ไผ่เเดง…….การเปิดเเนวรบทางวัฒนธรรมของศักดินา

"ผมไมรู้ว่า อะไร คือ เหมา ,เลนิน อะไรคือ เผด็จการ ฟาสซิสท์ ผมรู้เเค่ว่า พ่อ เเม่ เพื่อนผม เเละตัวผม…..จน"
(ประโยคนึง ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ จาก คอนเสริท สบั๊ดดี้ กู๊ด)
 
การมาถึงของ ลัทธิคอมมูนิสต์ (communistsm)เมื่อหลายสิบปีก่อน มีผลกระทบกับกลุ่มอำนาจเก่า ทั้งบรรดา ศักดินา นายทุน เจ้าขุนมูลนาย รวมไปถึง กลุ่มทหาร อมาตยาธิปไตย โดยการเเทรกซึมจากรอบนอก สู่รั้วมหาวิทยาลัย (หรือ ที่เรียกว่า "ป่าล้อมเมือง")โดยอันที่จริงเเล้ว ผมก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับคอมมูนิสต์มากมายนัก ไอ้เท่าที่รู้ก็คือ ในช่วงที่ผมยังเป็นเด็กๆอยู่ ผมได้ยินคำว่า
"ผกค" หรือ ผู้ก่อการร้ายคอมมูนิสต์ บ่อยมาก เเถม ในโรงเรียนที่ผมเรียนอยู่นั้น (มาทราบภายหลังว่า โรงเรียนนี้ เป็นกลุ่มเครือญาติของ พลเอก ชาติชาย ชุณหวรรณ กับ นาย กร ทัพะรังสี)เปิดเพลงปลุกใจของฝ่ายขวาจัด (ประมาณ หนักเเผ่นดิ หรือ เราสู้)ทุกๆวัน จนมันเเทบจะกลายเป็นเพลงป๊อปในสมัยนั้น ที่เด็กๆร้องกันได้ทุกคน
 
เเล้วมันเกี่ยวอะไรกับ "ไผ่เเดง"? เเน่นอน เกี่ยวกันมากๆเลย ผมจำได้ว่า ผมดูหนังเรื่องนี้ ก่อนที่จะได้มาอ่านหนังสือซะอีก ตั้งเเต่ version เก่า ที่ มี พี่เอก สรพงศ์ ชาตรี (เเสดงเป็น ไอ้เเกว่น)กับ ดร.สุรพล วิฬุรักษ์ (เเสดงเป็น สมภารกร่าง) จนไปถึง เวอร์ชั่นละคร ที่มี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เเสดง กับ โกวิท วัฒนกุล…เรื่องของเรื่อง เกิดจาก ชายไทย หัวก้าวหน้า ที่ชื่อ นายเเกว่น …นายเเกว่น กับ เพื่อนๆได้ตั้งตัวเป็นพรรคคอมมูนิสต์ สาขา หมู่บ้านไผ่เเดง เเละ ได้สร้างความว่นวายให้กับหมู่บ้านเป็นประจำ ทั้งประท้วงโน่น ประท้วงนี่ เเถม หมอนี่ ยังมีคำพูดเเปลกเกี่ยวกับ "สังคมอุดมการณ์" มาเที่ยวสั่งสอน เเละ ชักนำชาวบ้าน ที่ศรัทธาในตัวเขา…ส่วนสมภารกร่าง นั้น เดิมที เป็นเพื่อนเก่าของนายเเกว่นนี่เอง เเต่ หลังจากที่ได้ปวรณาตัว ละทางโลก เพื่อเข้าสู่ร่มใบเสมาธรรมจักร เขาสองคนก็เลยกลายเป็นศัตรูทางความคิดไปโดยปริยาย เพราะ โดยทางเทคนิคเเล้ว ลัทธิ คอมมูนิสต์ ถือว่า ศาสนาเป็นยาเสพติด
 
หลายๆคน คงจะเคยอ่านกันมาบ้างเเล้ว เเละ จากที่ผมได้อ่าน ผมรู้สึกได้ทันทีว่า นี่เเหละ คือ การต่อต้านคอมมูนิสต์ทางวัฒนธรรม ที่เห็นได้อย่างชัดเจน นายเเกว่น มักจะตกม้าตายตอนท้าย เเละโดนสมภารกร่างสอนมวยให้เสมอ ภาพมันเลยออกมาว่า วิถีเดิมๆที่เราเป็นอยู่ มันดีอยู่เเล้ว เเละ อย่าได้ไปเข้าร่วมลัทธิโง่เง่าเเบบนั้น สังคมในสมัยนั้น ขนบเก่าๆยังไม่ล่มสลาย เรายังมีสังคมชาวนา เเละ มีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ดังนั้น การที่จะเปลี่ยนเเปลงวิถีเดิมๆเเบบนั้น คงเป็นไปได้ยาก โดยความเป็นไทยเเล้ว เรา…ไม่เหมาะกับ ลัทธิคอมมูนิสต์ แม้เเต่นิดเดียว ตราบเท่าที เรายังไม่สามารถรวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ร่วมเเรงร่วมใจกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย …ในระยะยาว ไม่ใช่เฉพาะกิจ
 
หลังจาก ที่นโยบาย ใต้ร่มเย็นเกล้า ได้ผ่านร่างออกมา บรรดานักศึกษา(หรือ ที่ถูกเรียกอย่างดูถูกว่า ผู้หลงผิด)ได้ทยอยออกมาจากป่า เพราะหลายๆคน ทนเเรงกดดันจากรัฐบาลไม่ได้ เเละ ก็มีอีกบางส่วน ที่ผิดหวังกับ ระบอบ สังคมนิยม (ที่เปลี่ยนเเปลงอยู่เสมอ ทั้ง ขวาเอียงซ้าย หรือ ซ้ายเอียงขวา)เเละ พวกเค้าถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" หลายๆคน เข้ามาเล่นการเมือง บ้างก็เลือกที่จะเป็นอาจารย์ นักคิด นักเขียน …เเละ พคท.เเห่งประเทศไทย ก็ถึงกาลล่มสลาย
 
อาจารย์ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ถือว่า เป็นนักเขียนฝ่ายขวาคนเดียว ที่ผมชอบ เเม้ว่า เราจะถือได้ว่า ท่านเป็น หนึ่งในศักดินา เเต่ผมก็ขอชื่นชมท่านในฐานะ นักเขียน งานทุกๆชิ้น ละเมียด ลุ่มลึก เเละ มีพลัง ทุกๆครั้ง ที่ผมอ่าน "ไผ่เเดง" ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศ ไอดิน กลิ่นฟาง เเละ ความขัดเเย้งในระดับท้องถิ่น รวมไปถึงงานอื่นๆ อย่างเช่น "ในห้วงมหรรณพ" หรือ "สี่เเผ่นดิน"อาจจะเรียกว่า ท่านเป็น"เจ้า" ที่ไม่ชอบเป็น "เจ้า" ก็ว่าได้ (อย่างน้อยก็ดีกว่า ไอ้ ส. ….อะไรซักอย่างที่ ปากบอกว่าเกลียด "เจ้า" เเต่ พยายาม act ว่า ตัวเองเป็น "เทพ")คงจะมี เจ้า อย่างท่านเท่านั้น ที่กล้าเขียนงานประเภท "โครงกระดูกในตู้"(skelton in the cupboard)ที่เป็นเรื่องแฉ ความเเหลกเหลวของตระกูลตนเอง ถ้าถามผมว่า "ไผ่เเดง"ต่อกรกับ ลัทธิคอมมูนิสต์อย่างไร? ผมก็ขอบอกว่า "ไผ่เเดง" ได้ดึงวิถีเดิมๆ เเบบไทยๆ ที่เราไม่สามารถลบล้างออกจากตัวตน เพื่อปลุกสำนึกว่า เราไม่เหมาะกับลัทธิคอมมูนิสต์ อย่างเเน่นอน เเละ ท่านก็ไม่ได้บอกว่า คอมมูนิสต์ คือ ผุ้ร้าย มันเป็นเพียงเเค่ ความเชื่อ เเละ สังคมในอุดมคติ ที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ในทางปฎิบัติ
 
ทุกวันนี้ คำว่า ภัยคุกคามจากคอมมูนิสต์ ได้หมดไปจากโลกนี้เเล้ว รวมไปถึง การล่มสลายของ สหภาพโซเวียต เเละ การเปลี่ยนตัวเองของ จีนเเผ่นดินใหญ่ เราสามารถเห็นได้ชัดว่า ระบบทุนนิยม(capitalism)มีผลต่อโลกมากเเค่ไหน ทุนนิยม จะใช้วัตถุ มากกว่า อุดมคติ เเละ มันส่งผลในเชิงรุก มากกว่า เเม้กระทั่งจีนเเผ่นดินใหญ่ ยังจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง ให้เข้ากับสถานะการณ์ปัจจุบัน ก่อนที่ประชาชนจะลุกฮือต่อต้านมากกว่านี้ ดังเช่น บทเรียนที่เคยเกิดที่ จตุรัส เทียนอันเหมิน
 
เเต่ก็เเปลก ที่ศาสนายังอยู่ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปทางใด ไม่ว่า คุณจะใช้ศาสนาในทางใดก็ตามเเต่ หลายพันปีก่อน ศาสนา ก็ยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวคนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวมากกว่า ลัทธิๆนึง หรือ ความคิดๆนึง เเละ นั้นคือ เหตุผลว่า ทำไม ไอ้เเกว่น ไม่เคยชนะสมภารกร่างได้ซักที ลัทธิคอมมูนิสต์ เล่น กับความยากจนของมนุษย์ เเต่ ศาสนา เล่นกับศรัทธาของมนุษย์ ซึ่ง..เเน่นอน มันลบล้างได้ยากกว่า
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s