เรื่องสั้น นักดนตรี ตอนที่ 4 ภาค 2

หลังจากที่ผมสึกออกมาเเล้ว เพื่อนในวงเก่าที่เคยเล่นเพลงไทยด้วยกัน ได้ชวนผมไปเล่นดนตรีด้วย เล่นกันสามชิ้น กีต้าร์ เบส คีย์บอร์ด เเละ เราใช้ seqencer กับ Sound canvas เป็นตัวทำ rhythm กับ ไลน์ของคีย์บอร์ด บางไลน์ หน้าที่ของผมก้อเเค่ เเกล้งๆเล่นเบส เเละ คุยกับลูกค้าหน้าเวที ผมบอกตรงๆเลยว่า ผมตามเพลงไม่ทัน เพราะเพิ่งมาจากเพลงสากล อยู่ๆจะให้เล่นเพลงไทยจ๋าๆ เลย มันก้อคงจะไม่ไหว ผมเล่นได้อาทิตย์นึง ผมเกิดเบื่อขึ้นมา เลยขอออก อีกเหตุผล คือ ร้านอยู่ไกลมาก อยู่เเถวๆพรานนก เเน่ะ บ้านผมอยู่ สุขาภิบาล 1 คนละโลกกันเลย
 
หลังจากนั้น ผมก้อทำเเค่เปิดร้านขายขนม น้ำเเข็งไส บัวลอย กล้วยบวดชี ฯลฯ ของผมไป จนมาวันนึง ร้านของผมโดนไล่ที่ จริงๆเเล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมไปเช่าที่ หน้าร้านขายข้าวเเกง ยัยเเม่ค้าขายข้าวเเกง เค้าก้อเลยสอนผม ทำขนมกะทิ นานาๆชนิด ทีเเรกก้อนึกว่า เจตนาดี ที่ไหนได้ พอเห็นว่า เราขายดี เเกก้อ take over กิจการซะ บอกกับผมว่า " ต่อไปนี้ เธอขายเเค่พวกน้ำเเข็งไสนะ เดี๋ยวขนมพวกนี้ ชั้นขายของชั้นเอง " อืมๆๆดีนะมึง เค้าเอาผมเป็นหนูทดลองน่ะเเหละ ถ้ามึงขาดทุน ก้อ ถือว่าซวยไป แต่ถ้าขายดี มึงออกไป กูทำเอง ฮ่าๆๆๆๆๆ เเม่ง  คนเรา
 
ผมไปได้ที่ๆทำเลไม่ค่อยดีนัก ประกอบกับว่า ใจมันเรียกร้อง อยากจะกลับไปเล่นดนตรีอีกครั้ง ผมก้อเลยติดต่อ ไอ้บอย มือกีต้าร์ ที่ผมเคยรู้จักมันจากร้านๆเเรก ในสมัยที่ผมยังเล่นเพลงไทย  ผมรู้ว่ามันชอบเพลงเเนวเดียวกับผม โชคดีของผม มันกำลังว่าง พี่ชายของมัน ไอ้กอล์ฟ ก้อว่าง กอล์ฟ เป็นมือกลองครับ เราสามคนชอบเพลงเเบบเดียวกัน ผมเลยชวนมันทำวง มันก้อรีบรับปากเลย เเถม มันให้ผมไปนอนที่บ้านมันด้วย เพราะที่บ้านของมัน มีเครื่องดนตรีครบ พอที่จะใช้ซ้อมกัน
 
ทีเเรก เราไปAudition ซะโน่น เเถวๆอยุธยา ครับ บ้านไอ้บอยอยู่ นวนคร ไปอยุธยา ก้อไม่ไกลเท่าไหร่ ที่ไม่ Audition ที่ กทม ก้อเพราะ กลัวว่างานจะไม่มี ที่ไหนได้ ที่อยุธยา ก้อ มีวงดีๆเต็มไปหมด เเถมร้านที่ผมไป Audion ก้อมีวงรุ่นใหญ่เล่นอยู่ ผมจำได้เลยว่า มือกีต้าร์ของ วง House band คือ พี่ หมี ขจรศักดิ์ หุตะวัฒน์ หรือ หมี คาราบาว นั่นเอง
 
ก้อเลยขับรถดุ่ยๆ เข้า กทม กัน เเละไปได้งานเเบบฟลุคๆ มาสองที่ Audition ติด 2ที่ ในคืนเดียว !!!! โคตรฟลุค ที่เเรก เป็น ผับเล็กๆ เเถวๆ วงเวียนบางเขน อีกที่นึง ก้อ อยู่ไม่ห่างกัน เเต่ มันเป็น ค๊อคเทลเล้าท์ (ที่มีน้องๆ ผู้หญิงนั่งหน้าร้านเยอะๆ น่ะ ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Men’s Club)
 
ในช่วงเเรกๆ วงก้อค่อนข้างกระท่อนกระเเท่น เพราะเพลงมีจำกัด ไม่ถึง 40 เพลง เเต่เราก้อพยายามทำเพลงไว้เสมอ เน้นที่ Rock ,Soft Rock ผลที่ออกมา คือ มันไปได้ดีกับวงของเรา ผมรู้สึกดีมากๆ ที่ได้กลับมาเล่นอะไรเเบบที่อยากเล่นอีกครั้ง ประสบการณ์ครั้งทีเเล้วสอนผมมากมาย ทั้งทักษะ เเละ ประสบการณ์ ยิ่งนานวัน มันก้อยิ่งดีขึ้น ผมเริ่มรู้หลักว่า ผมควรจะฝึกเเบบไหน เมื่อผมคลำถูกทาง อะไรๆมันก้อดีขึ้น
 
จนกระทั่ง วันนึง พี่ ต่อ นักร้องนำ (แกเป็นทหารอากาศ ที่รับจ๊อบร้องเพลง)มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ผมก้อได้ น้า หนึ่ง อดีตนักร้องนำของวง Rock จากร้านๆเก่า ที่ผมเคยโดนไล่ออก น้า หนึ่ง ยิ่งทำให้วงดีขึ้นกว่าเก่า เพราะเเกเป็นคนเสียงสูงโดยธรรมชาติพวกเรา Rock กันมากไปหน่อย เเละ รับงานมากขึ้น ทำให้มีปัญหากับ ค๊อคเทลเล้าท์ เราเลยขอลาออก ไปตายเอาดาบหน้า
 
ในช่วงระหว่างที่เล่นที่ ค๊อคเทลเล้าท์เเห่งนั้น ผมได้รู้จักผู้หญิงคนนึง ผมลงทุนทำลายครอบครัวของผมเอง จนผมได้มาอยู่กับเธอจนได้ เเละ เธอคนนี้ ก้อ คือ ที่มาของ การโดนไล่ออก รอบที่สอง
 
ด้วยความที่ น้า หนึ่ง เป็นคนเอางานเอาการ เเกเลยนัดซ้อมบ่อยมาก ผลที่ตามมาคือ ผมโดนเธอคนนั้นระเเวงตลอดเวลา เธอให้เหตุผลว่า "พี่กล้าทิ้งเมียของพี่ ทำไมพี่จะไม่กล้าทิ้งหนูล่ะ" เธอไม่เเค่ระเเวงเท่านั้น เธอพาลเกลียด วงๆนี้ไปด้วย ทั้งๆที่เธอก้อรู้ว่า ผมรักวงๆนี้มาก เหตุผลคือ ผมทำวงมากับมือตัวเอง ทั้งหาสมาชิก ทั้ง กำหนดเเนวทางของวง เเต่เธอไม่สนครับ เราทะเลาะกันบ่อยมาก หลายๆครั้ง เกี่ยวกับงานของผม หลังๆยิ่งไปกันใหญ่ เธอระเเวงถึงขนาดที่คิดว่า น้า หนึ่ง พยายามหาผู้หญิงคนใหม่ให้ผม
 
ชีวิตของผมเริ่มกลับมาอีหรอบเดิมอีกเเล้ว ปัญหาส่วนตัวเริ่มทำลายชิวิตของผม อย่างช้าๆ เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิด จนวันนึง ทางวงทนพฤติกรรมของผมไม่ไหว เหตุเพราะ ผมไม่ไปซ้อม เเถมไม่ไปทำงานอีกต่างหาก เเม้ผมจะโกหกว่า ผมมีธุระด่วนต้องไป ต่างจังหวัด เเต่ทางวงไม่เชื่อ เค้ารู้ว่า เป็นเพราะผมทะเลาะกับเเฟน เเละ เเฟนไม่ให้ไปทำงาน
 
วันนั้น ผมไปทำงานตามปรกติ พยายามหลบตาสมาชิกคนอื่นๆ เพราะไม่อยากให้ใครถามว่าเกิดอะไรขึ้น เเต่ผมก้อหลบไม่พ้นอยู่ดี หลังจากเลิกงาน น้า หนึ่งเรียกทุกๆคนมาประชุม….
 
"เฮ้ย อ้น มึงบอกกูดิว่า เมื่อวานมึงไปไหนมา?" ผมเส หันหน้าไปทางอื่น เเละตอบว่า "ก้อเหมือนที่ผมโทรบอกน้า น่ะเเหละ"
น้า หนึ่ง ยิ้มเหยียดๆ "มึงคิดว่า พวกกูเป็นเด็กอมมือเหรอวะ? ไหนบอกดิ ธุระอะไรของมึง?"
"ก้อ เรื่องที่ดินไง" ผมยังไม่วายโกหก ไอ้ กอล์ฟ มือกลอง (คนละคนกับ กอล์ฟ พี่ชายไอ้บอย กอล์ฟนี้เก่งมาก เป็น นักดนตรี เเบ๊คอัพ ของ สุกัญญา มิเกล)พูดออกมาว่า "พี่อ้น ผมว่า พี่พิจารณาตัวเองดีกว่านะ ผมเห็นว่า พี่มีปัญหาส่วนตัวบ่อยมาก บางทีก้อขาดงานโดยไม่มีสาเหตุ ไม่ก้อเล่นหลุด เหมือนคนใจลอย พี่กลับไปเคลียร์ตัวเองก่อนดีมั้ย?"
ผมจ้องหน้ากอล์ฟ "เอ็งกำลังจะบอกว่า พี่ควรจะออกใช่มั้ย? โอเค ได้ๆๆๆ เอาเป็นว่า วันนี้ ที่เรียกมาคุยเนี่ย ก้อเเค่จะให้ออกไปซะ ไม่เห็นต้องอ้อมค้อมเลยนี่" ผมเริ่มอาละวาด
น้าหนึ่งสวนขึ้นมาว่า "เออ มึงก้อรู้ตัวนี่ เเต่ถ้ามึงเป็นลูกผู้ชาย มึงเล่นให้ทางวงอีก 15 วัน จากนั้น จะมีคนมาเเทนมึงเอง โอเคมั้ย?" ผมพยักหน้า เเละ เดินออกไปโดยไม่ร่ำลาใคร
 ผมเล่นเเทนจนจบ 15 วัน เเละ ถอนตัวออกมาโดยสงบ ไม่โต้เเย้งการตัดสินใจของทางวง ผมรู้เพียงเเค่ว่า ผมไม่อยากเสียเเฟนของผมไป จากนั้น ผมก้อกลับไปหาเพื่อนเก่า เพื่อทำวง เราทำงานด้วยกันได้ประมาณ 3 เดือน เเต่ว่า หลังจากนั้นไม่นาน ร้านที่เราเล่น มีอันต้องปิดตัวลง เพราะหุ้นส่วนเเตกเเยกกัน ผมเลย เคว้งคว้าง อยู่พักใหญ่ๆ
 
เชื่อมั้ยครับ? ถึงเเม้ว่า ผมจะออกมาจากวงๆนั้น วงที่เเฟนของผมเกลียดนัก เกลียดหนา มันก้อยังไม่พอ ยังไงก้อดี เธอก้อยังทะเลาะกับผมเหมือนเดิม ซ้ำร้าย ช่วงนั้น ผมดันตกงานอีก  มีหลายๆคร้ง ที่ผมต้องหอบผ้าหอบผ่อน ไปนอนบ้านเพื่อน เพราะทนบรรยากาศในบ้านไม่ได้ …จนกระทั่งวันนึง ทางวงเก่า (วง น้า หนึ่ง) ก้อ โทรมาหาผม…
 
"อ้น นี่ พี่ต่อนะ เฮ้ย ช่วงนี้เอ็งว่างรึเปล่า? ไอ้ อั้ม มือเบส มันออกเเล้วนะโว้ย สนใจกลับไปเล่นมั้ย?" ผมตอบตกลงทันที ผมตกงานอยู่นานมาก ในช่วง 6 เดือนที่ผมตกงาน ผมเอาเเต่ฝึกๆๆๆๆๆ เเละวางเเผนบางอย่างไว้ในใจ
 
พอเเฟนของผมรู้ว่า ผมตัดสินใจกลับไปทำงานกับวงๆเก่า เธอก้อเริ่มทำท่าไม่พอใจ เเต่ ผมเริ่มถอดใจกับเธอเเล้ว หลังจากนั้น เราก้อเริ่มทะเลาะกันหนักกว่าเดิม
เเต่มาคราวนี้ ผมไม่เหมือนเดิมเเล้ว สุดท้าย ผมเลือกที่จะมีเเฟนใหม่ เเละ เลือกที่จะอยู่วงๆนี้  ผมโดน control มานานเกินไป เกือบเสียเพื่อนที่ดีๆไปหลายคน คราวนี้ ผมขอเลือกทำอะไรตามความพอใจของผมบ้าง
 
เป็นเวลานานโขเลยล่ะ ที่ผมอยู่กับวงๆนี้ จนกระทั่งก่อนที่ผมจะไปอเมริกา ผมหาคนมาเเทนให้กับทางวง วันสุดท้าย ที่ผมเล่นดนตรีกับวงๆนี้ คือ วันก่อนหน้าที่ผมจะบินมาอเมริกา เพียงวันเดียว
 
ผมจำไม่ได้ว่า ใครพูดคำๆนี้ออกมา
 
"อ้น กูดีใจที่ได้ร่วมงานกับมึง"
 
ผมก้อดีใจครับ 5ปี กับวงๆนี้ วงที่ผมรัก ที่ๆสอนความเป็นนักดนตรีอาชีพให้เเก่ผม เเละ ผมก้อจากวงๆนี้ไป อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่มีการโดนไล่ออก อีกเเล้ว
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to เรื่องสั้น นักดนตรี ตอนที่ 4 ภาค 2

  1. madamedream says:

    กระซิกๆๆๆๆอ่านแล้วเข้าใจ นี่แหละ รสชาติของชีวิต เฮ้อออมีใครคนหนึ่งบอกไว้เหมือนกัน ว่า ชีวิตถ้าไม่รู้จักเจ็บ แล้วเวลาสุข เราจะรู้ถึงค่าของความสุขได้เช่นไร ขอให้สมหวังนะคร๊าบบบบบบ !!

  2. Ms. Kay says:

    อ่านแล้วสงสารแม่ของลูกน้ำจังเลย  แต่ก็เอาเถอะ มันผ่านมาแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s