ลูกน้ำ

ถ้าจะว่าไปแล้ว ผม กับ ลูกน้ำ ดูเหมือน อา กับ หลาน มากกว่า (ดีนะ ไม่ใช่ พี่ กับ น้อง) อายุเราห่างกันเเค่ 21 ปี เรายังเล่นกันได้เหมือนเด็กๆ ไอ้ของบางอย่างที่ลูกน้ำเล่น ผมก็เล่น ทั้ง คอมพิวเตอร์ เเละ MP3 player เอาเป็นว่า เราสองคนพอที่จะปรึกษากันได้ สำหรับของเเบบนี้ ราวกับว่า เราโตมาด้วยกัน   จะว่าไปเเล้วมันก็คล้ายๆอย่างงั้น เพราะชีวิตของผมเริ่มต้น เมื่อผมมีลูกน้ำ
 
ผมยังคงจำได้ ไม่มีลืม บรรยากาศในตอนที่ ลูกน้ำกำลังจะคลอด …คืนนั้น เป็นคืนฝนตก เราอยู่กันที่บ้านสวน เเถวๆ สุขาภิบาล 1  แม่ลูกน้ำเริ่มเจ็บท้องในคืนวันที่ 7 กค. ผมเห็นว่า มันใกล้กำหนดคลอดเเล้ว ผมเลยตัดสินใจพาเค้าไป รพ. ทันที …ผมค่อยๆประคอง เเม่ลูกน้ำออกจากสวนรกๆเเฉะๆ เเละ ออกไปเรียกเเท๊กซี่ ให้ไปส่งที่ รพ. ศูนย์เเม่ เเละ เด็ก ย่าน วงเวียนบางเขน เเต่พอไปถึง กลับโดนไล่กลับมา
 
"นี่ คุณ ปากมดลูกเปิดเเค่ 1 cm เท่านั้นเองนะ" คุณหมอ ทำเสียงเขียว
"เเต่เเฟนผม เค้าไม่ไหวเเล้วน่ะครับ ให้รอดูอาการก่อนมั้ย?"
"เป็น หมอเหรอ? ไปก่อนๆ กลับบ้านไปก่อน พอจะคลอดเเล้วค่อยมา" เสียงดุกว่าเก่าอีก
 
สรุป เสียเที่ยวครับ เราสองคน ก็ต้องค่อยๆประคองกันกลับบ้าน อย่างทุลักทุเล กว่าจะถึงบ้าน ก็ ปาเข้าไป ตี 1  คืนนั้น ผมนอนไม่ได้เลย เเม่ลูกน้ำ ร้องครวญครางทั้งคืน ผมต้องนอนกุมมือเค้าเอาไว้ ในใจก็คิดว่า ถ้าจะคลอดยังไงก้ ขอให้ฟ้าสว่างก่อน
 
จนกระทั่ง เเม่ลูกน้ำเดินไปเข้าห้องน้ำประมาณช่วง ตี 5 ครึ่ง พอลุกขึ้นยืนเท่านั้นเเหละ มีอะไรบางอย่างหยดลงมาจากด้านใน (คงไม่ต้องอธิบายมากนะว่า ไอ้ "ด้านใน"น่ะ คือ อะไร)มันคือ เลือด!!!!! ครับ ก้อนเลือดสดๆ!!! นัง โจรี่ หมาไทยหลังอานประจำบ้าน เดินเข้าไปดม เเละ ก็เลียกิน (เเหวะ)พอผมได้สติ ผมก็ถือวิสาสะ เปิดชุดคลุมท้องเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น   มาย ก๊อด!!! นึกภาพ เวลาที่เราเป่าลูกโป่งด้วยหมากฝรั่งดูดิครับ  เหมือนกันเด๊ะๆ เลย มันคือ ถุงน้ำคร่ำนั่นเอง มันโป่งออกมา เพราะ ลูกน้ำดิ้น กำลังจะคลอดออกมาเเล้ว ผมก็เลยรีบวิ่งเเจ้น ไปขอความช่วยเหลือ "พี่วัฒน์" คนข้างบ้าน ขอให้เเกช่วยเอารถออก   พอดีว่า วันนั้น ไอ้โอ๊ค (น้องชาย) มันไม่ได้นอนที่หอ มันก็เลยช่วยกันประคองเเม่ลูกน้ำออกมา ขึ้นรถ  ตอนนั้น ฝนหยุดตกเเล้ว เเต่…มันกลับลื่นยิ่งกว่าตอนที่ออกไปทีเเรก ผม กับ โอ๊ค ต้องค่อยประคอง อย่างช้าๆ เเม่ลุกน้ำก็ครวญครางไม่หยุด พอถึงรถ ผมก็อุ้มเค้าขึ้นกะบะท้าย ทันที
 
ผมตัดสินใจ ไม่ไป รพ. เดิม เเละ บอกให้ พี่วัฒน์ พาไปส่งที่ รพ. นพรัตน์ราชธานี เเถวๆ สวนสยาม โชคยังดี ที่รถไม่ติดมากนัก พวกเราไปถึง รพ. ด้วยสภาพสะบักสะบอม พอสมควร เฉพาะผมคนเดียวเนี่ย ก็บรรทุกโคลนมาประมาณ 2 กก.  หลังจากที่ส่งเเม่ลูกน้ำเข้า ห้อง ER เเล้ว โอ๊ค ก็ขอตัวไปเรียนก่อน ส่วนผม ก็ นั่งๆ นอนๆ อยู่เเถวๆนั้น
 
ระหว่างที่รอ ผมก็ได้เเต่นั่งคิดว่า "เอๆๆๆจะได้ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงหว่า??" ผมเดินวนไป วนมา เเถวๆนั้น รอดูที่ป้ายชื่อ เพราะเค้าจะขึ้นเอาไว้ว่า เป็น ดช. หรือ ดญ.  ในทีเเรก ผมอยากได้เด็กผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะ ผมจะรู้สึกว่า เด็กผู้ชาย ดูเเลง่ายกว่า เพราะผมก็เป็นผู้ชาย ผุ้ชาย กับ ผู้ชาย คุยกันง่ายกว่า อยู่เเล้ว
 
แต่…ผลที่ออกมา กลับเป็นเด็กผู้หญิง  ยังไงก็เเล้วเเต่ ผมก็ไม่รู้สึกผิดหวัง ณ. ชั่วโมงนั้น ผมห่วงว่า เเม่เเละลูกจะปลอดภัยมั้ย ซะมากกว่า  จนกระทั่ง พยาบาลอุ้มลูกมาให้ดู ลูกน้ำ เป็นเด็กที่น่ารักมาก มากกว่าทุกๆคน เพราะ ลูกน้ำเป็นลูกของผม  น้ำหนักตอนเเรกเกิด ประมาณ 4,000 g ถือว่า ตัวใหญ่ทีเดียว
 
หลังจากที่ผมมีลูก ผมรู้สึกว่า ชีวิตเปลี่ยนไปมาก มากอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน ผมเริ่มเข้าวงการดนตรีกลางคืน ก็หลังจากที่ลุกน้ำคลอดได้ไม่นานนัก ผมก็เลยกลายเป็น นักดนตรีพ่อลูกอ่อน ที่มีหน้าที่ดูเเลลูกในช่วงกลางวัน เเละ เมื่อเเม่ลูกน้ำเลิกงานกลับมา ผมถึงจะได้ออกจากบ้านไปทำมาหากินตามประสามนุษย์ค้างคาว   จะว่ามันลำบากมั้ย? ก็ไม่นะ อะไรๆมันลงตัวไปหมด เเถม มีคนมาช่วยเลี้ยงด้วย บางที ผมก้ฝากลูกไว้กับ พี่เปิ้ล เพื่อนของเเม่ลูกน้ำ ที่มาขอเเชร์ห้องที่บ้าน หรือ บางวันโอ๊คก้กลับมาช่วยดู
 
เมื่อลุกน้ำอายุได้ประมาณ 2ขวบ ผมจำเป็นต้องจ้างคนเลี้ยงลูกน้ำในบางวัน เพราะมีงานเพิ่มขึ้น เเถม ต้องไปเรียน เบส เเถวๆ ถ. สุโขทัย ในวันเสาร์ ช่วงนั้น ผมเหนื่อยมากๆ เเต่ก็โอเค ทุกอย่างยังคง under control เเต่เเล้ว วันนึง  ผมดันตกงาน ฟุ้งซ่าน เลยขอลาบวช หลังจากที่สึกออกมา ผมก็ตัดสินใจเลิกเล่นดนตรี ไปเปิดร้านขายขนมเล็กๆ เเถวๆบ้านเก่า
 
เมื่อมาถึงขั้นนี้เเล้ว ผมจำใจต้องให้พี่คนนึง วึ่งเป็นเหมือนกับญาติ(แต่ไม่ใช่ญาติจริงๆ)รับลูกน้ำไปดูเเล เพราะผมไม่สามารถ กระเตงๆลูกน้ำไปตะลอนๆ เเบบนั้น ผมยังจำได้ วันที่เค้ามารับลูกน้ำไป ผมเดินไปส่งที่รถ อุ้มลูกเข้าไปในรถ เเละ ส่งไปให้พี่เค้าอุ้มเเทน พอพี่เค้าปิดประตูเท่านั้นเเหละ ลูกน้ำทำหน้าเเหย เเละ ก็ร้องๆๆๆๆๆๆๆผมได้เเต่ยืนมอง ไม่รู้จะทำไง มองจนรถเเล่นออกไปจากซอย….
 
ผมมีชีวิตที่ปราศจากลูกอยู่หลายปี หลังจากนั้น ผมผ่านอะไร ต่อ อะไรอีกมากมาย ทั้งล้มเหลว เเละ สำเร็จความใคร่ทางอารมณ์ หลายๆอย่างในชีวิตของผม พังพินาศ เพราะผมขาดเเรงจูงใจ บางครั้ง รู้สึกว่า ตัวเองไร้ค่าเต็มที เเค่ทำงานไปวันๆ ไม่มีเวลาที่จะไปหาลูก ผมเริ่มกินเหล้าหนักขึ้นๆ เสเพล เหมือนคนไม่มีเป้าหมาย นอกจาก เมาไปวันๆ  ชีวิตการเเต่งงานล้มเหลว ด้วยมือของผมเอง จนผมไม่มีหน้าที่จะไปหาลูก  รู้สึกละอาย อย่างบอกไม่ถูก
 
จนมาถึงวันนี้ เราได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง เราเสียเวลาไป ร่วม 12 ปี ก่อนที่จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน เเม้ว่า วันนี้ จะไม่มีเเม่ลูกน้ำ เเต่ผมคิดว่า ผมทำหน้าที่นั้นได้ อย่างที่ผมบอกไว้น่ะครับ เรายังเล่นกันได้เหมือนเด็กๆ   เเละ ลูกน้ำ ก็ยังคงรักพ่อคนนี้ ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่า เราจะระหกระเหินจากกันไปกี่ปี ความผูกพันทางสายเลือดไม่มีวันถูกทำลาย ด้วยกาลเวลา
 
รักลูกที่สุด
 
พ่อ เฮงซวย
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to ลูกน้ำ

  1. Ms. Kay says:

    น่ารักจัง

  2. Nutyahdah says:

    พี่อ้น … ความผิดพลาดครั้งที่แล้ว เค้าว่ากันว่า มันคือครูของเราในครั้งแต่ไป อย่างไรก็ตาม สู้น่ะพี่ สู้เข้าไว้ รักเค้า ต้องสู้อย่างเดียว งานนี้… คอมเม้นท์แรก บอกว่าพี่อ้นน่ารัก อืมส์ … เราเห็นด้วยน่ะ

  3. HONEY says:

    เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่สองค่ะ  ไม่มีใครไม่มีข้อผิดพลาดในอดีต ปัจจุบันคุณเป็นคุณพ่อที่น่ารักเชียวล่ะ
    อย่าไปเสียใจกับอดีตที่ผ่านมาแล้ว อย่าพะวงกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอแล้วค่ะ ถ้าปัจจุบันเราทำให้มันดี ก็จะเป็นการปูวางอนาคตที่ดีเองค่ะ ความพะวงว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น แทบจะไม่ค่อยมีเลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s