Bunny = ปราณี

ตำเเหน่ง มือ appitizer (อาหารเรียกน้ำย่อย หรือ อาหารว่างนั่นเอง)เป็นตำเเหน่งที่มีคนเข้าๆออกๆบ่อยกว่าเพื่อน ตั้งเเต่ผมทำงานที่นี่ มา 5 ปี เราก้อเปลี่ยนไปแล้ว 3 คน เเละ คนล่าสุด ก้อคือ น้าปราณี นี่เอง
 
ไอ้ที่เเปลกเอามากๆ ก้อคือ พี่ๆน้องๆ ของน้าปราณีทุกๆคน มารวมตัวกันอยู่ที่นี่หมดเลย ไอ้นั่นมันไม่ใช่เรื่องเเปลกหรอกครับ เเต่ไอ้ที่เเปลกก้อคือ ทุกๆคน โดนสามีทิ้งกันหมด!!! เเต่ละคนก้อมีระดับการศึกษาต่างกัน เเต่ชีวิตลงเอยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น น้า อารีย์ พี่สาวของน้าปราณี ที่ถูกสามี 2คน ทิ้งมาจากเมืองไทย ก่อนที่จะมาตายเอาดาบหน้า ที่นี่ อดีตของเเก ถ้าจำไม่ผิด เเกเคยเป็นครูประชาบาล อีกคนนึง เป็นน้องสาวคนเล็ก ชื่อ น้านวล คนนี้ก้อโดนสามีทิ้งเหมือนกัน ผมก้อไม่เเน่ใจว่าสามีของทั้งคู่ได้ทิ้งสองสาว(เเก่)ด้วยสาเหตุเดียวกันหรือไม่ เเต่ที่เเน่ๆ น้านวลค่อนข้างจะอีโก้จัด เถียงคำไม่ตกฟาก เเต่ ถ้าเเกไม่ได้พูดอะไร เเกก้อจะกลายเป็นคนเคร่งขรึมจนน่ากลัว อีกอย่างนึง เเกมักจะคิดว่าเเกฉลาด เพราะ เเกจบปริญญาโท (so what? hahahaha)
 
น้าอารีย์จะคล้ายๆ น้าปราณี อีตรงที่ว่า นุ่มนิ่มถนิมสร้อย ทำอะไรต่ออะไรก้อช้า ไม่ทันใจ เเต่น้าปราณี อาจจะดีกว่าอีตรงเรื่องของ ความอดทนสู้งาน เเต่ก้อเเปลก ผมได้ยินมาว่า น้าปราณีเนี่ย เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น เพราะโดนไล่ออก
 
3ศรีพี่น้อง มีคุณสมบัติที่คล้ายๆ กัน คือ ช้า เเละ มักจะเข้าใจอะไรยาก เเต่ ถ้าผมจะเอ่ยคำว่า โง่ ให้กับใคร 1ใน 3 ผมคงต้องยกให้ น้าปราณี เป็น the worse of stupid person อาจจะเป็นเพราะผมคลุกคลีกับเเก ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ผมก้อเลยได้รับรู้วีรกรรมของเเก เเละ ไอ้พวกวีรเวร วีรกรรมเหล่านั้น ก้อ มีผลกระทบกับงาน เเละ ตัวผม โดยอัตโนมัติ
 
ทีเเรก ทางร้าน ไม่ได้คิดจะเลือกน้าปราณีมาทำงานด้วยเลย เพราะได้ยินกิติศัพท์ของเเกมาก่อนจากหมู่คนไทย ที่ทำร้านอาหารด้วยกัน (คิดดูก้อเเล้วกัน ดังเเค่ไหน)เเต่ เป็นเพราะ บังเอิญว่า ผมต้องกลับเมืองไทย ในขณะที่ พี่วัน มือ appetizer คนเก่ง ได้ขอเเยกตัวไปทำร้านเอง ที่ kansas city ไอ้ผมก้อซื้อตั๋วไปแล้ว เเต่คนงานไม่มี ทีนี้ทำยังไงดีล่ะ? เเม่ก้อเลยฝากข่าวไว้ตามร้านค้าของชาวเอเชี่ยนทั้งหลาย ว่า ต้องการมือ appetizer โดยด่วน….เเต่ดูเหมือนว่า เดี๋ยวนี้ ไม่มีใครอยากทำงานร้านอาหาร ในลักษณะของ งานประจำ อาจจะเป็นเพราะ หลายๆคนได้ กรีนคาร์ดเเล้ว ภาษาก้อได้เเล้ว เลยเลือกไปทำงานโรงงาน ที่มีสวัสดิการดีกว่า
 
คงเป็นเพราะบังเอิญ เเม่ดันไปเจอ น้าอารีย์เข้าให้ เเกก้อเลยฝากฝังน้องสาวมาให้ซะเลย
 
"ก้อ ปราณีไงพี่ เนี่ย ตอนนี้ มันเพิ่งออกมาจากร้าน siam garden มาหมาดๆ"น้าอารีย์รีบโฆษณา
"เอ่อ อารีย์ พี่เคยได้ยินมาว่า ปราณีน่ะ ทำงานช้ามากๆ เเถมขี้หลงขี้ลืม ทำงานพลาดบ่อยๆ พี่น่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก เเต่ ไอ้สองผัวเมีย สตีเว่น กะ นัง ซันนี่ มันจะไม่เอาน่ะดิ" เเม่พูดตรงๆเลย
"เค้าดีขึ้นเเล้วนะพี่ เดี๋ยวนี้ ทำงานคล่องเชียว" เเหม ทำงานคล่อง เเล้วทำไมตกงานฟะ?
"เอางี้เเล้วกัน ยังไง พี่จะติดต่อปราณีเองก้อเเล้วกัน เค้าต้องมาหาพี่ทุกๆเดือนด้วย เพราะต้องเอาค่าเช่าบ้านมาจ่ายพี่" เเม่ตัดบท
 
คือ นอกจาก ความสัมพันธ์ในลักษณะ นายจ้าง กับ ลูกจ้างเเล้ว น้าปราณี กับ สามีฝรั่ง ที่ชื่อว่า เคลลี่ ก้อยังเป็น ผู้เช่าบ้าน(หลังเก่า)ของเเม่ด้วย
 
ในช่วงที่น้าปราณีเข้ามาทำงานใหม่ๆ เเกยังไม่ออกฤทธิ์ออกเดชอะไรมากมายนัก ไม่สิ ต้องเรียกว่า เเกยังไม่มีฤทธิ์เดชจะออกมากกว่า เเกเพิ่งมาใหม่ ยังไม่รู้อะไร เราก้อพอจะให้อภัยกันได้ ยังไม่ทันจะได้รู้อะไร ผมก้อต้องเดินทางไปเมืองไทยซะก่อน ตำเเหน่งของผมถูกเเทนที่ด้วย ตั้ม พี่ชายคนโต(ในช่วงเช้า) เเละ พี่อ้วน คนลาวอพยพ ที่ต้องทำงานหนักเพราะเพิ่งรับลุกสาวจากเมืองลาวมาอยู่ด้วย พี่อ้วนเค้าทำงานช่วงหลัง 5 โมงเย็น จนร้านปิด
 
วันนึง ในขณะที่ผมกำลังปาร์ตี้เพลินๆ กับเพื่อนเก่า ในเมืองไทย โจ้ ได้โทรมาหาผม เพื่อรายงานความคืบหน้าในร้าน….
 
"อ้นรู้ป่ะ เดี๋ยวนี้ เเม่เราปากจัดขึ้นเยอะ ทุกๆวัน พี่เห็นเค้า run mouth ได้เกือบตลอดเวลาเลย"
 
"อ้าว? เกิดอะไรขึ้นล่ะ?" ที่ผมสงสัย ก้อ เพราะ ปรกติเเล้ว ผมไม่ค่อยเห็นเเม่บ่นว่าใครซักเท่าไรนัก
"ก้อ จะใครซะอีกล่ะ ก้อ เพราะ คุณ บันนี่ นี่เเหละ  เฮ้ย เนี่ย ชื่อใหม่ของน้าปราณี ไอ้พวกข้างนอกมันออกเสียงคำว่า ปราณีไม่ได้ เเกก้อเลยกลายเป็น บันนี่ ไปเลย " โจ้หัวเราะ เอิ๊ก อ๊าก ก่อนที่จะกลับเข้าเรื่อง
"จริงๆนะ อ้น ตั้งเเต่ ทำงานมาเนี่ย ไม่เคยเจอใครที่เเม่ง บื้ออออ เท่าน้าปราณีเลย ทำงานก้อช้า เเละดูเหมือนกับว่า เเกไม่พยายามจะเรียนรู้อะไรเลย สอนอะไรไป ก้อลืมหมด เหมือนเเก้วน้ำรั่วๆ น่ะ เข้าใจป่ะ?"โจ้ ทำเสียงเหนื่อยหน่ายปนระอา
"มันเเย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?" ผมรู้สึกผิดนิดๆ ที่ทิ้งร้าน มาสนุกสนานอยู่เมืองไทย
"ก้อ เห็นน้าอารีย์เค้าบอกว่า เเก improve ขึ้นเยอะเเล้วนี่ ประสบการณ์ก้อมีจากหลายๆร้าน มันก้อไม่น่าจะขุนไม่ขึ้น นะ"
"ประสบการณ์เยอะเหรอ?"โจ้ทวนคำพูดของผม "ประสบการณ์โดนไล่ออกเยอะน่ะดิ "ว่าเเล้ว ก้อ หัวเราะเอิ๊กอ๊าก อีกเช่นเคย
 
ทีเเรกผมก้อยังไม่เชื่อหรอกว่า เเกจะเเย่ได้ขนาดนั้น จนกระทั่งผมกลับมารู้ด้วยตัวเอง…..
 
ผมรู้สึกได้เลยว่า ผมทำงานเหนื่อยหนักกว่าปรกติ ที่ผ่านมา พี่เเสง เเละ พี่วัน อดีต มือ appetzerของร้าน เคยเตรียมอะไรต่ออะไรไว้ให้ผม ก่อนที่จะลงมือทำงาน โดยที่ผมเเค่จิบกาเเฟ สูบบุหรี่ รอ order เข้า เเต่…ทุกวันนี้ ผมต้องจัดของเองหมดทุกอย่าง ทั้งจัดของสด ลวกไก่ ลวกบร๊อคโคลี่ ทอด สปริงโรล จัด order สำหรับเตรียมผัด ฯลฯ สาระพัด ผมเคยคิดว่า เวลา 1 เดือนที่ผมกลับเมืองไทย คงจะทำให้เเกดีขึ้นบ้าง เเต่..เปล่าเลย เผลอๆ บางครั้ง ผมต้องช่วยเเกทำงานอีกต่างหาก
ในช่วง lunch เป็นช่วงเเรกของการเปิดร้าน มันจะเป็นช่วงที่อะไรต่ออะไรต้องด่วน ทุกคนต้องทำงานเร็ว เเละ ไม่ควรที่จะพลาด เเต่เชื่อมั้ย? น้าปราณีเนี่ย พลาดได้ทุกวัน ไม่ทำอาหารผิด ก้อ ทำออกไปไม่น่ากิน เเกมีผัวฝรั่งเเท้ๆ เเต่ดันไม่เข้าใจคำสั่ง (ที่ร้านใช้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการทำงาน เพราะเป็นการร่วมหุ้นของคนไทย กับ เอเชี่ยน-american)งานยากขึ้น เเถม ไม่ได้ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารกับพวกพนักงานชาติอื่น มันก้อเลยทำให้น้าปราณีงง เป็นไก่ตาเเตกมากกว่าเดิม
 
ผมไม่โทษพื้นเพการศึกษาของใครๆทั้งสิ้น เเม้ว่า น้าเเกจะเรียนมาสูงกว่าผม เเต่..ผมเชื่อในเรื่องของการเรียนรู้ เเละ ปรับตัว น้าปราณี อยู่ประเทศนี้มาก่อนผมเเท้ๆ เเถม มีผัวฝรั่งอีกต่างหาก เเต่..ทำไมเรียนรู้อะไรเลย เเม้กระทั่งภาษา???เเกพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง เเต่เเกมีปัญหาเรื่อง listening (การฟัง)
 
เเม่ผมเคยต่อว่าเเกครั้งนึง ในเรื่องของการรับรู้ รู้มั้ย เเกตอบว่าไง?
 
"ก้อ หนูเเก่เเล้วนี่พี่" ดูๆๆ ดูเเกตอบเเม่ผม
"พี่น่ะ เเก่กว่าคุณซะอีก" เเม่ตอกกลับทันควัน
 
เมื่อฟังเพี้ยน มันก้อเลยทำให้เเกพูดอะไรเพี้ยนๆ บ่อย ผมพอจะยกตัวอย่างให้ฟัง พอซอฟท์ๆ ดังนี้
 
เเม่:   เออ ปราณี เพื่อนคุณที่มาหาเมื่อวาน มาจากรับไหนน่ะ
น้าปราณี: มาจาก รัฐ ฮิลินอย ค่ะ
(จริงเเล้วมันคือ รัฐ อิลินอย)
น้าปราณี : พี่คะ พรุ่งนี้ จะไป ที่ อิมมิเกรชั่น มั้ยคะ?
แม่ : ก้อ ว่าจะไปสำรวจสถานที่ก่อน ว่ามันอยู่ตรงไหน ปราณีรู้มั้ย มันอยู่เเถวๆไหน?
น้าปราณี: รู้ค่ะ พี่ หนูเคยไปมาก่อน อยู่เเถวๆ ไทโวหว่า นี่เอง
(หาจนทั่วเมือง ก้อไม่มีหรอกครับ ไอ้ ถนน ไทโวหว่า น่ะ เพราะ จริงๆเเล้ว มันชื่อ ถนน ทาโวล่า)
 
น้าปราณี: อ้นรู้มั้ยว่า เค้าให้เอาเงินออกนอกประเทศได้เท่าไหร่?
ผม:  ไม่เกิน $10,000 ครับ ถ้าเกินกว่านั้น โดนยึดเเน่ๆ เค้าจะดักค้นอยู่เเถวๆ check point ใน
        สนามบินครับ
น้าปราณี:อ๋อ เหรอ ?น้านึกว่า ห้ามเกิน $3,000 เเล้วสมมุติว่า เราเอายัดไว้ในกระเป๋าที่เราเอาลง
           ใต้ท้องเครื่องบินล่ะ?    (บ้า เงินหายดิ)
ผม: (ถอนหายใจ)ถ้าไม่มีใครมาตรวจ ก้อคงไม่โดนยึดล่ะครับ ว่าเเต่ น้ากล้าเอาเงินสดเยอะๆ
       ขนาดนั้น load ลงใต้ท้องเครื่องบินเหรอ? ผมว่า หาย ชัวร์ๆ
น้าปราณี: (พยักหน้า อือ ออ ไปด้วย) ที่นี่ เค้าเข้มงวดเนอะ เหมือนที่ ญี่ปุ่นเลย ไอ้สนามบิน
            "ฮาตาริ " น่ะ
เเม่: (ฮากลิ้ง) เดี๋ยวๆๆๆ สนามบินอะไรนะ?
น้าปราณี: ฮาตาริ ไงคะ พี่
เเม่: มันอยุ่ในประเทศอื่นล่ะมั้ง? ที่ญี่ปุ่นน่ะ เค้ามีเเต่ สนามบิน "นาริตะ"(ฮากลิ้ง ตามระเบียบ)
 
                                        ฯลฯ
นี่ยังไม่รวมถึง "ดีบี้ คาร์ด" (จริงๆเเล้วคือ เดบิตคาร์ด) "เมือง โลโหนก" (จริงๆเเล้ว คือ "เมือง เลน๊อกซ์" (lenox) )ในกรณีนี้ ผมถือว่า เป็นเรื่องโจ๊กประจำวัน
 
เเต่ ก้อ มีคนอีกคนนึง ที่ขำไม่ออก มันคือ ไอ้ สตีเว่นนี่เอง
 
ปรกติ สตีเว่น จะเป็นคนทำงานเร็ว ขยันตามเเบบฉบับของ คนจีน ดังนั้น มันเลยเกลียดคนที่ทำงานช้า เเถม ชุ่ย เเบบน้าปราณี
 
"she’s such an error computer" น่าน สุดที่จะเปรียบเทียบล่ะครับ มันหาว่า น้าปราณีน่ะ เป็นอะไรที่คล้ายๆกับ คอมพิวเตอร์ที่กำลัง error ทำงานติดขัด ข้อมูลเลอะเลือน บางที มันก้อบอกว่า เเกเหมือนกับ เต่า (tortle) บ้างล่ะ ล่าสุดเนี่ย มันเรียกเเกว่า wooden body (ไม้)เลย สาเหตุ เพราะ น้าปราณี ดูเหมือนคนที่ไม่มีปฎิกริยาตอบรับ
ทุกๆวัน ผมจะได้ยินเสียงของไอ้ตี๋ สตีเว่น บ่นอุบอิบ เป็นหมีกินผึ้ง ทั้งหมดนั่น ก้อ ด่าน้าปราณีล้วนๆล่ะครับ
อย่างว่าล่ะ นี่คือ โลกธุรกิจ เราขายของ เราต้องเร็ว เเละ เนี๊ยบ ถูกมั้ยครับ? โดยส่วนตัวเเล้ว ผมค่อนข้างจะสงสาร ปน สมเพช เเก นะ เเกมี background ที่ค่อนข้างโหดร้าย เคยมีสามีจอมโหด เเละเจ้าชู้ ที่ทิ้งเเกให้เลี้ยงลูกโดยลำพัง เเถมปัจจุบันนี้ ลุกชายของเเก อายุปาเข้าไป 40 ขวบเเล้ว เเต่ มันก้อยังให้เเม่เลี้ยงดูอยู่เหมือนเดิม เเถมมีเมีย 2 คน ให้เเม่ชื่นใจเล่นๆ ซะด้วย
 
คงเพราะกรณี นี้ มั้ง เเม่ กับ ผมเลยต้องคอยปกป้องเเก จากหุ้นส่วนในบางครั้ง เเต่หลายๆครั้ง มันก้อเกินกว่าที่จะให้อภัย….
 
ครั้งนึง ในขณะที่ผมกำลัง busy เอามากๆ ในจังหวะที่ กระเทียม หมด ผมเลยวาน น้าปราณี ไปเอากระเทียมสับ ในตู้เย็นมาให้ผม
"น้าครับ รบกวนช่วยไปเอากระเทียมมาให้ผมหน่อย"
"………(เงียบ)……"เเกกำลัง เพลิดเพลินกับการปิ้งสะเต๊ะ
"น้า ครับ กระเทียมหมด" ผมเริ่มเสียงดังขึ้น เเกหันมามองหน้าผม เเล้วก้อ วิ่งเหยาะๆ ออกไป
"อ่ะๆ โทษที ทีเเรกน้าไม่ได้ยิน" ว่าเเล้ว ก้อ ยื่นของให้ผม
"เอ่ออ……"ผมรู้สึกจุกในคอหอยจนพูดอะไรไม่ออก หลังจากที่จ้องหน้าเเกเป็นเวลา 3 วินาที ผมก้อ คำรามออกมาจากลำคอ ว่า….
"ผมขอ "กระเทียม" ครับ ไม่ใช่ "เเตงกวา" โธ่ๆๆๆๆๆๆๆๆ"
 
กูอยากตายยย ไปทำบุญขึ้นหูใหม่ดีกว่าม้างงงง
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to Bunny = ปราณี

  1. จันทร์กระจ่างฟ้า says:

     
    เง้อ… เวงกำ บอกได้แค่นี้อ่ะเฮีย เหอๆๆๆ
     

  2. Ms. Kay says:

    อ่านแล้ว ขำ ตรงที่พี่แก จำชื่อผิดๆ นะ ( แต่ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ เค้าเต็มหรือเปล่าล่ะ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s