เรื่องสั้น นักดนตรี ตอนที่ 17 (ตอนจบ)

ผมยังจำคืนๆนั้นได้……ไม่เคยลืม
 
ตอนเย็นวันนั้น ผมง่วนๆเก็บสัมภาระทุกอย่างที่มีอยู่ เบส ของ wasburn รุ่น RB 400 วิทยุเก่าๆตัวที่ผมใช้เเกะเพลงมาเกือบ 5ปี ของ silverado (ผมจำได้ว่า ซื้อมาจาก ร้านขายของหลุดจากโรงจำนำ)เสื้อผ้าอีกจำนวนหนึ่ง …ผมไม่ได้มีสมบัติพัสถานมากมายไปกว่า10ปีที่ผ่านมาเลย ไม่มีเเม้เเต่บ้านที่เป็นบ้านของผมจริงๆ …ตลกดีนะ ผมก็ยังสามารถอยู่ได้เเบบไร้ญาติขาดมิตร จนกระทั่งวันนึง…เค้านึกกันออกว่า ยังมีผมอยู่ เเละ ดึงผมไปอยู่ด้วย เเต่ ดันเป็นเวลาที่ผมไม่อยากไปไหนเเล้ว…ชีวิตคนเรานี่ก้อเเปลก มักจะไม่ถูกที่ เเละ ไม่ถูกเวลา เสมอ
 
จริงๆเเล้ว ก่อนหน้านั้นซัก 5ชั่วโมงก่อน ผมยังอยู่ที่ สุพรรณบุรี อยู่เลย ผมต้องไปลาเพื่อนสนิทอีกคน ที่อยู่ชายคาเดียวกัน เเต่ในเวลานั้น เค้าบวชเป็นพระอยู่ที่บ้านเกิดของเขา เราไม่ได้คุยอะไรกันมากมายนัก ต่างคนต่างสำรวม ผมจะไปทำลิงทำค่างกับพระไม่ได้ เเละ ท่าน(ในเวลานั้น) ก้อเช่นกัน
 
ตลอดทาง บนรถของไอ้ป๋อ อดีตเพื่อนร่วมบ้าน เเต่สนิทที่สุด ..ผมได้เเต่ถอนหายใจ กังวลกับชีวิตใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง เเละ ยังอดจะคิดถึงชีวิตเก่าๆ ที่ผมทั้งรัก เเละ คุ้นเคยไม่ได้  ผมถอนหายใจบ่อย จน ไอ้ป๋อทัก
 "กูรู้ มันไม่ง่าย เเต่มึงต้องทำนะโว้ย"ป๋อ บ่นลอยๆขึ้นมา
"มึงไม่ใช่กู มึงไม่รู้หรอก" ผมหันออกไปมองนอกกระจกรถ ทำท่าจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เเต่ก้อไม่
"สูบได้ๆ เเหม มึงทำยังกะไม่เคยนั่งรถกู" นิ่งไปซัก วินาทีนึง "คิดดูให้ดีนะ อ้น …ลูกมึงต้องโตขึ้น ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้น  เเล้วมึงหันมาดูพวกกู วันนึง กู กะ หลวงพี่ ก็ต้องมีชีวิตที่ก้าวหน้า เเต่งงาน มีลูก เเละ พวกกูก็มีงานที่ดี เเละ มั่นคง …มึงไม่อายเหรอ ถ้าวันนึง มึงยังคงเป็นไอ้อ้น คนเดิมๆ เล่นดนตรีไปวันๆ เเบบเนี้ยะ?"มันพูดยาวเลย…ผมรู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆล่ะ..
"เเล้วถ้ากูเสือกที่จะเลือกทางนั้น ในวันนึง พวกมึงก็จะไม่คบกู เพราะกูเเตกต่าง ว่างั้นเถอะ?"
"อ้าว ไอ้เหี้ย" ไอ้ป๋อ หันมามองผมเเว๊บนึง " มึงกะกูน่ะ หลายปีเเล้วโว้ย มึงเคยเห็นกูทิ้งมึงมั้ย กูกะมึง น่ะ ตั้งเเต่ อนุบาล กูไม่เคยทิ้งมึง มึงไม่เคยทิ้งกู เเค่นี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเเล้ว ที่กูจะมาเห็นมึงเป็นคนอื่น" ผมเห็นสีหน้าของมัน เหมือนๆจะผิดหวัง กับ อะไรที่ผมพูดออกมา….
"กูคงต้องปรับตัวอีกมากเลย ทั้งภาษา ทั้งวิถีชีวิต" ผมเปลี่ยนเรื่อง"กูยังไม่รู้เลยว่า ชีวิตกู มันจะเป็นไปยังไง เเม่ง คงยากเอามากๆเลย"
"ไอ้ตะก่อน มันไม่ยากกว่าเหรอ อ้น?" ไอ้ป๋อ ถามผมด้วยน้ำเสียงเเปลกๆ "กูว่า ที่นั่นน่ะ หมูสำหรับมึงเลยล่ะ พ่อ ก็อยู่ เเม่ก็อยู่"
 
ผมคิดว่า ผมควรจะจบบทสนทนาเท่านี้ เเล้วผมก็หลับตา……เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานในคืนนั้น …คืนสุดท้าย
 
ย้อนกลับมาที่ ห้องเช่า …ไอ้จิมเข้างานช่วงดึก ผมก็ต้องจัดของ ตามลำพัง ไม่มีเสียงฝึกเบส ไม่มีเสียงเพลง หรือ เเม้เเต่เสียงทีวี อากาศในช่วงหัวค่ำ ค่อนข้างอบอ้าว เเต่เเปลก ผมกลับไม่รู้สึกเกลียดหน้าร้อน เหมือนที่เคย…ผมอยากจะอยู่กับมันให้นานกว่านี้ เเต่ เวลาของผมมันใกล้จะหมดเเล้ว
 
ผมไปถึง old town ก่อนเวลาเล็กน้อย ผมเดินหงอยๆ ผ่านประตูหน้าร้าน เข้าไปในห้องด้านหน้า(ร้านๆนี้ เค้าเเบ่งเป็นห้องๆ เเต่อยู่ในอาคารเดียวกัน ลักษณะคล้ายๆ บาร์ในหนังคาวบอย เเต่ละห้อง มองเห็นกันได้ทางบานหน้าต่าง) ห้องๆนี้ เหมือนกับห้องของนักดนตรี เเทบจะไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเลย นอกซะจากว่า เเขกเยอะจนล้น…ผมขอน้ำเปล่ามาขวดนึงจากเด็กเสริฟ พร้อมกับ น้ำเเข็งอีกหนึ่งเหยือกเบียร์สด จากนั้น ผมก็รินหงส์ทองหนึ่งเเบนลงไป มันละลายน้ำเเข็งส่วนนึงลงไป ผมปล่อยมันทิ้งไว้ซัก 1 นาที ก่อนที่จะรินน้ำตาม กวนหยาบๆด้วยหลอด เเละ ดูดมันเข้าไป เหมือนจะให้มันขึ้นสมอง
 
คนอื่นๆ ก็ค่อยๆทะยอยเข้ามา รวมไปถึง มือเบสคนใหม่ ที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ เเทนผม ผมปล่อยให้ "พี่เนาว์" เล่นก่อน เพราะถือว่า ให้เค้ามาซ้อมไปในตัวด้วย  น้าหนึ่ง ให้ผมฟัง sound ให้ เเละ ปรับเเผง mixer หลังจากนั้น ผมก็กลับมานั่งเเบบหงอยๆ …ที่เดิม
 
"เฮ้ยๆๆ อ้น เอาหน่อยเว้ย" น้าหนึ่ง ปลุกผมตื่นจากห้วงอารมณ์หงอย ผมรีบคว้าเบสคู่ใจ ขึ้นไปบนเวที พร้อมกับเสียบเเจ๊ค โดยที่ไม่ต้องตั้งสาย เพราะผมเตรียมตัวไว้ก่อนหน้านี้เเล้ว
 
ผมจำไม่ได้ว่า ผมเล่นอะไรไปบ้าง เท่าที่จำได้ คือ เพลงท้ายสุด ที่ผมเล่น…you maybe right
 
"you maybe right,i maybe crazy"…..ครับ ถ้าผมไม่บ้า คนอื่นๆ ก็คงบ้าน่ะเเหละ ผมอาจจะบ้า ที่รักอาชีพนี้มากเกินไป หลังจากจบเพลง ผมเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ปิดประตูลงกลอน เเละผมเริ่มต้น ร้องไห้…ผมไม่ได้ร้องไห้เเบบนี้มานานมาก จนผมจำไม่ได้ว่า ก่อนหน้านี้ ผมร้องไห้เพราะอะไร…
 
ผมล้างหน้าล้างตา เช็ดหน้าที่เเดงก่ำไปด้วยพิษเหล้า เเละ พิษเศร้า เดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เเละ ยังมีวงเพื่อนๆกันรออยู่ด้วย ทุกๆคนรอที่จะเลี้ยงเหล้า อำลา…ฟังดูเศร้าจัง  เลี้ยงเหล้าอำลา..
 
"เป็นเอามากเลยนะ น้า" ชาย มือกลอง ของวงคันทรี่ประจำร้านทัก ผมก้อได้เเต่ อือๆๆ
"ไปเมื่อไหร่วะ?" น้า วี ถามผม
"พรุ่งนี้ น่ะ น้า ตอนหลังเที่ยงคืน"
"โห นี่ใจคอจะเล่นยันวันไปเลยเหรอ?" ไอ้กุ้ง ทำท่าทึ่งๆในตัวผม
"ไม่รู้ว่ะ ทำใจไม่ค่อยได้ อยากอยู่กับมันนานๆ"ผมพูดเบา พยายามเก็บก้อนสะอื้น
 
จากนั้นเราก็ออกไปหาเหล้ากินกันเเถวๆนั้น  ทุกๆคนเป็นปรกติ เเต่..ผมไม่
 
ผมไม่รู้ว่าผมหลับลงไปได้ไง คืนนั้น มันเป็นคืนที่ยากมากๆสำหรับผม ผมเกลียดช่วงเวลาเเบบนี้ที่สุด
 เช้ามืดของวันที่ 24 เมษา ผมก็ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไป โดยมีเพื่อนๆหลายๆคนมาส่ง ผมเเปลกใจใน ในช่วงชีวิตของผมที่ผ่านมา ทำไมมันมักจะเป็นอย่างนี้ ..ทุกๆครั้ง ผมนี่เเหละจะต้องเป็นคนที่รับสภาพความเปลี่ยนเเปลงให้ได้ โดยที่มีเพื่อนๆ ญาติๆ มาส่ง…เค้าเป็นปรกติ…เเละ ผมก็เช่นเคย ไม่ปรกติ เเละ ถูกทิ้งอยู่ตามลำพัง
 
มีเพียงเเค่ ไอ้ป๋อกับไอ้จิมเท่านั้น ทีสามารถไปส่งผมถึง เกท ได้ เพราะมันสองคนมีบัตรผ่านเข้าออกในสนามบิน มันมาส่งผมจนสุดทาง..
"โชคดี เว้ยอ้น" มันกอดผมเเน่น
"โชคดีพี่อ้น ว่างก็กลับมาเมืองไทยบ้างนะ"ไอ้จิม ตบบ่าผม
"เออ เเล้วเราคงได้เจอกัน วันไหนวันนึงล่ะวะ" ผมกลั้นก้อนสะอื้น ที่จุกอยู่ตรงคอหอย
 
ผมหันมามองพวกมันอีกครั้งนึง ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในงวงช้าง   ลาที ..เมืองไทย
 
                               อวสาน
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to เรื่องสั้น นักดนตรี ตอนที่ 17 (ตอนจบ)

  1. Ms. Kay says:

    ถ้าเป็นกิ๊ฟนะ ได้ไปอยู่กับญาติ หมายถึง พ่อ แม่ อะไรทำนองเนี่ย ดีใจตายเลย แต่คนเราคิดไม่เหมือนกันเนอะ

  2. Ms. Kay says:

    จบแล้ว ต่อไปก็ไม่ได้อ่าน Blog ของพี่แล้วซิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s