เรื่องสั้น นักดนตรี ตอนที่ 6

นอกจากเงินเดือนเเล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่นักดนตรีต้องการ คือ เสียงปรบมือ ….
 
ผมโชคดี ที่มักจะได้ร่วมงานกับนักดนตรีรุ่นพี่ ที่สามารถจะพาเราเข้าไปเล่นในสถานที่ดีๆได้ เเต่ก้อมีหลายครั้ง ที่ไปอยู่ผิดที่ ผิดเวลา เราอาจจะสามารถที่จะเลือกร้านได้ (ถ้าโชคดี Audition ติดมากกว่า 1 ร้าน) เเต่เราไม่สามารถที่จะเลือกลูกค้าได้
 
มีอยู่ครั้งนึง ที่ผม กับ ทางวง (กลุ่มมังกรหงอย) ได้รับโชคเเบบฟลุ๊คๆ ซึ่งตอนหลังกลายเป็น ทุกข์ลาภ…
 
บังเอิญว่า มีเจ้าของสถานบันเทิง ประเภท complex (คือ มีหลายๆอย่างปนๆกัน)มาเจอพวกผมที่ร้านของเฮียชาติ เเกเกิดติดอกติดใจขึ้นมา เลยหาเวลาลงให้ตอนช่วงหัวค่ำ
 
"คือ ร้านของพี่น่ะ เราไม่จำเป็นต้องเล่นอะไรหนัก ๆ อาจจะเล่นพวกเพลงสากลเก่าๆให้เเขกผู้ใหญ่ฟัง เพราะร้านของพี่ ไม่ค่อยจะมีวัยรุ่นซักเท่าไหร่" คุณ สาธิต เจ้าของกิจการ อธิบาย " เเขกส่วนใหญ่ มีเป้าหมายอยู่ที่ นวดเเผนโบราณ เค้าอาจจะมาจิบเบียร์รอน้องๆ ไม่ก้อ ชวนน้องๆมาฟังเพลง ไม่ต้องห่วง งานไม่หนัก"
ผมหันไปมองหน้าไอ้บอย พลางกระซิบ "มันจะไหวเหรอวะ?" ไอ้บอย กระซิบตอบ "ช่างเเม่งเหอะพี่ เสียงดังตังค์มา"  หลังจากนั้น ก้อเป็นหน้าที่ของน้าหนึ่ง ที่จะเจรจาเรื่องเงินๆทองๆ  "อ้อๆๆถ้ามีนักร้องหญิง หามาให้พี่ด้วยนะ" คุณสาธิตทิ้งท้ายก่อนกลับ
 
ก่อนหน้าที่จะไปเล่น ผมได้ดึงนักร้องหญิงคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนของเเฟน ยัยนี่ ไม่ค่อยประมาณตัวเท่าไหร่ ร้องเพลงเเบบ ตะโกนๆ เเต่อยากได้เงินเยอะ
 
"โห ไม่ไหวล่ะค่ะ พี่ …โบ ร้อง 45 นาที อย่างต่ำก้อ วันละ 500 เเล้ว" พี่หนึ่งตอบเเทนเจ้าของร้าน " เเหม ก้อเห็นๆอยู่ ที่นี่ เค้าไม่ได้ตั้งใจจะขายดนตรีเท่าไหร่ อีกอย่างนึง เราเล่นช่วงหัวค่ำมากๆ ประมาณ 2-3 ทุ่มครึ่ง อย่างน้อยก้อได้ค่าน้ำมันรถไปต่อช่วงกลางช่วงดึกล่ะน่า " ผมพยักหน้าหงึกๆ "เออ พี่ว่า ก้อไม่เลวนะโบ 300 ค่าน้ำมันต่อวัน ช่วงเย็นๆเราก้อว่างอยู่เเล้วนี่"  น้องโบ ออดอ้อน "โธ่ พี่ ถ้าซัก 400 ต่อ 30 นาที หนูเอานะ ค่อยคุ้มหน่อย"  สงสัย คุณสาธิตจะทนฟังมานาน เเกก้อเลยพูดขึ้นบ้าง "พี่ว่านะ จริงๆเเล้วนะ เราเล่นเเค่ช่วงสั้นๆ เอาเเค่วง กับ นักร้องชายก้อพอเเล้วมั้ง"   อ้าวเป็นงั้นไป ผมสงสัยว่า เเกคงจะหมั่นไส้น่ะ น้องโบก้อเลยเงียบ เเละขอตัวไปทำงานเลย   ส่วนพวกผมก้อต้องรีบไปเช่นกัน   …
 
ระหว่างทาง ผมวิจารณ์เรื่องนี้ กับพี่หนึ่ง ในทำนองที่ว่า สะใจในคำตอบของคุณสาธิต เเต่ ไอ้บอยก้อมีมุมมองที่น่าสนใจ …."ไม่รู้ดิพี่ ผมว่า เค้าดูงกๆ นะ ดูเหมือนพวกที่ไม่ค่อยกล้าจ่าย" มันมองหน้าทุกๆคน "ดูคล้ายๆว่า เค้าไม่ใช่มืออาชีพสำหรับ ผับ บาร์ น่ะพี่ คงจะเคยตัวกับการหากินง่ายๆ เเบบ นวด หรือไม่ก้อ คาเฟ่"  "เฮ้ย" ไอ้ยุทธ ขัดขึ้นมา " กูว่า เค้าคงหมั่นไส้มากกว่าว่ะ น้องโบเเม่ง คุยชิบหายเลย กูก้อเกือบจะขัดคอเเม่งเเล้ว นี่เห็นว่ากำลังเป็นงานเป็นการกันอยู่นะเนี่ย ไมงั้น มึ้งง มีเฮ"
"ว่าไปก้อดีเเล้วล่ะ กูเบื่อนักร้องหญิงว่ะ เรื่องมาก" ทุกๆคนพยักหน้า อือ ออ ไปตามๆกัน
 
วันเเรกของการทำงาน ผมไปเกือบๆจะสาย โดยที่มีน้าหนึ่ง นั่งค้อนขวับๆ เป็นตุ๊ดเเก่ (ฮา)เราเริ่มเพลงเเรกเเบบเบาๆ ด้วยเพลง oh my love ของ John Lennon เเละตามด้วย Just the way you are ของ Billy Joel ผมกะเอาไว้ว่า น้า หนึ่ง คงจะปล่อยเพลงเบาๆไปเรื่อยๆ อยู่ๆ เเกก้อเกิดมันส์ขึ้นมาอีท่าไหนก้อไม่รู้ ….
"เฮ้ย   Eyes in the sky ว้อย" ผมค้านขึ้นมา " น้าๆ ผมว่ามันเเรงไปนะ ดูดิ เเขกมีอยู่หรอมเเหรม เราเล่นเบาๆไปดีกว่านะ ผมว่า" น้าหนึ่งทำตาเขียว " ก้อนั่นไง มันต้องปลุกกันหน่อย มึงจะกล่อมให้เเขกเเม่งเฉาตายเรอะ?" อ่ะๆๆว่าไงก้อว่าตามกัน จริงๆเเล้ว เพลง Eyes in the sky ของ Alan parson project มันก้อไม่ใช่เพลงที่เเรงอะไรนักหนา เเต่เพราะมันเป็นเพลง Progressive Rock ที่มี sound หลอนๆ ผมเลยไม่อยากจะเล่นเท่าไหร่นัก  เเละก้อได้ผลครับ…..
 
"พี่ๆๆเล่นเพลงของ หนู มิเตอร์ รึเปล่า?" เสียงน้องๆ นางงามตู้กระจกคนนึง เเว่วมา หล่อนกำลังนั่งอยู่กับอาเฮียคนนึง "ข้างหลังภาพ น่ะพี่ ได้มะ?"  สงสัยคงจะรำคาญเพลงของพวกผมมั้ง น้าหนึ่งทำหน้าขรึมทันที เเละตอบเเบบห้วนๆว่า "เราเล่นเพลงไทยไม่กี่เพลงเองครับ เดี๋ยวผมจะจัดเท่าที่มีให้ฟังก้อเเล้วกัน"  สงสัย ยัยนั่นคงจะเมาครับ หล่อนสวนเลย "เเหม หน้าตาก้อไทยๆกันทั้งนั้น ทำเป็นกระเเดะ ไม่เล่นเพลงไทย"  โห….. ผมอึ้งเลยครับ เเละไม่สามารถที่จะตอบได้ว่า เค้าผิดที่ไม่ฟังเรา หรือ เราผิดที่ไม่เล่นเพลงไทย? เเต่ยังไงก้อดี เราก้อเเค่เงียบๆ ไม่ตอบอะไร เเละเล่นเพลงไทยให้เค้าเพลงนึง เป็นเพลงเก่าๆของ ชรัส เฟื่องอารมณ์ "ทั้งรู้ก็รัก" เเต่…ยัยนั่นไม่ยอมจบครับ "อะไรกัน? คนเค้ารู้จักกันทั้งบ้านทั้งเมือง วงนี้ไม่รู้จัก หนู มิเตอร์เหรอ?"  สุดจะทนเเล้ว…..น้า หนึ่ง โบกมือให้กับทางวง เป็นสัญญานว่า อย่าเพิ่งเล่นเพลงต่อไป " ผมก้อคนไทยครับ เเต่ผมก้อมีสิทธิ์เลือกเพลงที่อยากจะเล่นนี่ครับ" ยัยนั้นคงจะเมาน่ะครับ  "เล่นไม่ได้กลับบ้านไปเลยป่ะๆๆ"  น้าหนึ่งเริ่มขึ้นเเล้ว " คุณคิดว่าคุณเป็นใครน่ะครับ เจ้าของร้านเหรอ?" ผมเห้นว่ามันชักจะบานปลาย ผมเลยสะกิดน้าหนึ่ง " ผมว่านะ เราเล่นๆให้มันจบ period ไปเหอะ เเม่งไม่ฟัง ก้อช่างเเม่ง เสียงดัง ตังค์มา พี่" ผมย้ำ motto ของนักดนตรีให้เเกฟัง
 
เราทนเล่นต่อจนจบ โดยที่มียัยผีทะเลนั่น ตะโกนด่าลอยๆ มาเป็นระยะๆ เราผิดรึเปล่า? ผมไม่เเน่ใจ เเต่ที่เเน่ๆ หลังจากลงเวที คุณสาธิตเรียกน้าหนึ่งไปพบ….
น้าหนึ่งลงมาพร้อมกับเงินจำนวน 1,500 บาท เเละเอ่ยว่า "เฮ้ย พรุ่งนี้ไม่ต้องมาเเล้ว " "อ้าว ทำไมล่ะ น้า?" ไอ้บอยถาม " เค้าบอกว่า เราไม่ตามใจเเขก  เเม่ง เเขกเหี้ยอะไร อีนั่น มันก้อ พนักงานในร้านดีๆนี่เองน่ะเเหละ" ไอ้ บอยถอนหายใจ "อย่างที่ผมบอกไงพี่ คุณสาธิตน่ะ ไม่ชำนาญเรื่อง ผับ บาร์ หรอก เเกคงคิดว่า นักดนตรีเล่นได้หมดทุกเพลงล่ะมั้ง"
"เฮ้ออออ วันเเรกก้อโดนไล่ออกเลย  " ผมบ่น
"เเต่ว่าไปแล้ว ผมดีใจว่ะ ที่โดนไล่ออก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"
ทุกๆคนระเบิดหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง กับการโดนไล่ออกครั้งประวัติศาสตร์
น้าหนึ่ง บ่นส่งท้าย "ชิบหาย โดนไล่ออกเพราะทะเลาะกับหมอนวด กูล่ะเชื่อ"
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s