละ เปิดโลกทัศน์ให้กับผม ครับ เอาไว้จะไปเยี่ยมนะ พี่ป๋อง
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to ค่ำคืนหนึ่ง(เเละอีกหลายๆคืน) กับ พี่ป๋อง เเฮมมิ่งเวย์

  1. Yuii says:

    เขียนได้น่าสนใจดีจ้ะ
    แล้วจะตามอ่านนะ🙂
     

  2. Yuii says:

    ลืมลงชื่อ
    ยุ้ยเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s